Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!
Contact us
2

43 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ในวงการเพลงทั่วโลกปี 2017 มาจากบริการ Music Streaming1 min read

Posted by
Posted date เมษายน 26, 2018

ส่องข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับวงการเพลงทั่วโลกพบว่า บริการ Music Streaming และรายได้จากการสมัครสมาชิกในบริการดังกล่าว ช่วยให้ธุรกิจเพลงยังคงอยู่ได้ โดย 43 เปอร์เซ็นต์ของรายได้วงการเพลงทั่วโลกปี 2017 มาจากบริการ Music Streaming

Photo: NeONBRAND, Pixabay

รายงานข้อมูลจาก MIDiA Research ระบุว่าปี 2015 ถึง 2017 รายได้ของวงการเพลงยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการเข้ามาของ Digital Music ที่เข้ามา

โดยรายได้ของวงการเพลงทั่วโลก ปี 2017 โตขึ้น 8.5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปี 2016 โดยในปี 2016 รายได้ของวงการเพลงทั่วโลกอยู่ที่ 16 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนปี 2017 มีรายได้ที่ 17.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

หากมองเจาะเข้าไปเฉพาะรายได้ของบริการ Music Streaming ปี 2017 โตขึ้น 39 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปี 2016 โดยในปี 2016 บริการดังกล่าวสร้างรายได้อยู่ที่ 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ในปี 2017 พุ่งขึ้นไปถึง 7.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ซึ่งรายได้ของบริการ Music Streaming คิดเป็น 43 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ในวงการเพลงปี 2017

การเติบโตของ Music Streaming ส่งผลให้รายได้จากการฟังเพลงในรูปแบบถูกกฎหมายอื่น ๆ อย่าง การดาวน์โหลดเพลง หรือการซื้อแผ่นซีดีเพลง ในปี 2017 ลดลงไป 10 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อน

และเมื่อดูรายได้ของเจ้าใหญ่ ๆ ในตลาดของวงการเพลง ปี 2017 จะพบว่า
– Universal Music มีรายได้ 5,162 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 29.7 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ในวงการเพลงปี 2017
– Sony Music มีรายได้ 3,635 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 22.1 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ในวงการเพลงปี 2017
– Warner Music มีรายได้ 3,127 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 18 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ในวงการเพลงปี 2017

ส่วนรายได้ของค่ายเพลงอิสระในปี 2017 อยู่ที่ 5.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนรายได้ของศิลปินที่ไร้สังกัด (ที่อยู่ในแพลตฟอร์มชื่อดังอย่าง Tunecore, CD Baby และ Bandcamp) ข้อมูลระบุว่า รายได้ในปี 2017 สูงขึ้นจากปี 2016 ถึง 27.2 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็น Segment ของวงการเพลงที่มีรายได้เติบโตสูงสุด โดยในปี 2016 มีรายได้อยู่ที่ 371 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนในปี 2017 มีรายได้อยู่ที่ 472 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนข้อมูลจากรายงาน DiMA Streaming Forward ที่แสดงข้อมูลถึงภาพรวมของ Music Streaming ในสหรัฐอเมริกา พาดหัวในส่วนของ Key Takeaways (ข้อมูลโดยสรุป) เลยว่า “Streaming ได้ช่วยอุตสาหกรรมดนตรีไว้” (Streaming has saved the music industry)

พร้อมระบุว่าปี 2017 รายได้จากเพลงดิจิทัลปี 2017 เพิ่มขึ้น 15 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปี 2016 (รายได้ปี 2016 เท่ากับ 5.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และรายได้ปี 2017 เท่ากับ 6.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)

หากเจาะเข้าไปที่รายได้จากการสมัครสมาชิก (Subscription) ในปี 2017 โตขึ้น 63 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปี 2016 (รายได้ปี 2016 เท่ากับ 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และรายได้ปี 2017 เท่ากับ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)

ส่วนอีกข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจ นั่นคือ 54 เปอร์เซ็นต์ของผู้บริโภคระบุว่า Playlists ในพฤติกรรมการฟังเพลงของเขา จากเดิมที่จะฟังเป็น Album

“โดยผู้ให้บริการเพลงบนแพลตฟอร์มดิจิทัล คัดเลือกเพลงโดยใช้ทั้งมนุษย์ และ Machine Learning เพื่อสร้างประสบการณ์การฟังเพลงที่กระตุ้นความสนใจและตรงกับความชอบของแต่ละคน ถือเป็นการเพิ่มขีดความสามารถให้ทั้งผู้บริโภคและศิลปิน ในการมีส่วนร่วมกับเพลงในรูปแบบใหม่และเป็นมิตรมากขึ้น” – ข้อความจาก Key Takeaways ในรายงาน DiMA Streaming Forward

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจอื่น ๆ เช่น

  • โลกดิจิทัลทำให้ศิลปินและเพลงหลากหลายประเภทเติบโตขึ้นมาก เช่น Cardi B แรปเป็อร์สาวที่ขึ้นมาโด่งดังเป็นอันดับ 1 ด้วยเพลง “Bodak Yellow”
  • สร้างโอกาสให้แร็ปเปอร์ที่เผยแพร่ผลงานทาง Streaming อย่างเดียว ล่าสุดทำให้เขาได้รับรางวัล Best Rap Album และ Best New Artist จากงาน Grammy Awards
  • Music Video (MV) เพลง “Despacito” มียอดคนดู 1 พันล้าน Views ภายใน 97 วัน
  • Top 10 MVs ที่อยู่ใน YouTube พบ 6 MV เป็นเพลงภาษาสเปน

ท้ายสุดข้อมูลยังระบุอีกด้วยว่า ตั้งแต่ปี 2013-2017 การละเมิดลิขสิทธิ์ (Piracy) เกี่ยวกับผลงานเพลง ลดลงไปถึง 50 เปอร์เซ็นต์

อ้างอิงข้อมูลจาก MIDiA Research, DiMA Streaming Forward Report และ TechCrunch

Comments

comments

Sign-up for exclusive content. Be the first to hear about ConvertPlug news.
Subscribe