Midea ยักษ์ใหญ่เครื่องใช้ไฟฟ้าจีน รุกขยายตลาดแอร์ในไทย มุ่งติดท็อป 3 ใน 5 ปี | Techsauce
Contact us
2

Midea ยักษ์ใหญ่เครื่องใช้ไฟฟ้าจีน รุกขยายตลาดแอร์ในไทย มุ่งติดท็อป 3 ใน 5 ปี1 min read

Posted by
Posted date มีนาคม 18, 2019

ตลาดเครื่องปรับอากาศในไทยในปีที่ผ่านมาแม้จะมีอัตราการเติบโตที่ซบเซาลงตามสภาพอากาศที่ไม่ได้ร้อนเท่าที่คาดการณ์ และสภาวะทางเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง แต่สำหรับ Midea แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ในจีนกลับมีอัตราการเติบโตถึง 54%  ล่าสุดประกาศเดินหน้าขยายตลาดและการลงทุนในไทย เพื่อดันสินค้าเครื่องปรับอากาศ Midea ให้ขึ้นเป็นท็อป 3 แบรนด์ยอดนิยม ภายใน 5 ปี พร้อมตั้งเป้ายอดขายในไทยเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 74% ในปีนี้

Midea กับบทบาทผู้ส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ในเวทีโลก

นายเฮนรี เฉิน ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศประจำภูมิภาคอาเซียน บริษัท ไมเดีย เรซิเดนท์เชียล แอร์ คอนดิชันเนอร์ โอเวอร์ซี เซลส์ คอมพานี ประเทศจีน กล่าวว่า “Midea Group คือบริษัท ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ของจีน ซึ่งมีไลน์การผลิตครอบคลุมทุกประเภทสินค้า ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2511 ปัจจุบันมีโรงงานผลิต 18 แห่งในจีน และอีก 15 แห่งในต่างประเทศ มีพนักงานราว 1.3 แสนคนทั่วโลก มีการส่งออกสินค้าไปมากกว่า 200 ประเทศ ไมเดีย กรุ๊ปถูกจัดอันดับโดยนิตยสาร Fortune Global 500 ประจำปี 2561 ให้เป็นบริษัทที่มีรายได้จากการประกอบการสูงสุดลำดับที่ 323 ของโลก ทั้งยังถูกจัดอันดับโดยนิตยสาร Forbes Global 2000 ประจำปี 2561 ให้เป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกลำดับที่ 245 ในด้านรายได้ กำไร ทรัพย์สิน และมูลค่าทางการตลาด นอกจากนี้ยังถูกจัดให้อยู่ลำดับที่ 138 ภายในรายงานประจำปีด้านแบรนด์ทรงคุณค่าที่สุดของโลก ประจำปี 2562 โดย Brand Finance”

เฮนรี เฉิน ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศประจำภูมิภาคอาเซียน

“ในส่วนของสินค้าเครื่องปรับอากาศ ไมเดีย กรุ๊ป ถือว่าเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่สุดของโลก ซึ่งมีมาร์เก็ตแชร์ของกลุ่มเครื่องปรับอากาศใช้ภายในบ้าน (Residential Air Conditioner หรือ RAC) สูงถึง 28% เป็นอันดับสองในตลาดจีน และส่งออก 24% นับเป็นผู้ส่งออกอันดับหนึ่ง ส่วนเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ (Commercial Air Conditioner หรือ CAC) ที่ใช้ในออฟฟิศ อาคารสำนักงาน โรงแรม โรงพยาบาล หรือทาวน์โฮม ไมเดีย กรุ๊ปก็ยังครองส่วนแบ่ง 11.5% ในตลาดจีน และส่งออกมากเป็นอันดับหนึ่งด้วยสัดส่วน 20%”

นายเฮนรี เสริมว่า “ปัจจัยที่ทำให้ไมเดีย กรุ๊ป เป็นผู้นำตลาดสินค้าเครื่องปรับอากาศ คือการที่บริษัทฯ มีเทคโนโลยี การผลิตอันทันสมัย มีการทำวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง มีโรงงานผลิตส่วนประกอบสำคัญทุกส่วน เป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นคอมเพรสเซอร์ แผงคอยล์ มอเตอร์ และแผงวงจร และด้วยจำนวนโรงงานผลิตมากถึง 6 แห่งในจีน และอีก 5 แห่งในต่างประเทศ ทำให้มีกระบวนการผลิตขนาดใหญ่และครบวงจรที่สุด สามารถรองรับ การผลิตสินค้าเครื่องปรับอากาศได้ทุกประเภท ทั้งแบบแยกส่วน แบบเคลื่อนที่ แบบเครื่องดูดความชื้น แบบติด หน้าต่าง แบบตั้งพื้น แบบ Light Commercial หรือเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ และแบบเครื่องกรองอากาศ ได้ถึงปีละ 67 ล้านเครื่อง ที่สำคัญไมเดีย กรุ๊ป ยังให้ความสำคัญกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่สนใจเรื่องความสะดวกสบาย ดีไซน์ การประหยัด และรักษ์โลก โดยเครื่องปรับอากาศ Midea ได้รับรางวัลด้านการออกแบบ ผลิตภัณฑ์จากเวทีนานาชาติมามากกว่า 40 รางวัล”

“ในช่วงสามปีที่ผ่านมา เครื่องปรับอากาศใช้ภายในบ้าน (RAC) ของ Midea สามารถทำยอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่องทั้งในตลาดจีนและตลาดโลก โดยในปี 2560 สามารถขายได้ทั้งสิ้น 38 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้นถึง 40.7% Midea Group ยังได้ตั้งเป้าที่จะเพิ่มยอดขายขึ้นอีก 30% สำหรับตลาดอาเซียนภายในปี 2562 ปัจจุบัน บริษัทฯ ได้เข้ามาทำการตลาดแล้วใน 9 ประเทศ ทั้งในรูปแบบการเปิดบริษัทสาขาและผ่านตัวแทนจำหน่าย โดยมีไทยเป็นตลาดใหม่ล่าสุด ซึ่งเครื่องปรับอากาศ Midea ได้เริ่มทำการตลาดอย่างจริงจังในไทยตั้งแต่ปี 2559 และในขณะนี้มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 2.2% และเพื่อสอดรับกับวิสัยทัศน์ของไมเดีย กรุ๊ป ในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม RAC ทั่วโลก บริษัทฯ จึงเดินหน้าขยายการลงทุนและรุกทำการตลาดในไทยมากขึ้นในปีนี้ เพื่อผลักดันให้เครื่องปรับอากาศใช้ภายในบ้านแบรนด์ Midea มีมาร์เก็ตแชร์เพิ่มขึ้น และสามารถเติบโตขึ้นเป็นท็อป 3 แบรนด์ยอดนิยมของไทยให้ได้ภายใน 5 ปี” นายเฮนรี สรุป

เติบโตขึ้นในประเทศไทย แม้ภาพรวมตลาดแอร์ซบเซา ตั้งเป้าหมายขึ้นเป็นแบรนด์ท็อป 3 ภายใน 5 ปี

ด้านนายโทนี่ หลิว ผู้จัดการอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศ ประจำประเทศไทย กล่าวถึงผลการ ดำเนินงานในไทยว่า “ถึงแม้ตลาดเครื่องปรับอากาศของไทยระหว่างปี 2560 – 2561 จะมีอัตราการเติบโต -8.3% เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไม่ได้ร้อนตามที่คาดการณ์ แต่สินค้าแบรนด์ Midea กลับเติบโตสวนทาง เพิ่มขึ้น 54% ในปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลายประการ ประกอบด้วยการเดินหน้าขยายช่องทางการขายอย่างต่อเนื่อง การสร้างแบรนด์ผ่านการตลาด รวมถึงการให้บริการหลังการขาย จึงทำให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น การนำเสนอสินค้าคุณภาพในราคาที่จับต้องได้ เนื่องจาก Midea Group เป็นเจ้าของเทคโนโลยีและมีกำลังการผลิตขนาดใหญ่ ซึ่งครอบคลุมถึงชิ้นส่วนสำคัญทุกชิ้นของเครื่องปรับอากาศ ทำให้สินค้าที่นำเข้ามาขายในไทยมีราคาไม่สูง ยิ่งเมื่อเทียบกับคุณภาพสินค้าและความทันสมัยของเทคโนโลยี ยิ่งทำให้ผู้บริโภคมองเห็นถึงความคุ้มค่าในการลงทุนเมื่อเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ Midea และมั่นใจว่าแบรนด์ Midea จะมีสินค้าที่ทันสมัยออกมาสู่ตลาดอยู่เสมอไม่หายไปจากตลาด”

โทนี่ หลิว ผู้จัดการอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศ ประจำประเทศไทย

“อีกทั้งบริษัทฯ ยังได้เปิดตัวสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถตอบรับความต้องการของผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น ในวันนี้บริษัทฯ มีไลน์อัพเครื่องปรับอากาศกลุ่มอินเวอร์เตอร์ ถึง 5 ซีรี่ส์ มากกว่า 20 รุ่น จึงสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ในขณะเดียวกัน ส่วนแบ่งการตลาดของแบรนด์ Midea ที่เพิ่มขึ้นยังได้อานิสงค์จากการชะลอตัวแบรนด์คู่แข่งหลายแบรนด์ และการเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ ในปีที่ผ่านมา”

“สำหรับปัจจัยอื่นที่ช่วยกระตุ้นความสนใจในผู้บริโภคต่อแบรนด์ Midea ได้แก่ ความร้อน ปีนี้อากาศร้อนมากและ ร้อนเร็ว แอร์ Midea มีคุณสมบัติเด่น Flash Cooling ที่เร่งความเร็ว ซึ่งทำให้ห้องเย็นได้อย่างรวดเร็วภายใน 30 วินาที เย็นเร็วทันใจ นอกจากนี้ด้วยวิกฤตมลพิษทางอากาศในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ผู้บริโภคต้องเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศที่ช่วยป้องกันฝุ่นละอองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสินค้า Midea มีเทคโนโลยี Air MagicTM ที่ช่วยดูแลสุขภาพที่ดีด้วยการยับยั้งแบคทีเรียและฝุ่นละอองในอากาศ และมีระบบกรองอากาศ Dual Filtration ช่วยดักจับฝุ่นขนาดใหญ่และป้องกันอนุภาคขนาดเล็กอีกด้วย หรือกระแสความต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายใน ชีวิตประจำวัน ซึ่งผู้บริโภคจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ต้องการเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่วยประหยัดค่าไฟได้ เครื่องปรับอากาศ

ระบบอินเวอร์เตอร์ของ Midea มีระบบ Gear Shift ให้ผู้ใช้เลือกระดับพลังงานที่ต้องการใช้ได้ 3 ระดับ คือ 50%, 75% และ 100% บวกกับชุดพัดลมแบบ High Static Pressure และท่อระบายความร้อนแบบพิเศษ ทำให้การหมุนเวียนและระบายความร้อนดีขึ้น ส่งผลให้ประหยัดพลังงานได้มากถึง 30% นอกจากนี้ ผู้ใช้สามารถเลือกใช้ฟังก์ชั่น I-ECO ที่ช่วยลดอัตราการใช้พลังงานอย่างเห็นได้ชัดใน 8 ชั่วโมงที่ใช้งาน”

“กระแสการยอมรับสินค้าจีนเพิ่มขึ้น เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยสร้างการเติบโตให้กับเครื่องปรับอากาศ Midea ผู้บริโภคชาวไทยเริ่มเชื่อมั่นและตอบรับกับสินค้าแบรนด์จีนมากขึ้น เพราะจีนเป็นผู้นำการผลิตสินค้าเกือบทุก ประเภทให้บริษัทชั้นนำทั่วโลก บวกกับปัจจัยหนุนของรัฐบาลและความร่วมมือระหว่างไทย-จีน ที่ทำให้เกิด โปรเจกต์ One Road One Belt หรือเส้นทางสายไหมที่จะมาเชื่อมโยงการค้าให้สะดวกและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และส่งผลต่อต้นทุนสินค้าที่จะถูกลง”

ในส่วนเป้าหมายสำหรับเครื่องปรับอากาศแบรนด์ Midea นายโทนี่ เปิดเผยว่า “บริษัทฯ ตั้งเป้าเติบโตเพิ่มขึ้นจาก ปี 2561 ไว้ที่ 74% ทั้งยังตั้งเป้าที่จะปั้นแบรนด์เครื่องปรับอากาศ Midea ให้ติดท็อป 3 ของไทยภายใน 5 ปี โดยในปี 2562 นี้ บริษัทฯ จะลงทุนเพิ่มขึ้นในเรื่องสินค้า การขยายหน้าร้าน การทำการตลาด โดยมีเป้ามาร์เก็ตแชร์เพิ่ม เป็น 4.5% ในปีต่อไป 2563 จะเน้นเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และเพิ่มมาร์เก็ตแชร์เป็น 7% ส่วนปี 2564 บริษัทฯ​ มีเป้าที่จะขยับเพิ่มมาร์เก็ตแชร์เป็น 9% โดยจะเน้นสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นในแบรนด์ ให้มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับ รวมถึงอัพเกรดสินค้าใหม่ๆ เข้าสู่ตลาด และในปี 2565 บริษัทฯ มีแผนที่จะยกระดับ เครือข่ายตัวแทนจำหน่ายและขั้นตอนการกระจายสินค้าทั่วประเทศให้ทันสมัยยิ่งขึ้น รวมถึงทำกิจกรรมการตลาด การส่งเสริมการขาย และการสร้างแบรนด์ โดยตั้งเป้ามาร์เก็ตแชร์เพิ่มเป็น 13%”

“สำหรับแผนการตลาดในปี 2562 นี้ บริษัทฯ มีกำหนดที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่ 20 รุ่น ในกลุ่มเครื่องปรับอากาศใช้ ภายในบ้านและกลุ่มเชิงพาณิชย์ โดยจะเน้นไปที่รุ่นที่เป็นระบบอินเวอร์เตอร์เป็นหลัก ในด้านช่องทางจัดจำหน่าย บริษัทฯ จะเน้นการขายสินค้าใน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ 1) ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าและร้านขายเครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะ ซึ่งปัจจุบันเป็นช่องทางหลัก 2) โมเดิร์นเทรด โดยบริษัทฯ จะเพิ่มพาร์ทเนอร์ในช่องทางนี้เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดมากยิ่งขึ้น และ 3) การขายในรูปแบบโปรเจกต์ ทั้งในรูปแบบ B2B และ B2G นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจะเพิ่มงบด้านการตลาด โดยตั้งเป้าที่จะใช้งบ 12% ของรายได้ ในการสร้างการรับรู้ให้กับ แบรนด์ผ่านแคมเปญการตลาด อาทิ แคมเปญเกี่ยวกับเครื่องปรับอากาศอินเวอร์เตอร์ในช่วงเดือนมีนาคมนี้ เป็นต้น ทั้งยังจะเน้นการโฆษณาทางช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นและโฆษณาตามสื่อท้องถิ่น ที่สำคัญ บริษัทฯ ยังจะ อัพเกรดศูนย์บริการ ด้วยการเพิ่มจำนวนศูนย์และพื้นที่การให้บริการเพิ่มขึ้น”

“เราเชื่อว่าเครื่องปรับอากาศ Midea จะกลายเป็นที่นิยมของคนไทยในไม่ช้า เพราะด้วยจุดเด่นในด้าน นวัตกรรม ดีไซน์ และราคา รวมถึงความน่าเชื่อถือของแบรนด์ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ผลิตและส่งออกเครื่องปรับอากาศ รายใหญ่สุดของโลกจะสามารถการันตีความพึงพอใจของลูกค้าได้ ลูกค้าจะพบกับทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด” นายโทนี่ ทิ้งท้าย

Comments

comments

Sign-up for exclusive content. Be the first to hear about ConvertPlug news.
Subscribe