5 สถานการณ์ที่คุณไม่ควรเรียกตัวเองว่า CEO | Techsauce
Contact us
1

5 สถานการณ์ที่คุณไม่ควรเรียกตัวเองว่า CEO1 min read

Posted by
Posted date สิงหาคม 16, 2015

ต้องยอมรับว่า ณ เวลานี้ การเป็นเจ้าของธุรกิจกลายเป็นเรื่องฮิตติดลมบนไปแล้ว เพราะใครๆ ก็หวังว่าตัวเองจะกลายเป็นมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก หมายเลข 2 ในสักวันหนึ่ง และยุคนี้อาจจะเป็นยุคที่การเป็นเจ้าของธุรกิจคือเรื่อง “คูล” สุดๆ 

นั่นคือเหตุผลที่ทำให้หลายๆ คนเริ่มทำธุรกิจของตัวเอง และในฐานะที่เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท คุณจึงมีหลายบทบาทหน้าที่ให้ต้องทำ ตั้งแต่เป็นพนักงานขาย ไปจนถึงเป็นคนดูแลด้านการเงิน และกลยุทธ์การตลาด

บางคนอาจจะเรียกตัวเองว่า Founder หรือผู้ก่อตั้ง และอีกหลายๆ คนก็อยากจะมีชื่อตำแหน่งเป็นของตัวเอง เพื่อให้คนอื่นรู้ได้ทันทีว่าคุณเป็นใคร ทำหน้าที่อะไรในองค์กรแห่งนี้ ซึ่งก็หนีไม่พ้นคำว่า CEO

แต่รู้หรือไม่ มันไม่เป็นคำที่ไม่ควรใช้ในบางสถานการณ์ เพราะมันจะกลายเป็นจุดบอดมากกว่าจุดแข็ง

getty_84089877_9706479704500119_62805

1. เมื่อต้องเข้าประชุมกับคนที่คุณต้องต่อรองด้วย

สมมุติว่าคุณเป็นเจ้าของบริษัทขายเครื่องทำวาฟเฟิล และมีโรงงานเป็นซัพพลายเออร์ คุณเดินเข้าไปนั่งประชุมกับพวกเขา ข้อเสนอจากซัพพลายเออร์เจ้านี้คือ คุณต้องจ่ายเงิน 1.5 ล้านบาท สำหรับเครื่องทำวาฟเฟิล 10,000 เครื่อง บวกกับค่าแบบอีก 150,000 บาท

ในฐานะที่คุณเป็น CEO ที่มีอำนาจสูงสุดในบริษัท คุณคงไม่สามารถบอกได้ว่าไม่รู้จำนวนที่แท้จริงของงบประมาณ และขอกลับไปเช็คกับ CFO สิ่งที่คุณจะพูดได้ในที่ประชุมนี้ก็คือ Yes กับ No และจริงๆ แล้วการพูดในทำนองว่า “ฉันไม่สามารถจ่ายได้” หรือ “นั่นมันมากเกินกว่าที่ฉันจะจ่ายได้” มันทำให้คุณดูอ่อนแอเกินไป

และในแง่มุมทางธุรกิจ ใครล่ะ จะยอมให้สิทธิพิเศษหรือยอมทำงานหนักกับลูกค้าใหม่ที่แสดงท่าทีว่าอาจจะไม่กลับมาเป็นลูกค้าของพวกเขาอีกในอนาคต

ดังนั้น เมื่อคุณพกเอาตำแหน่ง CEO เข้าไปในห้องประชุมเพื่อต่อรอง คุณจะกลับออกมาแบบไร้อำนาจ

ในทางตรงกันข้าม ถ้าคุณไม่ได้เรียกตัวเองว่าซีอีโอ คุณจะได้สิทธิพิเศษบางอย่างเพื่อต่อรอง

คุณอาจจะบอกได้ว่าต้องกลับไปเช็คกับพาร์ทเนอร์ให้แน่ใจเสียก่อน หลังจากนั้นจึงเดินออกจากห้องประชุมเพื่อโทรหา ไม่ว่าจะโทรจริงหรือแกล้งโทรก็ตาม แล้วก็กลับเข้ามาในก้องประชุม เพื่อยื่นข้อต่อรองของตัวเอง

แนวคิดนี้เหมาะกับหลายๆ สถานการณ์ของธุรกิจที่มีการต่อรอง ไม่ว่าจะเป็นตอนที่คุณกำลังสรุปเงินเดือนให้กับการจ้างพนักงานระดับสูง หรือต้องยื่นประมูลราคาสำหรับพื้นที่ออฟฟิศ การติดต่อกับลูกค้าที่อยากได้ส่วนลด หรือการทำงานกับคู่ค้าที่อยากจะได้เปอร์เซนต์ที่แน่นอนสำหรับการช่วยโปรโมทสินค้าของคุณ

2. เมื่อเข้าร่วมกิจกรรม Networking หรืองานแสดงสินค้า

เมื่อเข้าร่วมกิจกรรมแบบนี้ คุณจะได้พบกับบุคคลทุกประเภท บางคนก็อาจจะมาจากสายงานเดียวกับคุณ บางคนอาจจะเป็นลูกค้าในอนาคต แต่ถ้าคุณอยากจะแสดงพลังว่าคุณเป็นผู้นำสูงสุดของบริษัทเพื่อความน่าเชื่อถือ มันอาจจะให้ผลที่ตรงข้ามกับที่ตั้งใจเอาไว้

เพราะเป้าหมายของกิจกรรมหรืออีเวนต์เหล่านี้คือการนำพาเอาเวนเดอร์และลูกค้ามาเจอกัน แต่เมื่อคุณเรียกตัวเองว่า CEO สิ่งแรกที่จะเกิดขึ้นคือช่องว่างระหว่างคุณกับคนที่คุณสนทนาด้วย

การเริ่มพูดว่าตัวเองเป็น CEO ของบริษัท มันจะสร้างระยะห่างระหว่างคุณกับคนเหล่านั้น แทนที่จะเป็นการสร้างคอนเนคชั่นกับพวกเขา

เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้น อย่าแนะนำตัวเองว่าเป็น CEO แต่ให้ใช้คำกริยาที่บ่งบอกว่าบริษัทของคุณทำอะไร ซึ่งจะทำให้คุณดูน่าสนใจมากกว่า

และจริงๆ แล้ว CEO ที่ประสบความสำเร็จส่วนมากก็ไม่เคยแนะนำตัวเองว่าเป็น CEO

3. เมื่อจะเริ่มจ้างงานเป็นครั้งแรกๆ

การเจริญเติบโตของธุรกิจเป็นเรื่องยิ่งใหญ่  การมีโอกาสได้เซ็นสัญญาจ้างงานเป็นครั้งแรกคือเครื่องหมายของความสำเร็จอย่างหนึ่ง เพราะมันแปลว่าบริษัทของคุณกำลังเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ถูกต้อง

แต่เมื่อคุณมีพนักงาน 5 คนในบริษัท หรืออาจจะ 1 คน คงจะฟังดูแปลกๆ ถ้าคุณเรียกตัวเองว่า CEO และมันอาจจะทำให้พนักงานเหล่านั้นเปลี่ยนการรับรู้ที่มีต่อคุณ ที่แย่ที่สุดคือพวกเขาจะเข้าใจว่าคุณเป็นคน ego สูง ซึ่งก็คงจะทำให้บรรยากาศในการทำงานไม่ค่อยดี

แทนที่จะเรียกตัวเองว่า CEO ลองแนะนำตัวเองกับพนักงานใหม่ว่าผู้ก่อตั้งจะดีกว่า

4. เมื่อคุณมีพนักงานน้อยกว่า 5 คน หรือมีรายได้ต่ำกว่า 7 หลัก

ตั้งแต่การเป็นเจ้าของธุรกิจกลายเป็นกระแส ทุกๆ คนที่มีอายุตั้งแต่ 17 ปีขึ้นไปที่สามารถสร้างแอปพลิเคชั่นสตรีมมิ่งเพลงที่ไม่ประสบความสำเร็จ ไปจนถึง Daniel Ek จาก Spotify ก็สามารถเป็น CEO ได้

หมายความว่า การแยกแยะระหว่างตัวจริงกับตัวปลอมกลายเป็นเรื่องยากขึ้นทุกที

ในปี 2008 เราอาจจะมองคนที่มีตำแหน่ง CEO ด้วยความรู้สึกชื่นชมเพราะพวกเขาอาจกลายเป็น Bill Gates และ Steve Jobs ในอนาคต

แต่ในวันนี้ วันที่ใครๆ ก็อยากเป็น CEO เมื่อคุณแนะนำตัวเองว่าเป็น CEO เราอาจจะแค่พูดว่า “อ๋อ เหรอ” แล้วก็หันกลับไปทำอย่างอื่น

นั่นก็เป็นเพราะว่าชื่อตำแหน่งนี้เริ่มเสื่อมมนต์ขลังอย่างที่มันเคยมีไปแล้ว

ถ้าคุณเจ๋งพอที่จะใช้ชื่อตำแหน่งว่า CEO ต้องแน่ใจว่าคุณเหมาะสมกับมันจริงๆ และมีเส้นทางการทำงานที่พิสูจน์ถึงความเก๋าของตัวเองได้

5. เมื่อติดต่อกับลูกค้า

มันจะเป็นเหตุการณ์ที่แย่ที่สุด เมื่อเรียกตัวเองว่า CEO ในขณะที่ต้องติดต่อกับลูกค้าโดยตรง ไม่ว่าคุณจะพูดอะไรกับพวกเขา เช่น บริการของคุณคืออะไร หรือคุณคิดค่าจ้างอย่างไร

เพราะทุกๆ อย่างอยู่ในมือลูกค้า ในสถานการณ์เช่นนี้พวกเขาคือผู้ตั้งกฏ

โดยมากแล้วลูกค้ามักจะต่อราคา คุณทำได้แค่ตอบรับข้อเรียกร้องของพวกเขา แล้วก็กลับมาบอกกับพวกเขาว่าทำไม่ได้ ซึ่งมันจะทำให้คุณดูเป็น CEO อ่อนหัด หรือปฏิเสธตั้งแต่ต้น

ในทางตรงกันข้าม เมื่อคุณไม่ใช่ CEO คุณก็ไม่ใช่ผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในการตัดสินใจ ดังนั้น คุณอาจจะต่อรองกับพวกเขาได้อย่างสมน้ำสมเนื้อมากขึ้น โดยคุณอาจจะรับการต่อรองจากพวกเขามา แล้วกลับไปพร้อมกับข้อเสนอที่ดีกว่า ซึ่งมันจะเป็นประโยชน์กับภาพลักษณ์ของตัวคุณเองและบริษัทมากกว่า

บทสรุปของบทความนี้ คือ การมีชื่อตำแหน่ง CEO ไม่ใช่เรื่องผิดบาปอะไร เพราะในบางสถานการณ์ คุณก็ต้องมีมันไว้ เช่น เมื่อพบกับนักลงทุน หรือนักข่าว แต่โดยมากแล้วการทิ้งชื่อตำแหน่งไว้ที่บ้านจะดีกว่า ซึ่งในภาษาไทยก็คือการถอดหัวโขนนั่นแหละ

ที่มา : Inc

Comments

comments

Sign-up for exclusive content. Be the first to hear about ConvertPlug news.
Subscribe