ก.ล.ต. ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร จัดโครงการ FinTech Challenge ครั้งที่ 2 ในหัวข้อ Fast Forward for the Future เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2560 ณ โรงละครเคแบงค์สยามพิฆเนศ สยามสแควร์ วัน ซึ่งเป็นโครงการเพื่อเฟ้นหานวัตกรรมที่ตอบโจทย์หรือขจัดอุปสรรคที่เกิดขึ้นจริงในตลาดเงิน ตลาดทุน และประกันภัยของไทย โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีทั้งในและต่างประเทศมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ และการนำฟินเทคมาปรับใช้กับการประกอบธุรกิจและการให้บริการ

คุณทิพยสุดา ถาวรามร รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)กล่าวว่า “โครงการ FinTech Challenge เป็นหนึ่งในการดำเนินการสำคัญที่ ก.ล.ต. และหน่วยงานพันธมิตรต้องการแสดงให้ทุกภาคส่วนเห็นถึงความตั้งใจที่จะเปิดรับความท้าทายต่าง ๆ และความมุ่งมั่นที่หน่วยงานกำกับดูแลจะปรับทั้งวิธีคิดและวิธีการทำงานเพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญในการผลักดันภาคการเงินและประเทศไทยให้ก้าวหน้าด้วยเทคโนโลยี เนื่องจากฟินเทคจะเข้ามาพลิกโฉมกระบวนการหรือวิธีการทำธุรกรรมต่าง ๆ ทั้งด้านการเงิน การลงทุน และการประกันภัยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ภาคการเงินจึงต้องฉกฉวยโอกาสให้นวัตกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นได้จริงในไทย”

“ก.ล.ต. และหน่วยงานกำกับดูแลในภาคการเงินให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และวางกลยุทธ์ที่หลากหลายเพื่อเปิดพื้นที่ ขจัดอุปสรรค และส่งเสริมนวัตกรรมด้วยการสร้างระบบนิเวศ (ecosystem) หรือโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ที่เหมาะสม  ขณะเดียวกันภาครัฐก็ให้การสนับสนุนโดยการผลักดันร่างกฎหมายส่งเสริมการประกอบธุรกิจและการเข้าถึงบริการของประชาชนด้วยเทคโนโลยีทางการเงินซึ่งได้ผ่านการรับฟังความเห็นจากประชาชนแล้ว  และเมื่อมีผลบังคับใช้ก็จะทำให้ผู้ประกอบการเดิมและฟินเทคสตาร์ทอัพของไทยสามารถพัฒนานวัตกรรมเพื่อให้บริการได้จริงอย่างเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น ” คุณทิพยสุดา กล่าวสรุป

โครงการ Fintech Challenge คืออะไร

โครงการ Fintech Challenge เป็นโครงการพัฒนาความคิดและประกวดผลงานนวัตกรรมด้านการเงิน การลงทุน และการประกันภัย เพื่อส่งเสริมให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีความรู้ ความเข้าใจ และนำ Fintech เข้ามาพัฒนาหรือปรับใช้กับการประกอบธุรกิจเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนได้มากยิ่งขึ้น โดยมุ่งหวังว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยจุดประกายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องตระหนัก รู้เท่าทัน และคำนึงถึงการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนสร้างความเข้าใจให้กับหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อนำไปสู่การออกหรือปรับเกณฑ์ที่สอดคล้องกับนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี ทั้งนี้ทีมที่สมัครเข้าร่วมโครงการจะต้องประกอบด้วยผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจด้านการเงิน นักการตลาดประชาสัมพันธ์ และมีสมาชิกอย่างน้อย 1 คน ที่มีความรู้ความสามารถในการพัฒนาชิ้นงานเทคโนโลยีได้ โดยมีระยะเวลาดำเนินการโครงการตั้งแต่เปิดรับสมัครจนถึงวันประกาศผล เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 4 เดือน

หน่วยงานพันธมิตรที่ร่วมสนับสนุนโครงการประกวด Fintech Challenge ครั้งที่ 2 ประกอบด้วย

  1. ธนาคารแห่งประเทศไทย
  2. สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
  3. เขตอุตสาหกรรมซอฟแวร์ประเทศไทย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
  4. สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ
  5. สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)
  6. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  7. ศูนย์ C Asean
  8. สมาคมฟินเทคประเทศไทย
  9. สมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่

3 หัวข้อเสวนาในงาน Fintech Challenge ครั้งที่ 2

  • หัวข้อ " Embracing the Financeial Innovations " 

Mr.Sundeep Gantori นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ หัวหน้าสายงานลงทุน บริษัท UBS Wealth Management กล่าวว่า "UBS ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจทางการเงินได้นำนวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการใช้ระบบประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก (machine learning) มาใช้ประโยชน์ในการประกอบธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ทั้งในด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินของลูกค้า (wealth management) และการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจ"

นอกจากนี้ Mr. Sundeep ยังเห็นว่า ฟินเทคและผู้ให้บริการทางเทคโนโลยีต่างๆ จะมีส่วนสำคัญต่อธนาคารพาณิชย์ในอนาคต เห็นได้จากสัดส่วนมูลค่าทางการตลาดของหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นในดัชนีตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก สถาบันการเงินจะหันไปเน้นลงทุนในนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น อาทิ การนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ตอบโจทย์เรื่องการให้คำแนะนำผ่านโปรแกรมผู้แนะนำการลงทุนที่ใช้สมองกล (Robo-Advisor) และยังสามารถช่วยเก็บและกลั่นกรองข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์ ลดระยะเวลาในการออกและเสนอขายผลิตภัณฑ์ ช่วยบริหารจัดการกรรมธรรม์ประกันภัย รวมทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบงาน ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ตลอดจนลดภาระในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของหน่วยงานกำกับดูแล

UBS สนับสนุนการเติบโตของฟินเทคผ่านโครงการทดลองที่จัดขึ้นในหลายประเทศ ซึ่งช่วยให้ UBS สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ขณะที่บริษัทฟินเทคเองก็สามารถเข้าถึงเงินทุนจากทั้ง UBS และลูกค้าของ UBS อีกด้วย

Mr. Philip Enness หัวหน้าฝ่ายงานด้านโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของบริษัท IBM เห็นพ้องว่า เมื่อฟินเทคเข้ามา ธุรกิจทางการเงินต้องเจอกับความท้าทายและความกดดันทางการแข่งขันอย่างมาก ทำให้ต้องปรับตัว และเพิ่มความคล่องตัวในการให้บริการ พร้อมกับประยุกต์ใช้นวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ ที่จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าด้านความสะดวกและรวดเร็วในราคาและต้นทุนที่ถูกลงได้

IBM ในฐานะผู้ให้บริการทางการเงินก็ต้องนำเสนอบริการใหม่ ๆ ตามความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้าเช่นกัน IBM จึงศึกษาประโยชน์ของเทคโนโลยีใหม่ๆ และจัดแพลตฟอร์มใหม่โดยนำฟินเทคมาช่วยพัฒนาบริการที่ตรงใจลูกค้ายิ่งขึ้น

Mr. Philip Enness กล่าวว่า ปัจจุบัน IBM ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีใหม่อย่างบล็อกเชนมาให้บริการลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม การใช้บล็อกเชนก็มีความท้าทายและซับซ้อน เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีใหม่และยังอยู่ในช่วงของการทดลอง โดยปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความเป็นไปได้ในการนำบล็อกเชนมาให้บริการได้แก่

  1.  การมีรูปแบบการให้บริการที่ตอบโจทย์ได้จริง
  2. การปรับแนวปฏิบัติที่มีอยู่เดิม ซึ่งอาจมีผู้ให้บริการบางรายถูกลดบทบาทหรือลดความสำคัญลง
  3. กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่อาจจะยังไม่รองรับเทคโนโลยีใหม่ นอกจากนี้ ความสำเร็จของการใช้บล็อกเชนยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะที่เหมาะสม ระบบงานภายในที่มีการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบในการฉกฉวยโอกาสสร้างเครือข่ายการให้บริการที่จะสามารถต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่าธุรกิจได้
  • หัวข้อ "Introduction to Artificial Intelligence and Its application in Capital Market"

Dr. Florian Matthaeus Spiegl ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Finfabrik แนะนำให้รู้จักกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือ เครื่องมือที่ทำงานแทนการใช้ความสามารถของมนุษย์ ประกอบด้วย 3 อย่างหลักที่คล้ายมนุษย์ คือ การรับรู้ การใช้ตรรกกะ และการแสดงออกทางพฤติกรรม ซึ่ง AI มีมานานแล้วมากกว่า 50 ปี ไม่ใช่สิ่งใหม่ แต่เข้ามาและหายไปเป็นระยะๆ เนื่องจาก ผู้คนต่างผิดหวังที่ AI ยังมีข้อบกพร่องในการทำงานและไม่สามารถตอบโจทย์ความคาดหวังของผู้ใช้งานได้ แต่ขณะนี้กำลังจะเปลี่ยนไป เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงที่เทคโนโลยีปัจจุบันจะสามารถตอบสนองความต้องการและความคาดหวังที่ในอดีตไม่สามารถทำได้

ในปัจจุบัน  AI  มีอยู่ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้แอปพลิเคชันแผนที่นำทาง ของ Google หรือการดูหนังออนไลน์บน Netflix สำหรับตลาดทุน บทบาทของเอไอ สามารถอยู่ในรูปของการตัดสินใจการลงทุนแทนคน รวมถึง การทำความรู้จักกับลูกค้า อาทิ การเช็คประวัติลูกค้าว่าควรให้เปิดบัญชีได้หรือไม่ ตรวจหาข้อมูลธุรกรรมที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติม

Dr. Florian คาดหวังว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นในตลาดทุนในอนาคตคือ AI ที่มีความสามารถเฉพาะด้านแต่ละด้านจะรวมกันเป็นเครือข่ายใหญ่สำหรับการให้บริการผู้ลงทุน ช่วยลดค่าใช้จ่ายแก่ผู้ประกอบธุรกิจ และผู้ประกอบธุรกิจที่ให้บริการบริหารความมั่งคั่งสามารถให้บริการได้ในราคาที่ถูกลงเนื่องจากใช้เทคโนโลยีที่มีต้นทุนต่ำ

อย่างไรก็ดี ปัญหาและอุปสรรคที่พบคือ เอไอถูกใช้เป็นเครื่องมือโจมตีทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นทุกที่อยู่ตลอดเวลา แต่ในขณะเดียวกัน เอไอก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ได้เช่นกัน

สิ่งที่จะเกิดขึ้นในธุรกิจการให้บริการทางการเงิน คือ มีผู้เล่นใหม่มากขึ้น มีรูปแบบการดำเนินธุรกิจใหม่ ๆ เกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้ทุกคนล้วนได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีเอไอ เช่น ผู้ใช้บริการได้รับบริการที่ดีขึ้น  ปลอดภัยขึ้น ราคาถูกลง ดีต่อเศรษฐกิจ เพราะสามารถทำทุกอย่างให้มีประสิทธิผลขึ้น

Dr. Florian กล่าวสรุปว่า อย่ากลัว AI ยอมรับและใช้ประโยชน์จากวิวัฒนาการใหม่ๆ เพื่อทำให้บริการทางการเงินดียิ่งขึ้น

  • หัวข้อ " RegTech Rising : Overcoming Data Challenge in Compliance Reporting"

Ms. Susan de Brogolio หัวหน้าฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติงานภูมิภาคเอเชีย บริษัท Macquarie Group Limited กล่าวว่า การปรับวิธีการกำกับดูแลการให้บริการเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้การกำกับดูแลรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งช่วยให้บริษัทสามารถปรับตัวสอดรับกับกฎเกณฑ์ในแต่ละประเทศ ลดต้นทุน และช่วยขยายขนาดของธุรกิจ ส่งผลให้อุตสาหกรรมการเงินโดยรวมมั่นคง และผู้ลงทุนมีความมั่นใจในการลงทุนมากยิ่งขึ้น

การนำเทคโนโลยีมาช่วยในการกำกับดูแล หรือ เร็คเทค (RegTech) เป็นการเชื่อมโยงเทคโนโลยีกับการให้บริการทางการเงินและการกำกับดูแล ซึ่งการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยีใหม่ ๆ อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ หรือบล็อกเชน ช่วยให้หน่วยงานกำกับดูแลสามารถเห็นภาพรวมของธุรกิจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เข้าใจพฤติกรรมผู้มีส่วนร่วมในตลาด อาทิ ลูกค้า และพนักงานในบริษัท รวมถึงแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมทางการเงินที่กำลังเกิดขึ้น และยังช่วยให้ฝ่ายงานกำกับดูแลของบริษัทเห็นถึงความเชื่อมโยงในระบบได้ครบถ้วนจากเดิมที่เคยเห็นเป็นเพียงส่วน ๆ และสามารถติดตามการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การใช้เทคโนโลยีเกิดประสิทธิผล คือ การมีระบบที่เชื่อมโยง มีระบบควบคุมภายใน มีการเก็บข้อมูลในรูปแบบที่สามารถนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ ติดตามดูแล และประเมินผลได้ ซึ่งเทคโนโลยีที่สามารถแจ้งเตือนหรือชี้ปัญหาในระบบ จะเป็นเครื่องมือช่วยหน่วยงานกำกับดูแลและบริษัทในการติดตามดูแลเพื่อสืบหาพฤติกรรมที่น่าสงสัยของผู้มีส่วนร่วมในตลาด ก่อนที่พฤติกรรมนั้น ๆ จะนำไปสู่ปัญหาในอุตสาหกรรมการเงินโดยรวม รวมถึงการประเมินผลกระทบและค้นหามาตรการที่เหมาะสมเพื่อรับมืออีกด้วย

ตามไปดู 10 ทีมที่เข้ารอบชิงชนะเลิศ Fintech Challenge 2017

กลุ่มบริการที่ช่วยผู้บริโภคตัดสินใจหรืออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงการลงทุน

  • ทีมที่ 1 Cryptovation.co โรโบแอดไวเซอร์สำหรับการลงทุนใน Cryptocurrencies เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงการเงินได้ง่ายขึ้นในทุกๆ ส่วน ทั้งในด้านผลตอบแทนจากการลงทุน เรียนรู้พื้นฐานทางการเงินผ่านนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ในระบบ Blockchain Asset การนำทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ คือ การทำอาร์บิทราจ ผสมผสานกับการเขียนโปรแกรมมาช่วยในการวิเคราะห์การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่สูงในความเสี่ยงที่ต่ำที่สุด
  • ทีมที่ 2 Stockradars Gift บัตรของขวัญเพื่อการลงทุนในหุ้นและกองทุนรวม สำหรับมอบให้กับคนที่คุณรักเพื่อส่งต่อของขวัญที่มีมูลค่าและเติบโตได้ อันนำไปสู่หนทางแห่งความมั่งคั่งในอนาคตและยังช่วยฝห้คนเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายขึ้น โดยสามารถเริ่มลงทุนด้วยเงินที่น้อยลงกว่าเดิมผ่านแพลตฟอร์มได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์
  • ทีมที่ 3 Wealth Me เครื่องมือช่วยตัวแทนประกันชีวิตให้พัฒนาไปสู่ความเป็นมืออาชีพในฐานะนักการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคลให้ลูกค้า เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยแอปพลิเคชันที่จะช่วยลดระยะเวลา และลดความผิดพลาดในกระบวนการทำงาน ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Real Time คำนวณถูกต้องและแม่นยำตามทฤษฎีทางการเงิน สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว อีกทั้งเพิ่มประสิทธิภาพทางการสื่อสารและอธิบายแผนการเงินที่เข้าใจได้ง่าย ซึ่งจะนำไปสู่กระบวนการตัดสินใจซื้อได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
  • ทีมที่ 4 Moto Punk แพลตฟอร์ม U Lease "เลือกไฟแนนซ์โดนใจ ได้รถมอไซต์ราคาถูก" คือแพลตฟอร์มการซื้อรถมอเตอร์ไซต์ออนไลน์ในรูปแบบเช่า-ซื้อ (จัดไฟแนนซ์) โดยเป็นตัวกลางระหว่างลูกค้า ร้านดีลเลอร์มอเตอร์ไซต์ และบริษัทไฟแนนซ์

กลุ่มบริการที่ช่วยผู้บริโภครักษาสิทธิ

  • ทีมที่ 5 Flight DApp Bot ระบบการจัดการเคลมเบี้ยประกันภัยการเดินทางและเที่ยวบินดีเลย์ผ่านระบบรูปแบบการจัดการข้อมูลแบบ Blockchain  smart contract ด้วย user interface ในรูปแบบ AI Chatbot โดยกลุ่มลูกค้าที่ทำประกัน เมื่อเกิดปัญหาจากการเดินทางหรือเที่ยวบินดีเลย์ไม่ว่าจะในประเทศและต่างประเทศ ระบบนี้จะช่วยทำการเคลมเบี้ยประกันภัยอัตโนมัติและได้รับเงินเบี้ยประกันชดเชยทันที
  • ทีมที่ 6 UTU แพลตฟอร์มระบบสะสมคะแนนแบบไร้พรมแดน ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ  ชื่อ ยูทู (UTU)   เพียงแค่แอปฯ เดียว ก็สามารถสะสมคะแนนแบบไร้พรมแดนจากการช้อปปิ้งจาก 1,000 ร้านค้าพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศของ UTU  โดยไม่จำเป็นต้องสมัครเป็นสมาชิกของแต่ละร้านค้าและพกบัตรสมาชิกมากมายให้ยุ่งยากอีกต่อไป

กลุ่มบริการที่ช่วยส่งเสริมพฤติกรรมที่ดีของผู้เอาประกัน

  • ทีมที่ 7  noon ระบบบันทึกพฤติกรรมการขับขี่รถเพื่อเบี้ยประกันที่เป็นธรรม โดยนำเอาคอนเซปต์ Pay How You Drive มาปรับใช้กับการคิดส่วนลดค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ ซึ่งจะช่วยทำให้ผู้บริโภคได้รับค่าเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสมกับตัวเอง

ทีมที่ 8 Insbee  ประกันรถยนต์ที่จูงใจพฤติกรรมที่ดีผ่านเพียร์คอมมิวนิตี้ และสร้างความเป็นธรรมให้แก่ลูกค้าผู้ทำประกันที่ขับรถปลอดภัย Insbee ทำงานร่วมกับบริษัทประกันเพื่อออกผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์ชั้น 1 แบบใหม่ที่จะมีเงินคืนในกรณีที่ลูกค้าไม่เคลมประกันเลยในปีนั้น

กลุ่มบริการที่ช่วยส่งเสริมสังคม Cashless

  • ทีมที่ 9 VendingCoin  อุปกรณ์ปลายทาง (plug-in terminal) เพื่อรับชำระด้วยช่องทางดิจิตอล (digital payment) หรือเงินดิจิตอล (e-wallet) แบบออนไลน์สำหรับตู้ขายสินค้าหรือบริการด้วยเหรียญอัตโนมัติ (vending machine) โดยเจ้าของตู้สามารถเข้ามาตรวจสอบการทำงานของตู้ขายสินค้าฯ และอุปกรณ์ปลายทางฯ ผ่านทางระบบคลาวด์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน  มอบความสะดวกแก่ผู้ใช้งานได้ทุกเวลา

กลุ่มระบบช่วยทางการและสถาบันการเงินตรวจจับการฟอกเงิน

  •  ทีมที่10 Siam RegTech ระบบช่วยทางการและสถาบันการเงินตรวจจับการฟอกเงิน โดยการนำเสนอระบบ Machine Learning ที่มีประสิทธิภาพสูงในการประมวลผลฐานข้อมูลขนาดใหญ่สำหรับใช้ในการตรวจจับความผิดปกติด้านการเงินที่มีแนวโน้มทุจริตในรูปแบบต่างๆ

ทุนสนับสนุนนวัตกรรมยอดเยี่ยม แบ่งออกเป็น 3 ทุน ได้แก่

  1. ทุนนวัตกรรมประเภท Rising Star Fintech สำหรับทีมที่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการอยู่แล้ว และมีแนวโน้มที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการนั้นๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ได้แก่ทีม noon และทีม UTU ได้รับทุนทีมละ 100,000 บาท

2. ทุนนวัตกรรมประเภท Innovation Fintech  สำหรับทีมที่สามารถเสนอนวัตกรรมล้ำนำสมัยหรือความคิดสร้างสรรค์ ที่เป็นประโยชน์กับผู้ใช้บริการที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต  ได้แก่ทีม Flight DApp Bot ได้รับทุนจำนวน 100,000 บาท

3. ทุนนวัตกรรมประเภท Popular Vote  สำหรับทีมที่ได้รับความสนใจมากที่สุด ได้แก่ทีม Wealth Me ได้รับทุนจำนวน 50,000 บาท 1 ทุน

4. ทุนสนับสนุนนวัตกรรมทุนละ 20,000 บาท รวม 10 ทุน สำหรับทีมที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ

เป็นอีกงานที่มีทั้งสีสันและความรู้ อีกทั้งยังเป็นงานที่เปิดโอกาสให้แต่ละทีมได้มานำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีนวัตกรรมเจ๋งๆ ให้เราได้เห็น ทาง Techsauce ขอชื่นชมทุกทีมที่ได้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศและขอแสดงความยินดีกับทีมที่ชนะเลิศและได้รับทุนสนับสนุนนวัตกรรมเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจของตัวเองให้ก้าวกระโดด พร้อมกับการสร้าง Ecosystem ของฟินเทคของไทยให้ดีขึ้น

RELATED ARTICLE

Responsive image

หุ่นยนต์ฆ่าไวรัสและแบคทีเรียแบบ UVC ในเครื่องบินถูกนำเสนอให้ใช้ในสนามบินใหญ่ของสหรัฐฯ

ในช่วงที่ไวรัสจาก Wuhan กำลังเป็นข่าวที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ หนึ่งในช่องทางการเดินทางที่ทำให้คนมีโอกาสติดกันสูง นั่นก็คือห้องผู้โดยสารเครื่องบิน หุ่นยนต์อุปกรณ์ฆ่าไวรัสและแบคทีเ...

Responsive image

BaseConf2020 อีกหนึ่งหมุดหมายของ Tech Conference ระดับภูมิภาคครั้งใหญ่ที่สุดของ Iskandar Malaysia

Techsauce Global Summit ร่วมกับ START Malaysia จัด BaseConf2020 งาน Tech Conference ระดับภูมิภาคครั้งใหญ่ที่สุดของ Iskandar Malaysia พื้นที่เศรษฐกิจพิเศษในรัฐยะโฮร์บาห์รู (Johor Ba...

Responsive image

AIS จับมือ SCG และ ม.อ. นำร่องใช้ 5G ในโรงงานอุตสาหกรรมจริง

ก้าวย่างสำคัญด้านเทคโนโลยีของประเทศ เมื่อ 2 องค์กรชั้นนำ AIS และ SCG พร้อมด้วย ภาคการศึกษา มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ ผนึกกำลังร่วมทดลองทดสอบการใช้งานจริง 5G ในภาคอุตสาหกรรมได้สำเร็...