เอสซีบี อบาคัส โดย ดร.สุทธาภา อมรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้เป็นตัวแทนหนึ่งเดียวจากประเทศไทยที่เข้าร่วมเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและเสวนาร่วมกับผู้นำระดับสูงขององค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนรวมกว่า 500 คนจากกลุ่มประเทศ G20 ในงานประชุมประจำปีสมาชิกสถาบันการเงินระหว่างประเทศ หรือ 2019 IIF Spring Membership Meeting ซึ่งจัดขึ้นพร้อมกับการประชุมระดับรัฐมนตรีของกลุ่มประเทศ G20 ในประเด็นเกี่ยวกับการแบ่งแยกการกำกับดูแลกิจการการเงินของโลก การเงินที่ยั่งยืน การใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีในภาคการเงิน และการก้าวข้ามความท้าทายต่าง ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางประชากรของโลก เมื่อเร็ว ๆ นี้ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ดรสุทธาภา อมรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี อบาคัส จำกัด คือผู้บริหารไทยเพียงหนึ่งเดียวบนเวทีสนทนาในหัวข้อ Views from the C-Suite: Asia ร่วมกับผู้บริหารสูงสุดจากแวดวงการเงินระหว่างประเทศจากทั่วเอเชีย โดยหัวข้อดังกล่าวครอบคลุมประเด็นเกี่ยวกับความท้าทายและโอกาสท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการค้า โครงการเส้นทางเชื่อมโยงทางการค้าใหม่ของจีน (China’s Belt & Road) ความร่วมมือระหว่างภูมิภาค และเทคโนโลยีด้านการเงิน

ดร. สุทธาภา ได้กล่าวเปิดประเด็นเกี่ยวกับความท้าทายทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียนในฐานะตัวแทนประเทศไทย ซึ่งเป็นประธานอาเซียนปี 2562 นี้ ว่ามี 2 ประเด็นหลัก ได้แก่

1.) การบูรณาการและการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ ซึ่งผลักดันศักยภาพของความเป็นศูนย์กลางการส่งออกของภูมิภาคนี้ให้เด่นชัดขึ้น ซึ่งแน่นอนว่านอกจากทำให้เกิดการโยกย้ายโดยอิสระของสินค้าและบริการ เงินทุน และแรงงานแล้ว ยังรวมไปถึงการโยกย้ายข้อมูลและดาต้าอีกด้วย

2.) การก้าวให้ทันเทคโนโลยีและการเสริมสร้างทักษะความเข้าใจของผู้คนในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งนอกจากภาครัฐบาลแล้ว ภาคเอกชนก็สามารถมีบทบาทในการวางแนวทางการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อให้การใช้เทคโนโลยีขยายในวงกว้างอย่างถูกทิศทางเช่นกัน

สำหรับเทคโนโลยี AI ที่กำลังมีบทบาทอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลงพัฒนาของโลก ดร.สุทธาภา เผยมุมมองจากสายตาของผู้นำองค์กรซึ่งบุกเบิกด้านการพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อตอบโจทย์การใช้งานทางธุรกิจของไทยว่าระบบอัตโนมัติกำลังเข้ามาแทนที่หลายตำแหน่งงานในอุตสาหกรรมต่างๆ และคาดว่าองค์กรที่มีบุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านดาต้าจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาด ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นในอเมริกา โดยธุรกิจที่นำเทคโนโลยี AI มารปะยุกต์ใช้โดยตรงในปัจจุบัน ได้แก่ ภาคเทคโนโลยี การสื่อสาร การเงิน และคาดว่าจะขยายไปสู่ภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น การศึกษา การเกษตร และโลจิสติกส์ ในอนาคตอันใกล้

การปฏิวัติธุรกิจการเงินด้วย AI ในปัจจุบันเกิดจากผลกระทบทางการแข่งขัน โดยผู้ประกอบการในธุรกิจด้านเทคโนโลยีอื่นๆ เล็งเห็นถึงโอกาสจากการนำเทคโนโลยี AI และข้อมูลผู้บริโภคจำนวนมหาศาลมาใช้เพื่อเข้าสู่ตลาดภาคการเงิน อย่างไรก็ตาม แวดวงการเงินทุกวันนี้ได้ใช้ AI ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของผู้บริโภค การกำหนดวงเงินสินเชื่อเฉพาะราย การตั้งเป้าหมายทางการตลาด และการป้องกันการทุจริต โดยธนาคารชั้นนำหลายแห่งเล็งเห็นความสำคัญของเทคโนโลยีนี้ และได้ลงทุนอย่างมหาศาลเพื่อพัฒนาธุรกิจให้เท่าทัน ทั้งยังลุกขึ้นมาสนับสนุนบริษัทสตาร์ทอัพกลุ่ม Fin Tech มากกว่ามองเป็นคู่แข่งรายใหม่ในตลาด อย่างไรก็ดี บริษัทเหล่านี้จะต้องให้ความสำคัญและมีความรับผิดชอบต่อข้อมูลของลูกค้าเพื่อให้การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดังกล่าวเกิดประโยชน์สูงสุด” ดร.สุทธาภา กล่าวทิ้งท้าย

RELATED ARTICLE

Responsive image

SCB ABACUS ชี้ Big Data และ AI คือปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนธุรกิจประเทศไทยสู่สังคมอัจฉริยะ

ขณะนี้ประเทศไทยและทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายในด้านเศรษฐกิจและสังคม เนื่องจากมีปัจจัยหลายประการเข้ามาสร้างผลกระทบ หน่วยงานแนวหน้าทุกภาคส่วนของประเทศจึงต้องทำหน้าที่เตรียมความพร้...

Responsive image

CEO SCB Abacus มอบแนวคิดให้เด็กไทย เตรียมสู้ศึกโอลิมปิกวิชาการระดับนานาชาติ

ดร.สุทธาภา อมรวิวัฒน์ ซีอีโอ เอสซีบี อบาคัส ร่วมให้แนวคิดผู้แทนนักเรียนไทย เตรียมสู้ศึกโอลิมปิกวิชาการระดับนานาชาติ ในงาน “3 ทศวรรษ น้ำพระทัยสมเด็จเจ้าฟ้าสู่โอลิมปิกวิชาการ”...

Responsive image

ไทยพาณิชย์ตั้ง SCB ABACUS บริษัทแรกที่มุ่งเน้นนวัตกรรม AI ในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

หลังจากมีการตั้งบริษัทด้าน FinTech อย่าง Digital Ventures ขึ้นมาใหม่ในเครือธนาคารไทยพาณิชย์ ก้าวต่อมาของไทยพาณิชย์คือการมุ่งเน้นเรื่องเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่จะเป็นก้าวต่อไปข...