3 วิธี ทำอย่างไรไม่ให้ตกงานเพราะ AI ด้วยการคิดแบบ Futurist | Techsauce
3 วิธี ทำอย่างไรไม่ให้ตกงานเพราะ AI ด้วยการคิดแบบ Futurist

มิถุนายน 17, 2022 | By Connext Team

จากการสำรวจโดย PwC's Hopes and Fears พบว่าชาวอเมริกัน 60% กลัว Automation เข้ามาทำให้เสี่ยงตกงาน และ 39% คิดว่างานที่ทำอยู่จะตกยุคภายในห้าปี 

แม้ว่าปัจจุบันจะมีตำแหน่งใหม่ๆ เข้ามาแทนที่ตำแหน่งเก่าที่ถูก AI เข้ามาดิสรัปต์ แต่หากตำแหน่งของเรากำลังเผชิญกับความเสี่ยง เราก็ควรมีแผนสำรองเพื่อให้สามารถเปลี่ยนบทบาทงานได้อย่างราบรื่นและทำให้งานที่ทำอยู่มีความเกี่ยวข้องกับโลกปัจจุบันเสมอ

AI

Scott Steinberg ผู้เขียน Think Like a Futurist 2022: The Next Normal กล่าวว่า “สิ่งเดียวที่คาดเดาได้ในชีวิต คือสิ่งที่คาดเดาไม่ได้” สิ่งต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้มีเหตุการณ์มากมายที่อยู่นอกเหนือความสามารถในการควบคุมของเรา แต่สุดท้ายแล้วเราสามารถทำให้สิ่งต่างๆ นั้นนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีต่อเราได้

อย่างแรกคือการรับรู้สถานการณ์ ลองพิจารณาดูว่างานที่ทำอยู่มีโอกาสถูกลดขนาดสูง หรือเป็นงานที่เทคโนโลยีสามารถเข้ามาทำแทนได้หรือไม่ หากคำตอบคือ “ใช่” ให้ลอง 3 วิธีต่อไปนี้เพื่อไม่ให้ตกงานเพราะ AI 

ทำอย่างไรไม่ให้ถูกแทนที่

ไม่ใช่ทุกงานที่มีความเสี่ยง และหลายบริษัทต่างก็ต้องการคนที่มีความคิดที่ไม่หยุดนิ่ง มีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถแก้ปัญหาเชิงรุกได้ 

สิ่งที่คอมพิวเตอร์จะมาทดแทนคนได้ ส่วนใหญ่จะเป็นงานซ้ำซาก น่าเบื่อ และสามารถคาดเดาได้ สิ่งสำคัญคือเราต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยการเพิ่มอะไรบางอย่างที่จำเป็นและไม่สามารถทดแทนได้

Steinberg กล่าวว่า เราต้องทำตัวเองให้โดดเด่นและสามารถมองเห็นได้ชัดในที่ทำงาน ซึ่งคุณค่าที่เราต้องแสดงให้คนอื่นเห็นอาจจะมีความหมายกว้างกว่า Job description ของเรา

“บางทีเราอาจต้องทำตัวให้เป็นที่ต้องการของคนอื่นในออฟฟิศ เมื่อพวกเขามองหาแรงบันดาลใจ ความคิดสร้างสรรค์ และแนวคิดใหม่ๆ” Steinberg กล่าว “หรือเมื่อมีปัญหา บางทีเราอาจต้องเป็นคนที่เต็มใจที่จะก้าวขึ้นมาทำอะไรบางอย่างเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น เรียกได้ว่าเป็นการหาโอกาสในการแสดงความสามารถของตนเองในแบบที่ไม่หักหน้าใคร แต่เป็นการช่วยยกระดับทีมให้ดีขึ้น”

นำทักษะที่มีอยู่ไปต่อยอด/พัฒนา

ทำให้ตัวเองมีความก้าวหน้าอยู่เสมอ ด้วยการคิดว่าทักษะอะไรที่จะเป็นที่ต้องการในวันพรุ่งนี้ และพันฒนา ‘Elastic skills’ ที่สามารถนำทักษะที่มีอยู่ไปใช้ต่อยอดได้เรื่อยๆ ในบริบทต่างๆ ตัวอย่างเช่น หากงานด้านการสื่อสารใช้ทักษะการวิจัย การคิดเชิงวิพากษ์ และทักษะการแก้ปัญหา คนที่มี Elastic skills ก็จะสามารถผันตัวไปเป็น Business Analyst หรือนักวิเคราะห์ธุรกิจได้

วิธีที่จะรู้ได้ว่าองค์กรต่างๆ ต้องการอะไรคือการดูประกาศรับสมัครงาน กิจกรรมของเหล่าสตาร์ทอัป งานวิจัยทางวิชาการ และหัวข้อต่างๆ ที่กำลังเป็นที่นิยม รับรู้ข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลังจากนั้นเราก็สามารถเรียนรู้ทักษะต่างๆ ที่เป็นที่ต้องการของตลาดได้

หากใครที่อยากพัฒนา Elastic skills แนะนำให้ลองทำงานเป็นอาสาสมัครหรือทำงานในบริษัทสตาร์ทอัป เพื่อเข้าไปเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี เทรนด์ หรือโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้ในด้านอื่นๆ ต่อไปได้

เตรียมพร้อมต่อการก้าวไปข้างหน้าและการก้าวถอยหลัง

คนที่ประสบความสำเร็จไม่ได้พยายามก้าวไปข้างหน้าให้ได้อย่างเดียว แต่เขาอาจมีการถอยหนึ่งก้าว ยอมลดค่าตอบแทนหรือตำแหน่งเพื่อเปิดรับโอกาสใหม่ๆ เพราะเส้นทางสู่ความสำเร็จไม่ได้มีแค่เส้นทางตรงอย่างเดียว บางครั้งเราอาจต้องมีการก้าวเท้าเลี่ยงหรือก้าวถอยหลัง เพื่อให้สามารถไปได้ไกลกว่า

การที่จะทำให้งานที่เราทำอยู่ไม่ล้าสมัยก็คือการคิดล่วงหน้า 2-3 ก้าวเสมอ เพื่อปรับตัวไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

หากใครอยากรู้ว่าเราจะพัฒนาทักษะอย่างไรในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในโลกการทำงานมากขึ้น ห้ามพลาดกับเซสชั่น “พัฒนาทักษะในยุค AI” ในงาน “Tech ConNEXT Job Fair 2022 Connecting Your Next Opportunities” วันที่ 7-9 กรกฎาคมนี้ 10:00 - 18:00 น. บริเวณ ชั้น 6 และ 7 True Digital Park  BTS ปุณณวิถี

ลงทะเบียนเข้างานได้ที่ : https://www.eventpop.me/e/13032/techconnext-job-fair-2022

อ้างอิง fastcompany

No comment