เราจะอยู่อย่างไรใน 5 ปีข้างหน้า เทรนด์ Living Tech ใน CTC 2019 | Techsauce
Contact us
3

เราจะอยู่อย่างไรใน 5 ปีข้างหน้า ถกประเด็นเทรนด์ Living Tech ในงาน Creative Talk Conference 20191 min read

Posted by
Posted date มกราคม 17, 2019

ไม่ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาชีวิตเราไปในทางใด ที่อยู่อาศัยยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดี ดังนั้น การรู้จักแนวโน้มความเป็นไปของการอยู่อาศัยจึงจำเป็นไม่น้อย ด้วยเหตุนี้ ในงาน Creative Talk Conference 2019 จึงได้มี Session ที่ชื่อว่า “How will we live in the next 5 years ?” โดยผู้คร่ำหวอดด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยและเทคโนโลยี ได้แก่ คุณอู้ พหลโยธิน ประธานผู้บริหารฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน), คุณจิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยี ของ Siri Ventures, คุณบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) และ Dr.Jemma Green, Co-Founder และ Chairman ของ Power Ledger ที่จะมาบอกเล่าเรื่องราวในประเด็นนี้พวกเราได้รับทราบกัน

เทรนด์การอยู่อาศัยใน 5 ปีข้างหน้า

เริ่มที่เทรนด์ภาพรวมของการอยู่อาศัยใน 5 ปีข้างหน้า โดยคุณอู้ เผยว่า ความเปลี่ยนแปลงได้เกิดขึ้นตลอดเวลา ซึ่งทำให้ทุกคนต้องปรับตัวโดยเฉพาะผู้ประกอบการทั้งหลาย แสนสิริเองมองว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นโอกาสที่จะได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยอันเติมเต็มการใช้ชีวิตและสร้างความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งเทรนด์ที่อยู่อาศัยในอนาคตจะมีทั้งหมด 2 เทรนด์หลัก ดังนี้

Flexibility และ Co-Sharing Space แนวคิดใช้ประโยชน์พื้นที่เล็กอย่างสูงสุด

เรื่องขนาดพื้นที่อยู่อาศัยเป็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นชัดเจนที่สุดอันเนื่องมาจากราคาที่ดินที่สูงขึ้น ทั้งผู้อยู่อาศัยและผู้พัฒนาต้องหาทางสร้างพื้นที่ให้คุ้มค่าที่สุด โดยเฉพาะผู้อยู่อาศัยในคอนโดมีเนียมที่จำกัดทั้งพื้นที่และรูปแบบห้อง Solution ในอนาคตจึงต้องออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยที่มี Flexibility สูง รองรับการทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ เนื่องจากพื้นที่อยู่อาศัยมีขนาดจำกัด ผู้อยู่อาศัยจึงมีแนวโน้มใช้บริการพื้นที่ส่วนกลางในกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น เช่น ออกกำลัง ทำอาหาร รวมถึงกิจกรรมสันทนาการอื่นๆ ดังนั้น Co-Sharing Space ต่างๆ จะกลายเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจของการอยู่อาศัย โดยจะมีเทคโนโลยีเข้ายกระดับการใช้งานในแต่ละ Function ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

Co-creation จับมือ Partner เพื่อต่อยอดพื้นที่ด้วย Lifestyle

การคิดค้น Solution เพื่อจัดการพื้นที่คงจะไม่คุ้มค่าหากขาดการนำไปอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยเหตุนี้เทรนด์ของการอยู่อาศัยบนโลกจึงเน้นการพัฒนาด้าน Lifestyle มากขึ้น ซึ่งแสนสิริได้มองถึงจุดนี้จึงเลือก Partner กับผู้เชี่ยวชาญด้าน Lifestyle ระดับโลกหลายราย เพื่อ Co-creation พื้นที่และ Function ที่อยู่อาศัยให้ตอบสนองความต้องการ ทั้งการออกแบบแอปพลิเคชันอำนวยความสะดวกต่างๆ การจัดกิจกรรมสร้างสรรค์โดยผู้เชี่ยวชาญ การ Partner กับผู้เชี่ยวชาญด้าน Lifestyle ยังนำไปสู่การต่อยอดธุรกิจอื่นๆ ได้อีก เช่น ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจ Co-Working Space ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลง

ตอบเทรนด์ใหม่การอยู่อาศัยตั้งแต่รากฐานด้วยการลงทุนเทคโนโลยี

เทคโนโลยียังคงเป็นแกนหลักของการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้ก้าวนำเทรนด์ได้ ซึ่งคุณจิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยี ของ Siriventures หนึ่งในผู้ลงทุนด้านเทคโนโลยีอสังหาริมทรัพย์หรือ Prop Tech ชั้นนำของไทยได้ชี้ว่าเทรนด์ดังกล่าวทำให้ “Living Technology” ได้รับความสนใจมากขึ้น ซึ่งเทรนด์ Living Technology ที่ Siriventures มองว่าน่าสนใจมีดังนี้

  • Construction Tech การนำเทคโนโลยีมาใช้ควบคุมการก่อสร้างเพื่อลดต้นทุน ประหยัดเวลา และเพิ่มคุณภาพของการสร้างบ้านให้สูงที่สุด
  • Augmented Reality และ Virtual Reality เทคโนโลนีด้านการนำเสนอที่ช่วยให้ผู้สนใจได้รับประสบการณ์อยู่อาศัยเเสมือนจริง เป็นตัวช่วยให้ผู้ซื้อเห็นรายละเอียดที่อยู่อาศัยก่อนตัดสินใจซื้อ
  • Automate Function Serving Home บ้านในอนาคตจะปรับตัวเข้าหาผู้อยู่อาศัยและส่งมอบ Function การทำงานที่เหมาะสม โดยอาศัยความหลักแหลมของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ Artificial Intelligence ทั้งการควบคุมสภาพแวดล้อมภายในบ้านอัตโนมัติ เช่น เปิดปิดไฟหรือเครื่องปรับอากาศ การแจ้งเตือนเมื่อมีสิ่งของชำรุด และยังรวมถึงการสั่งการบ้านด้วยเสียง ซึ่งอำนวยความสะดวกได้มาก
  • Asset Back Tokenisation อีกเทคโนโลยีหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ Blockchain ที่จะถูกนำมาใช้ในด้านบริหารอสังหาริมทรัพย์ผ่านการ Tokenisation ด้วยการแบ่งสิทธิการถือครองอสังหาขนาดใหญ่ที่มีราคาสูงออกเป็นหน่วยย่อยที่มีราคาต่ำลงเพื่อให้เช่า ซึ่งผู้ถือครองจะมีโอกาสทำกำไรจากค่าเช่าด้วย

คุณจิรพัฒน์ยังเสริมว่าผู้บริโภคปัจจุบัน เริ่มมองเทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญของการเลือกซื้อบ้าน เสริมจากปัจจัยดั้งเดิมอย่างทำเลและราคา ทำให้การพัฒนาเทคโนโลยีมีโอกาสเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเทรนด์ด้าน Prop Tech เหล่านี้จะเกิดขึ้นภายในปี 2020

Green Mission นวัตกรรมเพื่อภารกิจรักษาสิ่งแวดล้อมตั้งแต่วันนี้

นอกจากการสร้างที่อยู่อาศัยแล้ว สิ่งแวดล้อมยังเป็นปัจจัยหลักของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ดังนั้น ภารกิจเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมจึงสำคัญและกลายเป็น Megatrend ของทั้งโลก โดยคุณบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) และ Dr.Jemma Green, Co-Founder และ Chairman ของ Power Ledger ได้ร่วมกันแชร์ว่าเทรนด์ด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือการใช้ Solar Cell เพื่อให้แต่ละที่ผลิตไฟฟ้าใช้เองและการบริหารจัดการไฟฟ้าแบบ P2P Energy

คุณบัณฑิตกล่าวว่า แนวคิด P2P Energy มาจากการมองเห็นความต้องการใช้งานไฟฟ้าที่แตกต่างกันตามช่วงเวลาและสถานการณ์ของแต่ละสถานที่ โดยเฉพาะเมื่อใช้งาน Solar Cell ซึ่งแต่ละสถานที่สามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองและเกิดพลังงานส่วนเกิน แทนที่จะปล่อยให้เสียเปล่าก็นำมาแลกเปลี่ยนและขายกันในระบบ ทำให้ผู้ที่ผลิตไฟฟ้าเกินความต้องการกลายเป็น Prosumer (Producer+Consumer) ส่วนผู้ที่ใช้ไฟฟ้ามากกว่ากำลังผลิตก็จะมีพลังงานใช้อย่างต่อเนื่อง

แต่การระทำระบบให้ใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพนั้น ต้องอาศัยเทคโนโลยีอย่าง Blockchain ที่ทำให้การ Peer-to-Peer เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรม โปร่งใส รวดเร็ว และไม่ต้องอาศัยตัวกลาง ด้วยเหตุนี้ จึงต้องมี Partner เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ซึ่ง bcpg เลือกจับมือกับ PowerLedger เพื่อพัฒนา P2P Energy Platform ที่โครงการ T77 ของแสนสิริเป็นโครงการนำร่องครั้งแรกของประเทศไทย

จะเห็นได้ว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า ความเป็นอยู่ที่ดีมาจากแนวคิดใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์มาเพื่อรองรับความต้องการอันเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการเป็นผู้นำเทรนด์นั้นจะต้องผสานแนวคิดใหม่เข้ากับการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีในอนาคตอย่างแท้จริง

บทความนี้เป็น Advertorial

Comments

comments

Sign-up for exclusive content. Be the first to hear about ConvertPlug news.
Subscribe