IoT City Innovation Center โครงการใหญ่แห่งปีที่ Startup ห้ามพลาด

ปีนี้ทั้งปี ยกให้เป็น Startup Year

นี่คือคำประกาศจาก ดรพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในงานแถลงข่าวเปิดตัวศูนย์นวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ “IOT City Innovation Center” เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2559 ดร. พิเชฐได้เปิดเผยว่าหลากหลายโครงการดีๆเพื่อ Startup จะเกิดขึ้นในปีนี้ และ IOT City Innovation Center ที่ได้เปิดแถลงข่าวในวันนั้น ก็เป็นหนึ่งในโครงการที่ Startup ห้ามพลาด

IOT City Innovation Center คืออะไร?

IOT City Innovation Center หรือ ศูนย์นวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ คือพื้นที่พิเศษภายใต้อาคารอุทยานนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาโซลูชั่นสำหรับเมืองอัจฉริยะ (Smart City)

โครงการนี้จะช่วย

  1. พัฒนา Innovation ประเภท City Innovation โดยใช้ IOT Platform สำหรับเมืองต่างๆในประเทศไทยและอาเซียน
  2. พัฒนา ผู้ประกอบการ ที่สนใจพัฒนาธุรกิจนวัตกรรม City Innovation
  3. พัฒนา acceleration program เพื่อเป็น springboard สำหรับการพัฒนาธุรกิจใหม่บนพื้นฐาน IOT โดยการเชื่อมโยงความร่วมมือกับ Telco และ ICT
  4. พัฒนาตลาด และอุปสงค์ความต้องการใช้งาน โดยการพัฒนา Pilot Site
  5. พัฒนาโครงการนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง บนพื้นที่เมืองจริงๆ
อาคารอุทยานนวัตกรรม
อาคารอุทยานนวัตกรรม

ประโยชน์ที่เหล่า Startup ไม่ควรพลาด

  1. Co-working Space ภายในอาคารอุทยานนวัตกรรม พื้นที่ 1,200 ตารางเมตร ใช้งานฟรี งบประมาณสนับสนุน 10 ล้านบาท
  2. Acceleration Program หรือโครงการการให้ความรู้ งบประมาณสนับสนุน 20 ล้านบาท
  3. Pre-seed Fund สำหรับช่วง Feasibility Study (ขั้นทดลองไอเดีย) งบประมาณสนับสนุน 20 ล้านบาท
  4. Seed Fund สำหรับช่วงพัฒนา Prototype งบประมาณสนับสนุน 100 ล้านบาท
  5. Commercialization Program ช่วยพาออกสู่ตลาด งบประมาณสนับสนุน 20 ล้านบาท

รวมทั้งหมด 170 ล้านบาทต่อปี และจะจัดขึ้นต่อเนื่อง 3 ปี

*Fund ของที่นี่เป็นทุนให้เปล่า

*ทั้งหมดนี้เป็นประโยชน์พิเศษสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจ IOT Smart City โดยเฉพาะ ยังไม่รวมกับโครงการอื่นๆที่มีอีก เช่น Software Dee

IoT Smart City เป็นหนึ่งในแผนการสร้าง Startup District หรือพื้นที่แห่งสตาร์ทอัพขึ้นมา หากถามว่าต่างกับนิคมอุตสาหกรรมอย่างไร งานนี้จะเน้นที่ Technology มากกว่า และเป็นพื้นที่เน้นเพื่อการเรียนรู้/บ่มเพาะมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับกลุ่ม Startup โดยจะเริ่มนำร่องที่แรกที่ ย่านโยธี-ราชวิถี เขตราชเทวีนี่เอง

ความร่วมมือใน IOT City Innovation Program

  • สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ  (สนช. หรือ NIA) สนับสนุนพื้นที่ IOT City Innovation Center และสนับสนุนด้านการเงินแก่ผู้ประกอบการ
  • บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT สนับสนุนโครงสร้างระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Digital Infrastructure) เช่น ระบบอินเทอร์เน็ต Fiber optic และ WiFi, บริการ Web conference, Cloud services และ Mobile broadband เป็นต้น รวมถึงสนับสนุนด้านการเงินร่วมกับ สนช.
  • สมาคมสมองกลฝังตัวไทย หรือ TESA สนับสนุนด้านกิจกรรมให้ความรู้เชิงวิชาการในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานสากล และเป็นเครือข่ายของผู้ประกอบการนวัตกรรม ซึ่งมีสมาชิกมากกว่า 1,500 บริษัท

นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือในการบ่มเพาะผู้ประกอบการจากหน่วยงานต่างๆ เช่น Dell ซึ่งมีโครงการ Dell OEM อยู่ทั่วโลก อันเป็นการให้การสนับสนุนด้านเทคโนโลยีทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟแวร์ แก่ผู้ประกอบการ

ยกตัวอย่างแนวทางการพัฒนา Smart City

ตัวอย่างเช่น ย่านโยธี-ราชวิถี อันเป็นที่ตั้งของอุทยานนวัตกรรม มีองค์ประกอบที่สามารถพัฒนาต่อยอดได้ ดังต่อไปนี้

  • Smart Medicine – เนื่องจากย่านโยธี-ราชวิถี เป็นย่านที่ได้ชื่อว่ามีสถานพยาบาลรวมตัวกันมากที่สุดในโลก บนถนนทั้งสองเส้น
  • Smart Government – เพราะเป็นที่ตั้งของสามกระทรวงใหญ่ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงอุตสาหกรรม
  • Smart District – เสริมสร้างความทันสมัยในเรื่อง Grid, Telecom, Broadband
Smart City Board
แนวคิดของ IOT Smart City

ตัวอย่างการพัฒนา Smart City ที่ได้เริ่มเกิดขึ้นแล้ว

เทศบาลเมืองแสนสุข จังหวัดชลบุรี เป็นเมืองนำร่อง (Pilot project) สู่การเป็น Smart city ได้มาร่วมแชร์ประสบการณ์ภายในงานแถลงข่าว ตัวอย่างนวัตกรรมที่ได้ทำขึ้นในเทศบาล มีนวัตกรรมด้านสุขภาพ อย่าง IOT wrist band สวมใส่ข้อมือสำหรับผู้สูงอายุ ใช้กดเพื่อเรียกขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานทางการแพทย์ในเทศบาล และกำลังพัฒนาให้มีเซนเซอร์ส่งข้อมูลสัญญาณสุขภาพของผู้สวมใส่ไปยังโรงพยาบาล เป็นต้น

ภายในงานเองยังมีผู้ประกอบการที่ได้เข้าร่วม Pattaya eService สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อนักท่องเที่ยว เช่น ตู้ Kiosk สำหรับกดใช้บริการ WiFi portal และ CCTV ที่จะช่วยให้มัคคุเทศก์หรือนักท่องเที่ยว ได้รับชมภาพสถานที่ท่องเที่ยวแบบ Real-time ซึ่งมีประโยชน์ต่อการเช็คสภาพสถานที่/สภาพอากาศก่อนการท่องเที่ยว เป็นต้น

ข่าวดีทิ้งท้าย

อาจกล่าวได้ว่าในระดับโลกนั้นยังไม่มี Startup ด้าน Smart city ที่โดดเด่นชัดเจน จึงเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยเราน่าจะรีบทำ สำหรับโครงการนี้คาดการณ์ว่าภายใน 1 ปี จะมีผู้เข้าใช้บริการ 6,000 คน มีผู้เข้าอบรมกว่า 1,000 คน รวมถึงจะมีการสนับสนุนด้านการเงินในขั้นไอเดีย 100 ราย ขั้น Prototype 50 ราย ตั้งเป้าว่าจะเกิดการลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาท และจะนำมาสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี

ข่าวดีอื่นๆนอกจาก IOT City Innovation Center ที่ได้เปิดเผยคร่าวๆโดยดร. พิเชฐ ได้แก่ การจะจัดให้มี Thailand Startup Expo ที่ใหญ่ที่สุด รวมพล Startup ไทยเอาไว้มากที่สุด รวมถึงเชิญ Startup ต่างประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น อเมริกา ให้มาเข้าร่วมด้วย ในช่วงปลายเดือนมีนาคม และการจะจัดให้มี Startup District หรือพื้นที่แห่ง Startup ไทยแห่งแรก ซึ่งเล็งไว้เป็นที่สยามสแควร์ แล้วจะต่อไปยังหัวเมืองใหญ่ อย่าง เชียงใหม่ สงขลา โคราช ฟังแล้วน่าตื่นเต้นกับก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของวงการ Startup ไทย รอติดตามข่าวเพิ่มเติมได้ที่ Techsauce นะคะ

และสำหรับผู้ที่สนใจข่าวสารเรื่อง IOT Smart City สามารถติดตามได้ในกรุ๊ปเฟสบุ๊ค Thailand IoT Smart Cities ค่ะ

Comments

comments