สนช.เปิดมุมมองด้านนวัตกรรมรอบด้านแบบ 360 องศา ใน “งาน i-NNOVATION THAILAND WEEK 2017”

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. ขานรับนโยบาย ไทยแลนด์ 4.0 ขับเคลื่อนประเทศด้วยและนวัตกรรม จัดงาน  i-NNOVATION THAILAND WEEK 2017  ภายใต้แนวคิด  “i-NNOVATION 360” งานนวัตกรรมครั้งแรกของประเทศ ที่ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับประสบการณ์และมุมมองนวัตกรรมรอบด้านแบบ 360 องศา  พบกับ 9 รางวัลสุดยอดนวัตกรรมของประเทศ เทิดพระเกียรติรัชกาลที่ 9 พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย 60 องค์กรผู้ให้บริการปรึกษาเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างครบวงจร และกว่า 120 วิทยากรในเวทีต่างๆ ตลอดทั้งงาน ที่จะมาร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์การสร้างสรรค์นวัตกรรมจากทั้งในประเทศและต่างเทศ โดยงานดังกล่าวจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 5-8 ตุลาคม 2560 ณ ภิรัชฮอลล์ ไบเทค

ดร.พันธุ์อาจ  ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือ สนช. เปิดเผยว่า จากนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ที่ได้เน้นย้ำเสมอว่า หลักการทำงานของภาครัฐขอให้ยึดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ก็มีบทบาทสำคัญอย่างมาก เพราะไทยแลนด์ 4.0 จะเน้นการปฏิรูปประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศโดยใช้นวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ  พัฒนาผู้ประกอบการ ทั้งในภาคเกษตรกรรม  ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ ดังนั้น สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ซึ่งเป็นองค์กรหลักในการเสริมสร้างระบบนวัตกรรมแห่งชาติเพื่อเพิ่มคุณค่าที่ยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นหน่วยงานที่สร้างโอกาสในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานทางนวัตกรรม รวมไปถึงการยกระดับทักษะและความสามารถทางนวัตกรรมของกลุ่มเป้าหมายอีกด้วย จึงได้จัดงาน  i-NNOVATION THAILAND WEEK 2017  ภายใต้แนวคิด  “i-NNOVATION 360” ซึ่งจะเป็นงานนวัตกรรมครั้งแรกของประเทศ ที่จะทำให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับประสบการณ์และมุมมองนวัตกรรมรอบด้านแบบ 360 องศา ครบ “ทุกมุมมองการสร้างสรรค์นวัตกรรม” จากทั่วประเทศ

สำหรับงานดังกล่าวจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-8 ตุลาคม 2560 ณ ภิรัชฮอลล์ ไบเทคบางนา โดยในวันที่ 5 ตุลาคม 2560 ได้รับเกียรติจาก ดร.อรรชกา  สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมมอบนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งขับเคลื่อนประเทศสู่ ไทยแลนด์ 4.0 พร้อมกำหนดกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อเปลี่ยนผ่านสังคมไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในทุกภาคส่วน  สำหรับในพิธีมอบรางวัลชนะเลิศสุดยอดนวัตกรรมต่างๆ ในวันที่ 5 ตุลาคม เวลา 18.00 น.นั้น ได้รับเกียรติจากพลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานและมอบรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศในสาขาต่างๆ และที่พลาดไม่ได้ก็คือในการประชุมระดับนานาชาติ SITE CONNECT 2017 ภายในงาน i-NNOVATION THAILAND WEEK 2017 ยัง ได้รับเกียรติจาก ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์  รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่จะมากล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “From Science to Innovation Toward Thailand 4.0 วันศุกร์ที่ 6 ต.ค. 60 เวลา 10.30 น. ณ ภิรัช ฮอลล์ 3 ไบเทคบางนา อีกด้วย

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย 4 โซนนวัตกรรม ได้แก่

โซนที่ 1 i-SHOWCASE

เป็นโซนจัดแสดงนวัตกรรมที่โดดเด่นและศักยภาพของผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา สังคม ในทุกระดับตั้งแต่เล็กถึงใหญ่ ซึ่งมีความหลากหลายของนวัตกรรมทั้งในรูปแบบผลิตภัณฑ์ การออกแบบ นวัตกรรมเชิงสังคม สตาร์ทอัพ บุคคลผู้สร้างแรงบันดาลใจ องค์กรนวัตกรรม ภายในนิทรรศการ “9 รางวัลสุดยอดนวัตกรรมของประเทศ เทิดพระเกียรติรัชกาลที่ 9 พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย” ได้แก่

  1. ด้านนวัตกรรมที่สร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ และสังคมไทย ได้แก่ รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ
  2. ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์เชิงนวัตกรรม ได้แก่ รางวัลการออกแบบเชิงนวัตกรรม
  3. ด้านนวัตกรผู้สร้างแรงบันดาลใจ ได้แก่ รางวัล Inspirational Innovator
  4. ด้านนวัตกรรมข้าวไทย ได้แก่ รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย
  5. ด้านต้นแบบนวัตกรรมในระดับนักเรียน นักศึกษา ได้แก่ รางวัลนวัตกรรมแห่งประเทศไทย
  6. ด้านวิสาหกิจเริ่มต้น ได้แก่ รางวัล Prime Minister Award: National Startup 2017 และ Startup Thailand Award 2017
  7. ด้านองค์กรนวัตกรรม ได้แก่ รางวัล รางวัลองค์กรนวัตกรรมยอดเยี่ยม
  8. ด้านนวัตกรรมอากาศยานไร้คนขับ ได้แก่ รางวัล UAV Startup
  9. ด้านนวัตกรรมเพื่อสังคม ได้แก่ รางวัลแผนธุรกิจนวัตกรรมเพื่อสังคม

โซนที่ 2 i-SCENARIO

เป็นโซนนำเสนอ THE BIG INNOVATIONS เวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มอนาคตที่ส่งผลต่อประเทศไทย ใน 4 ภาพอนาคตนวัตกรรม ได้แก่ นวัตกรรมฐานชีวภาพ (Bio-Innovation) นวัตกรรมอุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อม (Industrial & Green Innovation) นวัตกรรมการแบ่งปันและบริการ (Sharing & Service Innovation) นวัตกรรมเพื่อสังคม (Social Innovation) โดยวิทยากรผู้มีประสบการณ์ ในแต่ละกลุ่มจะมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง แนวโน้มและทิศทางนวัตกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแบบรอบด้าน เพื่อจับกระแสแนวโน้มนวัตกรรมที่จะเกิดขึ้นในทุกภาคส่วน ซึ่งจะทำให้สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้สอดคล้องกับทิศทางนวัตกรรมที่จะเกิดขึ้น

โซนที่ 3 i-SOLUTION

พบกับ 60 องค์กรผู้ให้บริการปรึกษาเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างครบวงจร ซึ่งโซนนี้จะเป็นโซนที่น่าสนใจมาก เพราะเปรียบเสมือนเป็นตลาดนัดบริการนวัตกรรม โดยผู้เข้าร่วมงานจะได้พบกับบริการให้คำปรึกษาด้านต่างๆ  การเข้าปรึกษาเสนอโครงการรับเงินทุนพัฒนานวัตกรรมจาก สนช. การจับคู่เจรจาต่อยอดธุรกิจนวัตกรรม เช่น จะทำอย่างไร ถึงจะทำให้ธุรกิจเป็นจริงได้ และการสร้างเครือข่ายนวัตกรรมร่วมกับภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา เพื่อให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมตลอดห่วงโซ่ธุรกิจนวัตกรรม ในหลากหลายรูปแบบทั้งด้านการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรม บุคลากรนวัตกรรม  องค์กรนวัตกรรม ซึ่งภายในงานมีบริการให้คำปรึกษาในหลากหลายด้าน ได้แก่

  • i-Finance แหล่งเงินสนับสนุนนวัตกรรมจากธนาคาร
  • i-Market การส่งเสริมนวัตกรรมออกสู่ตลาด เครื่องมือที่ดีจะทำให้การตลาดไปได้ไกล
  • i-Lab การพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมตลอดกระบวน Innovation process รวมถึงการทดสอบและมาตรฐานนวัตกรรม
  • i-Production กระบวนการผลิตในยุค 4.0 ด้วยระบบอัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์
  • i-Service นำนวัตกรรมไปใช้ทุกกระบวนการภายในองค์กรธุรกิจ สร้างประสิทธิภาพและรายได้ใหม่อย่างชัดเจน ซึ่งโซนนี้จะทำให้ผู้เข้าร่วมงานที่มีความคิด ไอเดีย สามารถที่จะต่อยอดธุรกิจ หรือสามารถทำธุรกิจได้ทันที

โซนที่ 4  i-SHARE

เป็นเวทีถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์การสร้างสรรค์นวัตกรรมจากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้เกิดการนำความรู้สร้างสรรค์นวัตกรรมขึ้นในหลากหลายด้าน จากเวทีสัมมนาต่างๆ ภายในงาน ได้แก่ งานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ “การเชื่อมต่อนวัตกรรมฐานวิทยาศาสตร์และธุรกิจเทคโนโลยี 2017” (International Conference on Science-based Innovation and Technopreneurship Connect 2017, SITE CONNECT 2017)” โดยได้กำหนดแนวคิดหลัก “Agtech: From Science to Innovation” แบ่งเป็น 2 ด้าน ได้แก่ ธุรกิจนวัตกรรมเกษตร (AgTech Innovation: Biorefinery, Agricultural Robotics and Automation, Big data and Decision management, Agricultural service, New Farming Model, Postharvest Management) และธุรกิจนวัตกรรมอาหาร (FoodTech Innovation: Food Trend Foresight, Functional & Medical Food, Urban Food, Novel Food, FoodTech Service และ Food business intelligence) นอกจากนั้นยังมีงานเสวนาที่น่าสนใจ อาทิ งานเสวนา “องค์กรนวัตกรรม…สู่ความยั่งยืนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” ในวันที่ 6 ตุลาคม  งานเสวนา “Media Innovation…นวัตกรรมสื่อ” โดยผู้อยู่ในแวดวงสื่อสาร ในวันที่ 7 ตุลาคม และ งานสัมมนา “INNOVATION 101” ให้นิยามนวัตกรรมและแนวทางขอรับทุน สนช. ในวันที่ 8 ตุลาคม

ศาสตราจารย์ ดร.ศุภวรรณ  ตันตยานนท์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานร่วมจัดงานการประชุมวิชาการและการแสดงนิทรรศการระดับนานาชาติการเชื่อมต่อนวัตกรรมฐานวิทยาศาสตร์และธุรกิจเทคโนโลยี 2017 หรือ (SITE CONNECT 2017) กล่าวว่า “ในงาน i-NNOVATION THAILAND WEEK 2017 ครั้งนี้ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้จัดให้มี งานประชุมวิชาการและการแสดงนิทรรศการระดับนานาชาติการเชื่อมต่อนวัตกรรมฐานวิทยาศาสตร์แและธุรกิจเทคโนโลยี 2017 หรือ (International Conference and Exhibition on Science-Based Innovation and Technopreneurship Connect 2017; SITE CONNECT 2017) ระหว่างวันที่ 6 – 8 ตุลาคม 2560 ซึ่งคณะวิทยาศาสตร์ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพร่วม เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี แห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ครบรอบ 100 ปีของคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ด้วย นอกจากนี้แล้ว คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ยังเป็นผู้นำในการก่อตั้งหลักสูตรสหสาขาวิชาธุรกิจเทคโนโลยีและการจัดการนวัตกรรม ของจุฬาฯ เมื่อปี พศ 2550 เนื่องจากเล็งเห็นถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการสร้างสรรค์นวัตกรรม การดำเนินการของหลักสูตรดังกล่าว จนถึงปัจจุบัน ครบรอบ 10 ปี พอดี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในการจัดงาน SITE CONNECT 2017 ครั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อร่วมกันผลักดันและส่งเสริมศักยภาพธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรและอุตสาหกรรมโดยมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนภาคการเกษตรไทยจาก “เกษตรแบบดั้งเดิม”ไปสู่ “เกษตรอุตสาหกรรม” และก้าวไปสู่ “เกษตรบริการหรือธุรกิจเกษตร” ที่มีการใช้นวัตกรรมฐานวิทยาศาสตร์เป็นหลักในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทย ในงาน SITE CONNECT 2017 ได้จัดออกเป็น 7 สาขาธุรกิจ ได้แก่

  1. สาขาธุรกิจเทคโนโลยีชีวภาพ
  2. สาขาธุรกิจเกษตรดิจิทัล
  3. สาขาธุรกิจเครื่องจักรกลเกษตร หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ
  4. สาขาธุรกิจการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวและการขนส่ง
  5. สาขาธุรกิจไบโอรีไฟเนอรี่
  6. สาขาธุรกิจการบริการทางธุรกิจเกษตร และ
  7. สาขาธุรกิจรูปแบบการจัดการฟาร์มแบบใหม่  แนวคิดหลักของงานครั้งนี้คือ “การขับเคลื่อนพลวัตของการเติบโตทางธุรกิจเกษตรด้วยวิทยาศาสตร์สู่นวัตกรรม “Agtech: From Science to Innovation” โดยแบ่งเป็น 2 ด้านใหญ่ ได้แก่ ธุรกิจนวัตกรรมเกษตร และธุรกิจนวัตกรรมอาหาร ซึ่งผู้เข้าร่วมการประชุมวิชาการและการแสดงนิทรรศการระดับนานาชาติในครั้งนี้ นอกจากจะได้รับความรู้ และมุมมองใหม่ๆ จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญในเอเชียและส่วนอื่นๆ ของโลก แล้ว ยังจะสามารถนำประสบการณ์จากการชมนิทรรศการต่างๆ ไปต่อยอดในการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลกได้”

ดร.พันธุ์อาจกล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับการจัดงาน  i-NNOVATION THAILAND WEEK 2017 ในครั้งนี้จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 5-8 ตุลาคม 2560 ณ ภิรัชฮอลล์ ไบเทค”

ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ www.innovationTH.com และสามารถติดตามรายละเอียดข้อมูลของงานได้ที่  www.facebook.com/NIAThailand/

Comments

comments