Sea (ประเทศไทย) ผู้นำด้านบริการอินเทอร์เนตแพลตฟอร์มทั้ง ดิจิทัลเอนเตอร์เทนเมนท์ (การีนา) อีคอมเมิร์ซ (ช้อปปี้) และ บริการด้านการเงินแบบดิจิทัล (แอร์เพย์) เดินหน้าสานต่อพันธกิจ ‘Connecting the dots’ มุ่งยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัล ผ่านหลัก ‘3Es’ เน้น ‘Enlarge-Enable-Empower’ บนอินเทอร์เน็ตแพลตฟอร์มของ Sea ที่ครอบคลุมหลากหลายผลิตภัณฑ์และบริการจากการีนา ช้อปปี้ และแอร์เพย์ ตอบโจทย์การใช้งานในทุกไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของผู้บริโภค ส่งเสริมธุรกิจและผู้ประกอบการรายย่อย พร้อมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ระบบนิเวศของคอมมูนิตี้บนอุตสาหกรรมและสังคมโดยรอบ

Sea มีสำนักงานใหญ่ หรือ Sea (Group) อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ดำเนินธุรกิจอยู่ใน 7 ประเทศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน Sea (Group) เป็นยูนิคอร์น (Unicorn) รายแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้เสนอขายหุ้น IPO และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ภายใต้สัญลักษณ์ ‘SE’ เมื่อปลายปี 2017

ในระดับภูมิภาคฯ Sea (Group) มีผลประกอบการที่เติบโตแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยไตรมาสที่ 1 ของปี 2019 Sea (Group) มีอัตราการเติบโตถึง 194% เทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2018 สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเศรษฐกิจดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการเติบโตอย่างโดดเด่น รายงานจาก Google และ Temasek คาดการณ์ว่า Gross Merchandise Volume (GMV) บนดิจิทัลแพลตฟอร์มในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเติบโตต่อเนื่อง จาก 72,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2018 เป็น 240,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2025

Sea (ประเทศไทย) เริ่มต้นธุรกิจในปี 2012 จากธุรกิจด้านดิจิทัลเอนเตอร์เทนเมนท์ หรือ การีนา ต่อยอดด้วยบริการด้านการเงินแบบดิจิทัลอย่างครบวงจรจากแอร์เพย์ ในปี 2014 และก้าวเข้าสู่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซจากช้อปปี้ ในปี 2015 ปัจจุบัน ประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในตลาดหลักที่ผลิตภัณฑ์และบริการบนอินเทอร์เน็ตแพลตฟอร์มของ Sea ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง เริ่มที่กลุ่มดิจิทัลเอนเตอร์เทนเมนท์จากการีนา (Garena) มียอดผู้ลงทะเบียน (Registered User) จำนวน 35 ล้านบัญชีบนเกมประเภทพีซี (PC) และ 40 ล้านบัญชีบนเกมมือถือ (Mobile) พร้อมเกมยอดนิยม เช่น เกม Arena of Valor (RoV), Free Fire, Speed Drifters, และ FIFA Online 4 กลุ่มอีคอมเมิร์ซจากช้อปปี้ (Shopee) ที่มียอดการดาวน์โหลดสูงกว่า 30 ล้านครั้ง และกลายเป็นหนึ่งในผู้นำด้านอีคอมเมิร์ซของประเทศไทย กลุ่มบริการด้านการเงินแบบดิจิทัลจากแอร์เพย์ (AirPay) กระเป๋าเงินออนไลน์ที่สะดวกและปลอดภัย สำหรับชำระบิล เติมเงินมือถือ ท๊อปอัพเกม ไปจนถึงบริการด้านเอ็นเตอร์เทนเมนต์อย่างครบครัน และยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตในธุรกิจของการีนาและช้อปปี้ด้วยการบริหารจัดการระบบชำระเงินและค่าสินค้า

คุณมณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea (ประเทศไทย) กล่าว “นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ผลิตภัณฑ์และบริการบนอินเทอร์เนตแพลตฟอร์มจาก Sea ไม่ว่าจะเป็น การีนา ช้อปปี้ และแอร์เพย์ ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคชาวไทยเป็นอย่างดีมาโดยตลอด Sea มุ่งให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการบนอินเทอร์เนตแพลตฟอร์ม ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ผ่านบริการที่ครอบคลุมทั้งดิจิทัลเอนเตอร์เทนเมนท์ อีคอมเมิร์ซ และ บริการด้านการเงินแบบดิจิทัล เพื่อมอบประสบการณ์ของไลฟ์สไตล์ที่เป็นเลิศอย่างครบวงจรให้กับผู้บริโภค แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Sea ในการเป็นผู้นำแห่งยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างแท้จริง”

คุณมณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea (ประเทศไทย)

อีกช่วงหนึ่ง Sea (ประเทศไทย) ได้เผยรูปแบบการดำเนินธุรกิจใหม่ ภายใต้กลยุทธ์ 3E เพื่อผลักดันทั้ง 3 ธุรกิจหลักสู่ผู้บริโภค โดย 3E ประกอบด้วย

  • ‘Enlarge’ ขยายสัดส่วนของฐานผู้ใช้งาน ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่พร้อมส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
  • ‘Enable’ ทำให้เกิดการใช้งานจากผู้บริโภคในวงกว้าง ผ่านความเข้าใจตลาดและความต้องการของผู้ใช้งานที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ
  • ‘Empower’ สร้างความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องและสังคมโดยรอบโดยมีแพลมฟอร์มของ Sea เป็นศูนย์การของแต่ละชุมชนไม่ว่าจะเป็น ทั้งในด้านของคอมมูนิตี้บนอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง และสังคมโดยรอบ เพื่อทำให้ระบบนิเวศของแต่ละอุตสาหกรรมแข็งแรงยิ่งขึ้น

“Sea มุ่งมั่นในการต่อยอดพันธกิจของเรา ที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานผ่านเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ต่างๆจาก Sea กล่าวคือ เราพร้อมนำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลเหนือระดับให้แก่ผู้ใช้งาน ควบคู่ไปกับการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่อุตสาหกรรมและสังคมโดยรอบ นี่จึงเป็นหลักการที่เรายึดมั่นในการดำเนินธุรกิจ โดยเราดำเนินตามหลัก ‘3Es’ ได้แก่ Enlarge-Enable-Empower ซึ่งหลักการนี้ ช่วยเร่งการเติบโตในภาคธุรกิจของ Sea เอง และยังสามารถช่วยขยายฐานสัดส่วนผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มดิจิทัลในระดับมหภาค ให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์บนแพลตฟอร์มดิจิทัลได้อย่างกว้างขวาง ไปจนถึงสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ระบบนิเวศของคอมมูนิตี้บนอุตสาหกรรมและสังคมโดยรอบอีกด้วย” คุณมณีรัตน์กล่าว

RELATED ARTICLE

Responsive image

LINE และ Yahoo Japan ประกาศควบรวมบริษัทตุลาคม 2020 คาดจะทำเงินสูงกว่า Rakuten

LINE และ Z Holdings บริษัท operator ของ Yahoo Japan ได้ประกาศแผนควบรวมธุรกิจ โดยจะทำการเซ็นสัญญาในเดือนธันวาคมนี้ และคาดว่าจะควบรวมแล้วเสร็จช่วงเดือนตุลาคม 2020...

Responsive image

‘ไมเนอร์ ฟู้ด’ ทุ่ม 2 พันล้าน เข้าเป็นเจ้าของ ร้านอาหาร ‘Bonchon’ ในประเทศไทย

ไมเนอร์ ฟู้ด ทุ่มเงิน 2,000 ล้านบาท เข้าลงทุนใน บริษัท ชิคเก้นไทม์ จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจร้านอาหาร เพื่อเข้าเป็นเจ้าของกิจการร้านอาหาร Bonchon ในประเทศไทย...

Responsive image

Grab บุกตลาดญี่ปุ่น เตรียมเปิดตัว 18 พ.ย. นี้ ในโตเกียวและเมืองใหญ่

Grab จับมือกับผู้ให้บริการ Taxi ในญี่ปุ่นชื่อ JapanTaxi ที่มีรถกว่า 70,000 คัน เปิดให้บริการเรียกรถได้ในจุดท่องเที่ยวสำคัญ โดยเริ่มเปิดตัวในวันที่ 18 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้...