Tel Aviv ศูนย์กลาง Startup โลก กับเรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้

เมื่อพูดถึงประเทศศูนย์กลาง Startup โลก นอกจาก Silicon Valley แล้ว อีกสถานที่เห็นจะหนีไม่พ้น Tel Aviv แห่งประเทศอิสราเอลไปไม่พ้นแน่นอน แถมดีไม่ดี มีจุดเด่นที่น่าสนใจกว่า Silicon Valley อีกด้วยซ้ำ เพราะเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) ต่างเกิดจากที่นี่ทั้งนั้น ถ้าใครได้คลุกคลีอยู่ในวงการ Telecom กว่าช่วง 15-20 ปีที่ผ่านมา โซลูชั่นของ Supplier ต่างๆ มักมาจากอิสราเอล อาทิ บริษัท Amdoc ที่ทำเรื่องระบบ billing ให้กับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ บริษัท Comverse ที่ทำระบบ IVR และบริการเสริม (Value Added Service) มากมาย, CellTick Location based solution ตั้งแต่ยุคของสมาร์ทโฟนยังไม่รุ่งเรืองเลย  ต้องยอมรับความสามารถของชาวยิวที่มีมาอย่างยาวนาน แม้แต่บุคลากรสำคัญๆ ในสหรัฐฯ ทุกวันนี้หลายคนก็มีเชื้อสายยิวทั้งนั้น หรือบิดาแห่งฟิสิกส์อย่างอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ก็เป็นชาวยิว

มีหลายคนสงสัยว่าอะไรที่ทำให้ชนชาตินี้ถึงได้เก่งกว่าหลายๆ ชนชาติ ชนิดที่มีหนังสือออกมาศึกษาเรื่องพันธุกรรมที่ถูกถ่ายทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น พัฒนาประเทศที่มีความแห้งแล้งมีแต่ทะเลทรายให้สามารถเจริญรุ่งเรือง และกลายเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์มีผักผลไม้ทานได้ไม่ขัดสน เรื่องราวเหล่านี้ถูกถ่ายทอดออกมาในหนังสืออย่าง Gene (ขอบคุณ​ Michael Athiwat รุ่นพี่โรงเรียนที่แนะนำให้อ่านเล่มนี้)

แต่ถ้าให้ใกล้ตัวเข้ามาอีกหน่อย กับการสร้างชาติอย่างไรให้กลายเป็นประเทศที่มี Startup คุณภาพมากมาย ก็ต้องไปอ่าน Startup Nation เล่าถึงระบบการศึกษาของคนในชาติ ที่บังคับให้เรียนวิชาการทหารอย่างจริงจัง นอกจากเรื่องวินัยแล้ว ยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีทางการทหารซึ่งทำให้สามารถเอาความรู้ไปประยุกต์ต่อไปได้ และการให้ความสำคัญกับการป้องกันประเทศ ทำให้ต้องสร้างและพัฒนาเทคโนโลยีที่เข้มแข็งอยู่เสมอ

เมื่อพูดคุยกับชาวอิสราเอลที่นั่น พวกเขาต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า

ประเทศเขานั้นมีประชากรน้อย ตลาดเล็กมาก นับตั้งแต่วันแรกก็ Think Global เลย คือการพัฒนาเพื่อนำ Product สู่ตลาดโลก ดังนั้นจึงไม่แปลกนักที่เราจะเห็น Product พวกเขากระจายอยู่ในที่ต่างๆ ทั่วโลก

ครั้งนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่ techsauce ได้ร่วมโครงการ Thai Corporate Delegation กรุง Tel Aviv จัดโดยบริษัท Digital Ventures ซึ่งเป็น Corporate Venture Capital ของทางธนาคารไทยพาณิชย์ จับมือร่วมกับ Upround Ventures นำลูกค้าองค์กรอย่าง SCG, ปตท, Ananda และ Central Group เยี่ยมชม Corporate VC , Accelerator และ Startup เด่นๆ ที่นั่น

ที่มาของโครงการ

เราได้พูดคุยกับคุณพลภัทร อัครปรีดี Managing Director หน่วยงาน Corporate Venture Capital ของ Digital Ventures เขากล่าวว่า “จาก 1 ปีที่ผ่านมา การเก็บเกี่ยวเครือข่าย ความรู้ เรื่องเทคและการลงทุนต่างๆ ทำให้เรามองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่นอกเหนือจาก FinTech และเป็นโอกาสของหลายๆ ธุรกิจเช่นกัน และเรารู้ว่าหลายองค์กรในไทยกำลังมุ่งสู่การเป็นดิจิทัลหรือมองหานวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือการบริการให้กับผู้บริโภค จึงเกิดทริปนี้ขึ้นมา นับว่าเป็นการต่อยอดจากเครือข่ายเราในอีกมิติหนึ่ง ที่นอกเหนือจากภารกิจการหานวัตกรรมใหม่ๆให้ธนาคารไทยพาณิชย์ แต่นี่คือ การต่อยอดเครือข่ายนี้ออกไปให้เป็นประโยชน์กับลูกค้าองค์กรของเราด้วย ซึ่งได้แก่ SCG, Ananda, PTT, และ Central (ถ้านับรวมกับ SCB ถือว่าทั้ง 5 องค์กรนี้ คือ 21% ของ market cap ของประเทศ เลยทีเดียว) หลังจากที่เริ่มมีกระแสของ FinTech ในปีที่ผ่านมา การมาครั้งนี้อาจถือเป็นจุดเริ่มต้น ที่จะเกิดเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างน้อยก็ใน 4 ธุรกิจนี้ในอนาคตอันใกล้ ไม่ว่าจะเป็น PropTech, RetailTech, EnergyTech และ ChemicalTech เป็นต้น

รู้หรือไม่?

ทำความรู้จักกับประเทศอิสราเอลให้มากขึ้นกับ Fact Sheet ที่น่าสนใจ

  • กว่า 420 บริษัทข้ามชาติมีศูนย์วิจัย และ Innovation Centre อยู่ที่อิสราเอล อาทิ IBM, Microsoft, Apple, Intel, Facebook, Google, EMC2, Cisco,Qualcomm, Bosch, Huawei, GE, Alcatel-Lucent, Oracle, Johnson & Johnson, Merck, HP, Texas Instruments, SIEMENS, Toshiba, SUN, Hitachi, acer, Samsung, SAP,Avaya, Motorola เป็นต้น
  • Tel Aviv ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่มี ecosystem ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ประกอบการเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐฯ ในปี 2015 อีกด้วย
  • 4.25% ของ GDP คือเงินที่อิสราเอลเอาไปลงทุนใน R&D ด้านเทคโนโลยี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการศึกษาวิจัยใน Core Technology เช่น Blockchain, Internet of Things (IoT), Artificial intelligence, มากกว่าเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาสินค้าอุปโภคบริโภค
  • ธุรกิจที่อิสราเอลมีความโดดเด่น เน้น IP-Focused ทั้งสิ้นอาทิ
    • Cyber Security เช่น SafeBreach, Trusteer, Imperva
    • Big Data & Analytics เช่น Signals, CoolaData, Onavo, SiSense
    • Internet & Mobile Advertising อาทิ Appsflyer, Contra, Kenshoo, Taboola, Outbrain
    • Semiconductor อาทิ altair
    • Computer Vision ถึง Machine Learning อาทิ core photonics, freeD, cortical, PrimeSense
  • นอกจากเรื่องความหลากหลายของธุรกิจของ Tech Startup แล้ว Startup ส่วนใหญ่ที่นี่ยังทำธุรกิจประเภท B2B มากกว่า B2C พูดง่ายๆ ว่ากลุ่มเป้าหมายของผู้ประกอบการคือการนำเสนอโซลูชั่นให้กับองค์กร หรือ บริษัทมากกว่าที่จะให้บริการกับผู้บริโภค หรือ  end consumer โดยตรง ดังนั้น ที่นี่จึงเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่องค์กรต่างๆ จะมองหานวัตกรรมใหม่ๆ นั่นเอง
  • ในปี 2016 ที่ผ่านมามีบริษัท High technology กว่า 104 บริษัทที่ Exit ทั้งในรูปแบบของ IPO และ M&A รวมมูลค่ากว่า 10 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
  • กว่า 83 บริษัทของอิสราเอลอยู่ใน NASDAQ ถือเป็นประเทศอันดับ 2 ของโลก (ไม่รวมสหรัฐฯ) รองลงมาจากจีนที่มี 85 บริษัท และทิ้งห่างอันดับ 3 อย่างแคนนาดา ที่มี 55 บริษัท และอังกฤษที่มี 34 บริษัท
  • ช่วงปี1990 -2013 มูลค่าบริษัทด้านไอทีที่เกินกว่า 1 พันล้านเหรียญฯ นั้นมี 31 บริษัท เช่น Check Point (บริษัทด้าน Security ระดับโลกชื่อดัง), Comverse, Amdocs เป็นต้น แต่พอหลังจากปี 2013 ถึงปี 2016 เพียงแค่ 3 ปีก็มีถึง 16 บริษัท บริษัทที่หลายคนรู้จักกันดีอย่าง Waze (ขายให้กับ Google ไป), Taboola, Trusteer, WIX เป็นต้น
  • มี Startup กว่า 8,000 ราย ในธุรกิจต่างๆ เน้นด้าน High technology อย่าง Big Data, Cyber
    Security, FinTech, Energy, Clean Tech, Digital Health Care, EdTech, Agriculture
  • ช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2014 ถึงกลางปี 2016 Startup ในอิสราเอลระดมทุนไปกว่า 1 พันล้านเหรียญฯ (ที่มาจาก IVC Research Center)
  • ในปี 2016 การระดมทุนในประเทศอื่นๆ อยู่ในทิศทางลง แต่สำหรับอิสราเอลถือเป็นปีแห่งการทำลายสถิติเพราะระดมทุนไปได้กว่า 5 พันล้านเหรียญฯ  เติบโตจากปี 2015 15% และ 2014 50% (ที่มาจาก IVC Research Center)
  • ในปี 2016 มี VC active Fund อยู่ที่ราวๆ 70 กองทุน แบ่งเป็น
    • Micro Funds 10 ราย
    • Local Israeli Major Funds 12 ราย อาทิ Magma Venture Partners
    • International VCs with Israeli Office 14 ราย อาทิ Sequoia, Accel
    • New Growth Funds 10 ราย
    • Foreign Private Equity Funds 5 ราย
  • FinTech เป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงมีบริษัทข้ามชาติเข้ามาตั้งโครงการมากมายอาทิ
    • จัดโครงการ Startup Contests – UBS, Credit Suisse, Master Card
    • Innovation/Development Centers – Citi Innovation Lab TLV, Barclays , JP Morgan Chase
    • Accelerating/Scouting/Investing – Citi, Goldman Sachs, Barclays จับมือมากับ Techstars, VISA, UK Israel Tech HUB
  • FinTech Startup ที่ประสบความสำเร็จอาทิ
    • Trusteer โซลูชั่นการป้องกัน Financial loss อันเกิดจากอาชญากรรมทางไซเบอร์ โดนซื้อกิจการไปโดย IBM
    • Cyota ระบบรักษาความปลอดภัยและป้องกัน Fraud สำหรับสถาบันการเงิน โดยซื้อกิจการไปโดย RSA Security
    • Actimize โซลูชั่นการป้องกันอาชญากรรมด้านการเงินอีกราย โดยถูกซื้อไปโดยบริษัท  NICE ในปี 2007 ด้วยมูลค่า 281 ล้านเหรียญฯ  และตัว NICE เองก็ออก IPO ที่ NASDAQ ด้วยมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านเหรียญฯ
    • FUNDtech บริษัท commerce และ Banking Solution ออก IPO ที่ NASDAQ และโดนซื้อไปโดย GTCR ด้วยมูลค่า 390 ล้านเหรียญฯและโดนซื้อต่อโดย D+H ด้วยมูลค่า 1.25 พันล้านเหรียญ ในภายหลัง
    • Fraud Sciences ระบบป้องกันผู้ค้าจากการดีล โดนซื้อไปโดย Paypal ในปี 2008 ด้วยมูลค่า 169 ล้านเหรียญฯ

แหล่งรวม Corporate Venture Capital มากสุดแห่งหนึ่งของโลก

ประเทศพื้นที่เล็กๆ กับประชากรเพียงแค่ 8 ล้านคน แต่กับมีบริษัททั้งข้ามชาติและในประเทศต่างผลักดันให้วงการเทคโนโลยีขับเคลื่อนไปข้างหน้าในประเทศแห่งนี้ Tel Aviv เป็นหนึ่งในแหล่งรวมตัวของ Corporate Venture Capital มากมาย และนี่คือตัวอย่างที่เราได้ไปพบกันที่ทริปนี้

Citi Innovation Lab (โดย Tsafrir Attar : Head of Citi Accelerator)

ปัจจุบันมี Startup ทั้งหมดที่ผ่านโครงการไปแล้ว 60 บริษัท, มี Alumni ที่ได้รับการลงทุนมากกว่า 280 ล้านเหรียญ, มี 20 โครงการที่ได้ทำงานจริงร่วมกับ Citi

โครงการที่เกิดจาก Lab ได้แก่

Citi Accelerator สนับสนุน Startup ซึ่งอยู่ในหลายๆ Segment อาทิ Lending & Financing, Trading & Investment, Payments, Customer Engagement, Blockchain เป็นต้น

หัวใจหลักของ Citi Innovation คือ การเป็น platform ที่เปิดให้กับ startup ให้ได้มากที่สุด, สนับสนุน ecostem และนำเอาบริษัทที่มีอยู่ใน portfolio ส่งต่อให้กับเครือข่าย Global ที่มีเพื่อให้เติบโตสู่ระดับโลก

Nielsen Innovate (โดย Dov Yarkoni : Chief Investment Officer)

เป็น Incubator ที่มาตั้งในอิสราเอลอีกรายนอกเหนือจากจีนและสิงคโปร์ เน้นช่วง Eary Stage และ Seed Stage ลงทุนในสเกลระดับ 5แสนเหรียญฯ พร้อมออฟฟิสให้ใช้นาน 18 เดือน ในช่วงเริ่มต้นดังกล่าว  โดยได้รับเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาลอิสราเอล และมีผู้ถือหุ้นใหญ่ๆ อย่างบริษัท Nielsen เอง, Citi, Time Warner, Wal Disney เป็นต้น

ซึ่งธุรกิจที่ทาง Nielsen เน้นโฟกัสคือ Audience/Consumer Analytics, Social Media/Ad measurement, AdTech, BigData, Targeting Research, Ad Effectiveness เป็นต้น เทคโนโลยีไหนของ Startup ที่สามารถต่อยอดธุรกิจเดิมได้ และสามารถนำเสนอให้กับลูกค้าของทาง Nielsen ได้ทั่วโลกกว่า 24,000 รายเป็นต้น

สำนักงานแห่งนี้ตั้งห่างออกไปในเมืองอื่น ห่างจาก Tel Aviv เกือบ 1 ชม.

สิ่งที่ช่วยกันผลักดัน Startup ประกอบด้วย

  • การให้คำปรึกษาโดยผู้เชียวชาญทั้งจากภายในและภายนอก
  • มีการจัด workshop ให้การ Startup อย่างสม่ำเสมอ
  • จัดให้มี weekly CEO meeting และ Monthly CTO & Business forums
  • ช่วยผลักดันให้เกิดการลงทุนในรอบถัดไป (Follow-on-Funding)
  • ให้เข้าถึงเครือข่ายและ ecosystem ต่างๆ ของทาง Nielsen และ partner
  • ช่วยเรื่องการทำการตลาดและ PR
  • วางแผน product ก่อนเข้าสู่ตลาดจริง
  • ช่วยเรื่อง IP & Patent กลยุทธ์ด้านลิขสิทธิ์ และส่วนอื่นๆ ที่ทาง Startup ไม่ค่อยถนัดกันอย่าง Financial Planning รวมถึงการวางแผนสำหรับ ESOP สิทธิประโยชน์ต่างๆ สำหรับพนักงาน

ที่ผ่านมามีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 1000 บริษัท และผ่านเข้าโครงการ 200 ราย โดยเฉลี่ยได้รับเงินลงทุนต่อปีอยู่ที่ 5 ราย และลงทุนไปแล้ว 18 บริษัทนับตั้งแต่ปี 2013 โดยเขาเน้นย้ำว่าการดีลกับ Startup ในช่วง Early Stage นั้น ความไวคือ สำคัญ เพราะเข้าใจพวกเขาว่าการรอที่ยาวนานก็ส่งผลกระทบกับธุรกิจพวกเขาแล้ว ดังนั้นขั้นตอนในการเสนอ Term-Sheet จึงอยู่ที่ราวๆ 3 สัปดาห์

หนึ่งใน Startup ที่นี่ยังมีสาย FinTech ด้วย อย่าง ChangeLab ซึ่งพึ่งเปิดตัวไปไม่นานที่สหรัฐ มีผู้ใช้งานแล้วราวๆ 150,000 ราย เป็นระบบให้กู้ยืมเงิน โดยใช้ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ แอบสงสัยเหมือนกันว่าทำไม Nielsen ที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยเกี่ยวอะไรกับ FinTech นัก แต่พอถามผู้ร่วมก่อตั้งไป เขาก็กล่าวว่าส่วนหนึ่งข้อมูลที่มาจาก ChangeLab ก็คือการเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค และนี่คือหนึ่งในรูปแบบ่สำคัญของ Data Analysis และ Insights ที่น่าสนใจ

Deutsche Telekom Capital (Guy Horowitz: Investment Partner)

CVC จากโลกเทเลคอมซึ่งแน่นอนไม่ได้ลงทุนในธุรกิจสื่อสารอย่างเดียว มีกลยุทธ์ในการเพิ่มคุณค่าการลงทุนโดยการเชื่อมโยงการลงทุนระหว่าง Silicon Valley, Tel Aviv และ ยุโรป นับตั้งแต่ปี 1997 ถึงปัจจุบันลงทุนไปแล้วกว่า 2 พันล้านเหรียญฯ มากกว่า 200 บริษัท

ธุรกิจที่ให้ความสนใจได้แก่ IoT, Cyber Security, Connected Experience, AI และ Cloud & Network & Infrastructure ล่าสุดลงทุนในธุรกิจ Startup อย่าง Appsflyer จากอิสราเอล ในรอบ Series C ด้วยเงินทุน 56 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งมี Qumra Capital เป็น lead investor

IBM Alpha Zone Accelerator (Lior Weizman : Head of Startups & Developers Ecosystem, IBM Israel)

เป็นอีกหนึ่งบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เลือกจะมาตั้งโครงการ Accelerator ที่นี่ เพราะมีบุคลากรที่เก่งกาจ เป็นโครงการ 20 สัปดาห์ที่สนับสนุน Startup ในช่วง Seed และ Series A เพื่อร่วมพัฒนาเทคโนโลยีกับทาง IBM ในระยะยาว ไม่มีการเข้าถือหุ้นใดๆ สำหรับกรณีนี้

เทคโนโลยีที่โฟกัส  : Big Data Analytics, Cloud, Mobile, Security, IoT, Smarter Commerce และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ใช้ cognitive computing technologies รวมถึง Machine learning และ AI

ภาคธุรกิจที่โฟกัส : Healthcare, Retail, Travel & Transportation, Energy & Utilities, Telco และ Media

ตัวอย่าง Startup ที่น่าสนใจในโครงการ

  • Nutriono – วิเคราะห์ Big Data และแนะนำการกินอาหารเพื่อให้สุขภาพดีขึ้น โดยเริ่มต้นที่กลุ่มคนท้องและให้นมก่อน
  • IQP – เป็นบริการบน IBM Bluemix ช่วยให้ผู้พัฒนาแอปฯ สามารถมอนิเตอร์และควบคุมอุปกรณ์ IoT ต่างๆ ได้สะดวกมากขึ้น
  • RedGreen – ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ IBM Client Center ในปารีส เป็นระบบมอนิเตอร์สภาพแวดล้อมที่เชื่อมต่อกับ Smart building, Smart cities
  • Paygilant – ระบบป้องกันการโกง mobile wallet solution

Samsung NEXT Tel Aviv (Royi Benyossef​ : Ecosystem Relations Manager)

ออฟฟิสที่สะดุดตาที่สุดคงจะหนีไม่พ้นแห่งนี้ อาคารเล็กๆ ที่สร้างมาตั้งแต่ยุคก่อนสงครามโลก ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเจ้าของมาเรื่อยๆ และล่าสุด Samsung NEXT Tel Aviv ก็มาตั้งสำนักงานที่นี่ มีลานกว้างๆ ให้ทำกิจกรรมและจัดสัมมนาเล็กๆ ในอาการเย็นสบายได้

Samsung NEXT ที่ อิสราเอล เป็นหนึ่งในโครงการที่แยกออกมาเป็นอิสระจากบริษัทแม่ สนับสนุน Startup ในช่วง Early Stage โดยตรงเพื่อสร้าง Deep-Tech Software และ Service เทคโนโลยีที่สนใจได้แก่ NLP, cyber security, augmented reality, virtual reality, big data analysis, cloud computing และ IoT

Royi พยายามเน้นย้ำว่า จุดสำคัญที่จะช่วยให้โครงการที่สนับสนุน Startup ต่างๆ ประสบความสำเร็จได้นั้น สิ่งสำคัญคือ

  • ต้องสร้างความน่าเชื่อถือในสายสัมพันธ์อันดีกับพาร์ทเนอร์อื่นๆ ที่จะส่งต่อ
  • Startup ไม่ได้วิ่งเข้าหาคุณเพราะการทำการตลาด แต่อะไรคือคุณค่าที่แท้จริงของโครงการนี้ และมอบสิ่งนั้นให้กับ Startup

และเตรียมพบกับผู้บริหารจาก Samsung NEXT M&A team จากนิวยอร์คอย่าง Tim Casio ได้ที่งาน techsauce global summit

นี่เป็นเพียงตัวอย่างของกลุ่ม CVC ที่ไปพบ ยังคงมีบริษัทอื่นๆ อีกอย่าง

  • Siemens บริษัทยักษ์ใหญ่จากเยอรมันที่เรียกว่าทำสารพัดสิ่งอีกราย ทั้งธุรกิจพลังงาน สาย Auto ธุรกิจเครื่องมือแพทย์ โรงงาน รถไฟ และกับธุรกิจในอดีตที่ตัดขายไปแล้วอย่างธุรกิจสื่อสารให้กับโนเกีย ตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องเปิดรับโอกาสใหม่ๆ ร่วมกับภายนอกด้วยการตั้ง Next 47 (47 มาจากปีก่อตั้ง Siemens นั่นคือ 1847) ที่ Tel Aviv ซึ่งยังถือว่าเป็นโครงการน้องใหม่พึ่งเปิดตัวมาได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น
  • ClalTech บริษัทลูกของ Clal Industries ซึ่งเป็นบริษัทในอิสราเอล ลงทุนในกลุ่มอุตสหกรรมหนัก, Bio Technology, HiTech และสายพลังงาน แม้ชื่อ Clal Industries ไม่ได้คุ้นหูบ้านเรา แต่ถ้าย้อนกลับไปดูลึกๆ แล้ว เจ้าของก็คือ Access Industries บริษัทจากสหรัฐฯ ซึ่งก็คือเจ้าของเดียวกับ Warner Music Group และลงทุนในธุรกิจออนไลน์ดังๆ แถบบ้านเราด้วยอย่าง Deezer, Rocket Internet, Zalando, Lazada, Foodpanda เป็นต้น (คราวนี้คุ้นเลย :))
    การตั้ง ClalTech เป็นการแตกสายธุรกิจการลงทุนใหม่ของ Clal Industries ที่เดิมลงทุนในอุตสหกรรมหนัก และเลือกลงในธุรกิจออนไลน์และไอทีมากขึ้นนั่นเอง ทั้ง content marketing solution, smart payment solution, personalization solution สำหรับ ecommerce เป็นต้น ดูบริษัทที่ทาง ClalTech ลงทุนได้ที่นี่ 

  • Tyco Innovation บริษัทในกลุ่ม Tyco ชื่อนี้อาจไม่คุ้นหูนักแต่เค้าคือหนึ่งในผู้นำด้านธุรกิจสาย Security โดยตรง มีการควบรวมกิจการกับ Johnson Controls ธุรกิจข้ามชาติอีกรายที่เน้นเรื่องการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและการพัฒนาเครื่องมืออุปกรณ์ ระบบควบคุมต่างๆ เมื่อโฟกัสชัดเจนดังนั้น กลุ่มของ Startup ที่เปิดรับเข้าโครงการจะเน้นเสริมธุรกิจหลักโดยตรง คือสายด้านความปลอดภัย และเทคโนโลยีประหยัดพลังงานต่างๆ อันได้แก่ เทคโนโลยีที่ช่วย Retail, Fire & Life Safety, Sensing & Detection, Tracking & Location, Biometrics, Energy Management, IoT, Image processing & Video Analytics, Big Data & Machine Learning, Smart building, Smart City โดยทุกๆ 18 เดือน Startup ที่เข้าโครงการจะต้องมีรายที่เข้าสู่กระบวนการ  Commercial Launch ได้ จริง โดย Tyco Innovaton จะนำเสนอโซลูชั่นเหล่านี้ให้กับลูกค้าใหญ่ๆ ของบริษัทแม่ อย่าง Shell, P&G, Honda เป็นต้น ซึ่ง Win-win กันทุกฝ่าย ตัวอย่างรายชื่อ Startup ในโครงการดูได้ที่นี่ ซึ่งทั้งหมดเป็น Deep Tech แทบทั้งนั้น

มี Accelerator กว่า 260  แห่ง!

อีกจุดที่น่าสนใจจากช่วงของ “Diversity Tech Accelerators” คืออิสราเอลมี Accelerator มากถึง 260 โครงการเลยทีเดียว ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ แต่เมื่อได้คุยในรายละเอียดจะทราบว่า ปัจจัยสำคัญคือ ที่นี่มีทรัพยากรมนุษย์ที่มีความเชี่ยวชาญมากมาย โครงการ Accelerator ที่เกิดมาเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเฉพาะกลุ่มโดยตรง ตัวอย่างของ Accelerator ที่เข้ามาร่วมแชร์ความรู้คือ

  • The Hive – Startup accelerator ที่ให้ผู้ประกอบการทั้งคนที่อพยพเข้ามา และประชาชนที่กลับมายังประเทศได้มีโอกาสเข้าถึงเครื่องมือต่างๆ ในการสร้างธุรกิจ Startup ในอิสราเอล
  • RavTech – เป็นโครงการที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้กับกลุ่มนักเรียน (ที่เกี่ยวข้องทางด้านศาสนาในอิสราเอล) ได้มีโอกาสเข้าถึงการพัฒนาซอฟแวร์
  • The Hybrid – เป็นอีกหนึ่ง Startup accelerator ในช่วง Early Stage นำโดยกลุ่มของชาวอาหรับในอิสราเอล

ในทริปนี้ยังมีโอกาสได้พบกับ Startup หลายๆ ราย โดยเฉพาะสาย Cyber Security, Big Data Analytic ที่เรียกว่ารู้ Insight ข้อมูลกันข้ามประเทศเลยทีเดียว หนึ่งใน Startup ที่เห็นแล้วรู้สึกชอบ และอดไม่ได้ที่จะมาแชร์ที่นี่คือ Weissbeerger วิเคราะห์ Big Data และค้นหา Insight ที่มาจากการดื่มในรูปแบบต่างๆ มีนักลงทุนดังๆ อย่าง Eric Schmidt อดีต CEO คนดังของ Google ด้วย ที่นี่เราได้พบกับสาวน้อยชาวสิงคโปร์มาเป็นหนึ่งในนักวิเคราะห์เดต้า เธอกล่าวว่า เธอมาฝึกงานที่นี่ได้เพราะโครงการแลกเปลี่ยนของNational University of Singapore (NUS) ที่จะส่งบุคลากรมาฝึกงานกับ Startup ในต่างประเทศทุกๆ ปี

สุดท้ายส่วนตัวที่ชื่นชอบบริษัทนี้มากๆ ไม่ใช่เพราะว่าชอบดื่มเบียร์ 🙂 แต่เพราะเชื่อเสมอว่า There Is No One-Size-Fits-All Solution การวิเคราห์เดต้าก็เช่นกัน เป็นอะไรที่ต้องโฟกัสในธุรกิจเฉพาะทางและพัฒนาให้ดีในสิ่งที่เราโฟกัสไปเลย ซึ่งทีมงานของ Weissbeerger เป็นเช่นนั้น

อยากรู้ว่าวิเคราะห์ละเอียดแค่ไหน มาดูวีดีโอนี้กันเลยดีกว่า

ขอปิดท้ายบทความในครั้งนี้ไว้ก่อน แล้วถ้ามีเวลาจะกลับมาเล่าเพิ่มเติมอีกครั้ง ขอบคุณบริษัท Digital Ventures กับทริปสายเทคโนโลยีสุดพิเศษในครั้งนี้ซึ่งหาโอกาสไม่ได้ง่ายๆ และเชื่อว่าจะช่วยให้เกิดการขับเคลื่อนครั้งสำคัญของวงการเทคโนโลยีไทยจากกลุ่ม Thai Corporate Delegation ในครั้งนี้แน่นอน

Comments

comments