สงคราม E-Commerce ไทย : ฝั่งเว็บไซต์ Lazada ยังมีคนเข้ามากสุด ตามมาด้วย Chilindo

ส่องข้อมูล “The Map of E-Commerce” จาก iPrice พบสงครามอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยปี 2560 ฝั่งเว็บไซต์ Lazada ยังมีคนเข้ามากสุด ตามมาด้วย Chilindo จากไทย ส่วน Shopee ครองที่ 1 บน App Store และที่ 2 บน Play Store และ Kamart มียอดคน Add บน LINE ตีตื้น Lazada แล้ว

เมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา Alibaba ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ได้เพิ่มเงินลงทุนใน Lazada กว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อรุกตลาดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งแต่งตั้ง CEO คนใหม่อย่าง Lucy Peng ซึ่งเป็น 1 ใน 18 ผู้ก่อตั้งบริษัท Alibaba ซึ่งเข้ามาแทนที่ CEO คนเก่าอย่าง Max Bittner ซึ่งผันตัวไปดำรงตำแหน่ง Senior Adviser ของ Alibaba

การลงทุนเพิ่มของ Alibaba ในบริษัท Lazada ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นชัดเจนแล้วว่าทาง Alibaba มองเห็นโอกาสในการเติบโตของธุรกิจในแถบ Southeast Asia หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งกำลังจะขึ้นเป็นแถบประเทศที่สำคัญต่อการเติบโตของ Alibaba อีกด้วย

บริษัท iPrice ซึ่งเป็นบริษัทอีคอมเมิร์ซใน 6 ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เล็งเห็นการเข้ามารุกตลาดของบริษัท Alibaba ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในครั้งนี้ จึงได้ออกผลการศึกษาเปรียบเทียบการแข่งขันของบริษัทอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยชนต่างประเทศขึ้นโดยทาง iPrice ทำการเก็บข้อมูล traffic และ Social Media ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2560 ออกศึกษาที่ชื่อว่า The Map of E-Commerce (สงครามอีคอมเมิร์ซ) และผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าในไตรมาสที่ 4 ในปี 2560 ค่าเฉลี่ย Traffic ของร้านค้าอีคอมเมิร์ซโตกว่า 70% จากไตรมาสที่ 2

กล่าวคือร้านค้า E-Commerce มีจำนวนผู้เข้าชมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 9 เดือน ซึ่งในช่วงปลายปีที่มีกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าออนไลน์มากยิ่งขึ้น

โดยผลการศึกษาดังกล่าว มีข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้

 

Chilindo แบรนด์ไทยหนึ่งเดียวที่หวังงัดข้อ Lazada

Chilindo เป็นแบรนด์อีคอมเมิร์ซที่ก่อตั้งขึ้นในประเทศไทยโดยคุณ Caspar Bo Jensen ซึ่งบริษัทมีโมเดลธุรกิจที่แตกต่างจากร้านค้าอีคอมเมิร์ซอื่น ๆ อย่างสิ้นเชิง โดยมุ่งเน้นการขายสินค้าในรูปแบบประมูล โดยผู้บริโภคนั้นสามารถประมูลสินค้าเริ่มต้นเพียง 1 บาท

Chilindo มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2560 ที่ผ่านมา โดยในไตรมาสที่ 2 บริษัทอยู่อันดับที่ 4 โดยมี traffic อยู่ที่ 3,056,000 ครั้งต่อเดือน, ไตรมาสที่ 3 ขึ้นมาเป็นอันดับที่ 3 โดยมี traffic 11,916,883 ต่อเดือน และไตรมาสล่าสุด Chilindo ขึ้นเป็นอันดับที่สอง รองจาก Lazada ยักษ์ใหญ่ โดยมี traffic 13,484,858 ครั้งต่อเดือน

คุณ Caspar CEO บริษัท Chilindo กล่าวว่า “บริษัท Chilindo ได้ประโยชน์จากการกลับมาใช้บริการของลูกค้าเก่าอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้ฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเราคาดว่าการเติบโตนี้จะสูงขึ้นในปี 2018 โดยแผนการตลาดเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่ม traffic และจำนวนผู้ใช้งานรายใหม่ สุดท้ายแล้ว ทางบริษัทเชื่อในเรื่องของการพัฒนาสินค้า บริษัทใช้เวลากว่า 4 ปีในการพัฒนาเว็บ Chilindo ให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งหนึ่งในแผนก็คือการขยายตลาดไปยังประเทศมาเลเซียและเวียดนามในปี 2017”

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเปรียบเทียบกับบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างชาติอย่าง Lazada ที่ครองตำแหน่งที่หนึ่งในด้าน traffic ตลอดปีที่ผ่านมา ล่าสุด Lazada มี traffic สูงถึง 75 ล้านครั้งต่อเดือน

จึงถือว่าไม่ง่ายเลยที่บริษัทอื่น ๆ หรือแม้กระทั่ง Chilindo จะตีเสมอขึ้นมาในเร็ววันนี้

Shopee ขึ้นที่หนึ่งแซง Lazada บน App Store

สองยักษ์ใหญ่ที่เข้ามาจากต่างประเทศอย่าง Lazada และ Shopee ก็มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดตลอดมา แต่ถ้าหากพูดถึง Shopee แล้วก็คงจะต้องพูดถึงการโฟกัสในระบบแอปพลิเคชันมากกว่าถึงจะแฟร์สำหรับเกมนี้

Shopee ให้ความสำคัญกับระบบแอปพลิเคชันมากกว่า เนื่องจากว่าผู้บริโภคสินค้าออนไลน์ใหม่ ๆ นิยมซื้อสินค้าผ่านทางสมาร์ทโฟน

จากข้อมูลจาก App Annie ช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3 ถึงแม้ Shopee จะเป็นรอง Lazada ตลอดมา แต่ไตรมาสที่ 4 ก็สามารถขึ้น Rank App Store เป็นอันดับหนึ่งที่มียอดดาวน์โหลดแซงหน้า Lazada ไปได้

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันอย่างดุเดือดระหว่างสองยักษ์ใหญ่นี้คงจะยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ เพราะในปีนี้ ยังมีกิจกรรมการส่งเสริมการขายจากทั้งสองบริษัทที่จะโปรโมทให้บริษัทดังเป็นพลุแตกอีกมากมาย เห็นได้จากแคมเปญวันเกิดของแต่ละบริษัท และแคมเปญ 11.11 และ 12.12 ในปีที่ผ่านมา เป็นต้น

การแข่งขันในช่องทางโซเชียลมีเดีย

จากที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า Social Media เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทางบริษัทใช้ในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งแต่ละบริษัทมีกลยุทธ์ในการเลือกช่องทางการสื่อสารที่แตกต่างกันออกไป โดยมีช่องทางหลักๆดังนี้ Facebook, Instagram และ LINE จากการศึกษาในปีที่ผ่านมาพบว่า

1. Carnival แบรนด์แฟชั่นไทยชื่อดังใน Instagram

Instagram ไม่ได้รับความนิยมจากร้านค้า E-Commerce ทั่วไปมากนัก แต่ Instagram ได้รับความนิยมจากร้านค้า E-Commerce ที่ต้องการโชว์ภาพสินค้าแนวแฟชั่นมากกว่า เช่น ร้านขายเสื้อแฟชั่น ทำให้ Carnival แบรนด์แฟชั่นสตรีท เลือกที่จะให้ความสำคัญกับรูปภาพที่โพสต์บน Instagram โดยคำนึงถึงองค์ประกอบของรูปภาพทั้งด้านแสง สี และการวางสินค้าที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ทำให้สามารถถ่ายทอดรายละเอียดของรองเท้าได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้แต่ละโพสต์จะมีการบอกรายละเอียดที่ลูกค้าต้องการอย่างชัดเจน เช่น จำนวนสินค้า ไซส์ และราคาของสินค้าที่วางขาย รวมถึงช่องทางในการสั่งซื้อที่สะดวก Instagram

จึงเป็นจุดแข็งที่ทำให้ Carnival ประสบความสำเร็จในการทำตลาดแฟชั่นด้วย Instagram

2. Karmart ตีตื้น Lazada ใน LINE

Karmart เลือกใช้ LINE เป็นช่องทางหลักในการสื่อสารกับลูกค้าคนไทย ที่นิยมใช้ LINE เป็นแอพพลิเคชั่นหลัก โดย Karmart มีผู้ติดตามใน LINE กว่า 14 ล้านคน ซึ่ง Lazada ที่มาอันดับหนึ่งนั้นมีผู้ติดตาม 20 ล้านคน

ถือเป็นอีกแบรนด์ไทยที่เข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคทั้งทางด้านสินค้า และช่องทางการรับข้อมูล

สรุป

ปี 2561 นี้ถือเป็นปีที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับตลาดอีคอมเมิร์ซทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เนื่องจากมีข่าวการลงทุนมากมายที่จะเข้ามาเสริมให้ตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศแถบนี้โตขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งแน่นอนว่าผลประโยชน์คงตกไปอยู่ที่ผู้บริโภค เนื่องจากผู้บริโภคจะมีตัวเลือกที่มากขึ้นในแง่ของสินค้าและคุณภาพของบริการ และที่สำคัญเงินลงทุนนี้จะเสริมให้ผู้บริโภคหันเข้ามาช้อปออนไลน์มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการรายเล็ก ๆ นั่นเอง

Comments

comments