Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!
Contact us
2

Microsoft โชว์ Vision ที่งาน ‘Future Now’ เผยดัน AI ให้เติบโตในไทย1 min read

Posted by
Posted date พฤศจิกายน 28, 2018

  • Microsoft โชว์วิสัยทัศน์การผลักดันปัญญาประดิษฐ์ด้วยแนวคิด ‘AI for Thai’ ในงาน ‘Future Now’
  • แม้ AI จะทำงานได้แม่นยำ แต่จะไม่ตัดโอกาสการทำงานของมนุษย์
  • AI อาจมาแทนที่งานแบบเก่าๆ แต่ก็สร้างงานรูปแบบใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น ในขณะเดียวกัน AI ก็ต้องถูกออกแบบให้ทำงานอย่างมีความรับผิดชอบ
  • พร้อมโชว์ตัวอย่างการใช้ Machine Learning ในการเก็บเกี่ยวผลผลิตทั้งฝึกฝนเกษตรกรและเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้น

ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เผยทิศทางสู่อนาคตในโลกดิจิทัลของเมืองไทยและวิสัยทัศน์ด้านบทบาทของ AI ในสังคมในงานสัมมนา “Future Now” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิด “AI for Thais” ในโอกาสนี้ Microsoft ได้เน้นย้ำถึงความเป็นผู้นำระดับโลกในด้าน AI Platform ด้วยตัวอย่าง Solution และเรื่องราวความสำเร็จของลูกค้าที่สะท้อนถึงความก้าวหน้าในการผสมผสาน AI เข้ากับชีวิตและการทำงานในปัจจุบัน ควบคู่ไปกับทัศนะและแนวคิดสำหรับอนาคตจากผู้บริหารระดับสูงและนักวิจัยชาวไทยจากสถาบัน Microsoft Research Cambridge

คุณธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “งานวิจัยที่ Microsoft จัดทำขึ้นร่วมกับ IDC ระบุว่าเทคโนโลยีอย่าง AI และ IoT ถือเป็นนวัตกรรมอันดับหนึ่งที่กำหนดทิศทางในอนาคตของธุรกิจทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในฐานะฟันเฟืองหลักที่จะขับเคลื่อนวิถีชีวิตและโลกธุรกิจไปสู่ยุคใหม่ที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น การวางรากฐานให้ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและสังคมไทยได้อย่างลงตัวและเต็มประสิทธิภาพนั้น จะต้องคำนึงถึงปัจจัยสำคัญใน 4 ด้านหลักๆ ด้วยกัน เริ่มต้นจากการพัฒนาทักษะเชิงดิจิทัลให้กับคนไทยอย่างทั่วถึง การปรับแต่งเทคโนโลยีให้เข้ากับสภาพการใช้งานจริง เช่นในด้านของภาษา วัฒนธรรม หรือแม้แต่กฎหมายและกรอบนโยบาย การยกระดับเครือข่ายพันธมิตรและนักพัฒนาทั่วประเทศให้นำ AI มาใช้ได้อย่างเต็มที่ และความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์ ออกแบบ และปรับแต่งผลิตภัณฑ์และบริการมาโดยเฉพาะ เพื่อความสำเร็จของลูกค้าในประเทศไทย”

คุณธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด

อนาคตของ AI เปี่ยมด้วยศักยภาพ แต่ต้องการความสมดุลเชิงสังคม

ดร. พญ. พิจิกา วัชราภิชาต เป็นนักวิจัยชาวไทยผู้มีความเชี่ยวชาญทั้งในด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ที่เป็นส่วนหนึ่งของทีม Microsoft Research ประจำศูนย์วิจัยที่เมืองเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ

“AI และ Machine Learning เป็นเทคโนโลยีที่สามารถเปลี่ยนแปลงแนวทางการรักษาโรคต่างๆ ได้ในอนาคต” ดร. พญ. พิจิกา เผย “นวัตกรรมทั้งสองได้ขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาในด้านระบบการประมวลภาพทางการแพทย์และการวิเคราะห์ประวัติสุขภาพเชิงลึกแบบก้าวหน้า ขณะที่วงการการแพทย์ในภาพรวมก็กำลังมุ่งหน้าไปสู่ยุคของเวชศาสตร์เชิงป้องกัน ด้วยการคาดการณ์และยับยั้งโรค แทนที่จะเยียวยารักษาอาการในภายหลัง นอกจากนี้ ศักยภาพของ AI ในการประมวลผลข้อมูลปริมาณมหาศาลอย่างชาญฉลาด จะช่วยเสริมการรักษาให้แม่นยำเป็นระดับรายบุคคล สนับสนุนให้การทำงานของบุคลากรแพทย์ในทุกขั้นตอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น และปูทางไปสู่การค้นพบใหม่ๆ อีกมากมาย เช่นการวิเคราะห์ข้อมูลทางพันธุกรรมของมนุษย์ที่มีความซับซ้อนสูงสุดให้เกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้”

ดร. พญ. พิจิกา วัชราภิชาต

ถึงแม้ว่า AI จะสามารถทำงานในหลายๆ ด้านได้แม่นยำกว่ามนุษย์มาก แต่ ดร. พญ. พิจิกายังมองว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะไม่ตัดโอกาสในการทำงานของมนุษย์ “AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่ผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ แต่จะสามารถเสริมให้ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้สามารถทำงานกับข้อมูลได้เต็มประสิทธิภาพกว่าที่เคย ตัดสินใจได้แม่นยำกว่า และเดินหน้าสู่การค้นพบในหลากหลายสาขาได้รวดเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน”

ความเห็นของ ดร. พญ. พิจิกา สอดคล้องกับแนวคิดของ ซันนี่ พาร์ค ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายและองค์กรสัมพันธ์ ไมโครซอฟท์ เอเชียแปซิฟิก “ผลวิจัยของ Microsoft และ IDC เผยว่ากว่า 95% ของตำแหน่งงานในประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงเชิงเทคโนโลยีในช่วงสามปีข้างหน้า โดยถึงแม้ว่าจะมีตำแหน่งงานราว 30% ที่จะถูกกระจายออกสู่แรงงานนอกประเทศ แทนที่ด้วยเทคโนโลยี หรือหมดความจำเป็นลงไป แต่ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีดิจิทัลก็จะทำให้มีตำแหน่งงานใหม่ๆ ปรากฎขึ้นในปริมาณที่ใกล้เคียงกันเพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ในตลาดแรงงาน ขณะที่อีก 35% จะยังคงรักษาตำแหน่งงานในรูปแบบเดิมเอาไว้ ข้อมูลทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีไม่ได้ก่อให้เกิดการสูญเสียโอกาสในตลาดแรงงาน แต่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงความต้องการด้านแรงงาน และการเสริมสร้างทักษะในด้านใหม่ๆ ต่อไป”

“ปัจจุบัน ไมโครซอฟท์กำลังทำงานร่วมกับหลากหลายภาคส่วนเพื่อเร่งพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับอนาคต ไม่ว่าจะเป็นโครงการสำหรับเยาวชน เช่นความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลในโครงการ Coding Thailand หรือโครงการอื่นๆ สำหรับบุคลากรในตลาดแรงงานปัจจุบัน เมื่อเร็วๆ นี้ Microsoft ได้จับมือกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอีกหลายรายภายใต้ความร่วมมือเพื่อพัฒนาทักษะเชิงดิจิทัลให้กับแรงงานทั่วภูมิภาคอาเซียน ภายใต้โครงการ Digital ASEAN ของ World Economic Forum ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับทักษะของแรงงานกว่า 20 ล้านคนภายในปี 2563”

นอกจากนี้ ซันนี่ พาร์ค ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องวางรากฐานเชิงศีลธรรมและกฎหมายเพื่อรองรับและควบคุมการพัฒนา AI ต่อไป “AI จะทวีความสามารถมากขึ้นในอนาคต และเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในชีวิตประจำวัน ดังนั้น ทั้งภาครัฐ นักวิชาการ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และภาคเอกชน ต่างต้องร่วมมือกันกำหนดหลักการและกรอบนโยบายสำหรับการสร้างและใช้งานระบบ AI ในอนาคต โดยหลักการเหล่านี้จะมุ่งส่งเสริมให้ AI ทำงานอย่างยุติธรรม มั่นคง ปลอดภัย รักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูล เปิดโอกาสให้ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน และมีความโปร่งใส หรือหากให้สรุปสั้นๆ ก็คือ AI จะต้องทำงานโดยมีความรับผิดชอบนั่นเอง การจะไปให้ถึงจุดนี้ได้ เราจะต้องมีกฎหมายที่แน่นหน้าในด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ และไมโครซอฟท์เองก็มีความยินดีที่ได้เห็นหน่วยงานภาครัฐในประเทศไทยทำงานร่วมกับภาคเอกชนในการร่างกฎหมายที่ครอบคลุมประเด็นหลักทั้งสองนี้”

ใช้ AI เพิ่มศักยภาพให้กับภาคการเกษตร

ในงาน “Future Now” ไมโครซอฟท์ยังได้จัดแสดงโซลูชั่นระดับรางวัลจากสตาร์ทอัพไทย บลู โอเชียน เทคโนโลยี นำโดยคุณเพิ่มพงศ์ เอี้ยวบันดาลสุข กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง บลู โอเชียน เทคโนโลยี ที่นำเอา VRSIM ผสมผสานเทคโนโลยี VR และ Machine Learning เข้าด้วยกัน เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการฝึกสอนผู้ควบคุมเครื่องจักรเพื่อการเกษตร

คุณเพิ่มพงศ์ เอี้ยวบันดาลสุข กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง บลู โอเชียน เทคโนโลยี

“โดยปกติแล้ว การฝึกสอนพนักงานขับรถตัดอ้อยเป็นกระบวนการที่กินเวลานาน และยังอาจก่อให้เกิดความเสียหายกับผลิตผลอีกด้วย หากนับจากช่วงเริ่มแรกในการสังเกตการณ์พนักงานผู้เชี่ยวชาญ ไปจนถึงการขับรถเก็บเกี่ยวด้วยตนเอง อาจกินเวลารวมทั้งหมดนานถึงสามปี” นายเพิ่มพงศ์กล่าว “VRSIM นำเทคโนโลยี VR มาเปิดโอกาสให้นักขับมือใหม่ได้ฝึกฝนและเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมเสมือนจริง โดยที่ไม่ต้องรอฤดูเก็บเกี่ยวหรือเสี่ยงไปกับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และด้วยพ Machine Learning เรายังสามารถนำประสบการณ์และความเข้าใจของนักขับรถตัดอ้อยมืออาชีพมาวิเคราะห์ เพื่อแนะนำเส้นทางการขับรถเพื่อเก็บเกี่ยวอ้อยให้ได้รวดเร็วและครอบคลุมพื้นที่เก็บเกี่ยวมากที่สุด”

VRSIM ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าของรางวัล Thailand ICT Awards (TICTA) 2018 ในสาขาอุตสาหกรรม (การเกษตร) และยังเป็นหนึ่งในผลงานที่ผ่านเข้าสู๋รอบสุดท้ายเพื่อชิงรางวัล ASEAN ICT Awards (AICTA) 2018 ในสาขา Digital Content อีกด้วย

จากปัจจุบันสู่อนาคต บนเส้นทาง AI ของไมโครซอฟท์

นอกจากจะเป็นพลังขับเคลื่อนนวัตกรรมจากนักคิด นักสร้างสรรค์ เจ้าของธุรกิจ และพันธมิตร ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกแล้ว AI Platform ของ Microsoft ยังมีเทคโนโลยีล้ำสมัยทั้งในระดับ Infrastructure, Application Tools รวมถึง Software และ Hardware ที่พร้อมใช้งานได้จริง

ส่วนสถาบันวิจัย Microsoft Research (MSR) ยังคงเป็นผู้นำในด้านการสำรวจทุกขอบเขตทางนวัตกรรมเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ สำหรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ ศูนย์วิจัยสาขาเอเชียของ Microsoft (MSRA) เพิ่งจะฉลองครบรอบ 20 ปีเต็มไปเมื่อเร็วๆ นี้ หลังจากที่ได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยรวมแล้วทั้งสิ้นเกินกว่า 5,000 ชิ้น ซึ่งล้วนถือเป็นข้อพิสูจน์ถึงสถานะความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของบริษัท

“เราภูมิใจมากที่แพลตฟอร์มคลาวด์และ AI ของ Microsoft ได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบนิเวศทางเทคโนโลยีของทั้งประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ทั่วโลกให้รุดหน้าต่อไป ให้ทุกภาคส่วนได้มุ่งหน้าสู่ความสำเร็จไปด้วยกัน เพราะสำหรับไมโครซอฟท์แล้ว เครื่องวัดความสำเร็จของเราและพันธมิตรก็คือความสำเร็จของลูกค้านั่นเอง” นายธนวัฒน์กล่าวปิดท้าย

Comments

comments

Sign-up for exclusive content. Be the first to hear about ConvertPlug news.
Subscribe