ไม่ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาชีวิตเราไปในทางใด ที่อยู่อาศัยยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดี ดังนั้น การรู้จักแนวโน้มความเป็นไปของการอยู่อาศัยจึงจำเป็นไม่น้อย ด้วยเหตุนี้ ในงาน Creative Talk Conference 2019 จึงได้มี Session ที่ชื่อว่า “How will we live in the next 5 years ?” โดยผู้คร่ำหวอดด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยและเทคโนโลยี ได้แก่ คุณอู้ พหลโยธิน ประธานผู้บริหารฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน), คุณจิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยี ของ Siri Ventures, คุณบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) และ Dr.Jemma Green, Co-Founder และ Chairman ของ Power Ledger ที่จะมาบอกเล่าเรื่องราวในประเด็นนี้พวกเราได้รับทราบกัน

เทรนด์การอยู่อาศัยใน 5 ปีข้างหน้า

เริ่มที่เทรนด์ภาพรวมของการอยู่อาศัยใน 5 ปีข้างหน้า โดยคุณอู้ เผยว่า ความเปลี่ยนแปลงได้เกิดขึ้นตลอดเวลา ซึ่งทำให้ทุกคนต้องปรับตัวโดยเฉพาะผู้ประกอบการทั้งหลาย แสนสิริเองมองว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นโอกาสที่จะได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยอันเติมเต็มการใช้ชีวิตและสร้างความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งเทรนด์ที่อยู่อาศัยในอนาคตจะมีทั้งหมด 2 เทรนด์หลัก ดังนี้

Flexibility และ Co-Sharing Space แนวคิดใช้ประโยชน์พื้นที่เล็กอย่างสูงสุด

เรื่องขนาดพื้นที่อยู่อาศัยเป็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นชัดเจนที่สุดอันเนื่องมาจากราคาที่ดินที่สูงขึ้น ทั้งผู้อยู่อาศัยและผู้พัฒนาต้องหาทางสร้างพื้นที่ให้คุ้มค่าที่สุด โดยเฉพาะผู้อยู่อาศัยในคอนโดมีเนียมที่จำกัดทั้งพื้นที่และรูปแบบห้อง Solution ในอนาคตจึงต้องออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยที่มี Flexibility สูง รองรับการทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ เนื่องจากพื้นที่อยู่อาศัยมีขนาดจำกัด ผู้อยู่อาศัยจึงมีแนวโน้มใช้บริการพื้นที่ส่วนกลางในกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น เช่น ออกกำลัง ทำอาหาร รวมถึงกิจกรรมสันทนาการอื่นๆ ดังนั้น Co-Sharing Space ต่างๆ จะกลายเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจของการอยู่อาศัย โดยจะมีเทคโนโลยีเข้ายกระดับการใช้งานในแต่ละ Function ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

Co-creation จับมือ Partner เพื่อต่อยอดพื้นที่ด้วย Lifestyle

การคิดค้น Solution เพื่อจัดการพื้นที่คงจะไม่คุ้มค่าหากขาดการนำไปอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยเหตุนี้เทรนด์ของการอยู่อาศัยบนโลกจึงเน้นการพัฒนาด้าน Lifestyle มากขึ้น ซึ่งแสนสิริได้มองถึงจุดนี้จึงเลือก Partner กับผู้เชี่ยวชาญด้าน Lifestyle ระดับโลกหลายราย เพื่อ Co-creation พื้นที่และ Function ที่อยู่อาศัยให้ตอบสนองความต้องการ ทั้งการออกแบบแอปพลิเคชันอำนวยความสะดวกต่างๆ การจัดกิจกรรมสร้างสรรค์โดยผู้เชี่ยวชาญ การ Partner กับผู้เชี่ยวชาญด้าน Lifestyle ยังนำไปสู่การต่อยอดธุรกิจอื่นๆ ได้อีก เช่น ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจ Co-Working Space ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลง

ตอบเทรนด์ใหม่การอยู่อาศัยตั้งแต่รากฐานด้วยการลงทุนเทคโนโลยี

เทคโนโลยียังคงเป็นแกนหลักของการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้ก้าวนำเทรนด์ได้ ซึ่งคุณจิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยี ของ Siriventures หนึ่งในผู้ลงทุนด้านเทคโนโลยีอสังหาริมทรัพย์หรือ Prop Tech ชั้นนำของไทยได้ชี้ว่าเทรนด์ดังกล่าวทำให้ “Living Technology” ได้รับความสนใจมากขึ้น ซึ่งเทรนด์ Living Technology ที่ Siriventures มองว่าน่าสนใจมีดังนี้

  • Construction Tech การนำเทคโนโลยีมาใช้ควบคุมการก่อสร้างเพื่อลดต้นทุน ประหยัดเวลา และเพิ่มคุณภาพของการสร้างบ้านให้สูงที่สุด
  • Augmented Reality และ Virtual Reality เทคโนโลนีด้านการนำเสนอที่ช่วยให้ผู้สนใจได้รับประสบการณ์อยู่อาศัยเเสมือนจริง เป็นตัวช่วยให้ผู้ซื้อเห็นรายละเอียดที่อยู่อาศัยก่อนตัดสินใจซื้อ
  • Automate Function Serving Home บ้านในอนาคตจะปรับตัวเข้าหาผู้อยู่อาศัยและส่งมอบ Function การทำงานที่เหมาะสม โดยอาศัยความหลักแหลมของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ Artificial Intelligence ทั้งการควบคุมสภาพแวดล้อมภายในบ้านอัตโนมัติ เช่น เปิดปิดไฟหรือเครื่องปรับอากาศ การแจ้งเตือนเมื่อมีสิ่งของชำรุด และยังรวมถึงการสั่งการบ้านด้วยเสียง ซึ่งอำนวยความสะดวกได้มาก
  • Asset Back Tokenisation อีกเทคโนโลยีหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ Blockchain ที่จะถูกนำมาใช้ในด้านบริหารอสังหาริมทรัพย์ผ่านการ Tokenisation ด้วยการแบ่งสิทธิการถือครองอสังหาขนาดใหญ่ที่มีราคาสูงออกเป็นหน่วยย่อยที่มีราคาต่ำลงเพื่อให้เช่า ซึ่งผู้ถือครองจะมีโอกาสทำกำไรจากค่าเช่าด้วย

คุณจิรพัฒน์ยังเสริมว่าผู้บริโภคปัจจุบัน เริ่มมองเทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญของการเลือกซื้อบ้าน เสริมจากปัจจัยดั้งเดิมอย่างทำเลและราคา ทำให้การพัฒนาเทคโนโลยีมีโอกาสเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเทรนด์ด้าน Prop Tech เหล่านี้จะเกิดขึ้นภายในปี 2020

Green Mission นวัตกรรมเพื่อภารกิจรักษาสิ่งแวดล้อมตั้งแต่วันนี้

นอกจากการสร้างที่อยู่อาศัยแล้ว สิ่งแวดล้อมยังเป็นปัจจัยหลักของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ดังนั้น ภารกิจเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมจึงสำคัญและกลายเป็น Megatrend ของทั้งโลก โดยคุณบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) และ Dr.Jemma Green, Co-Founder และ Chairman ของ Power Ledger ได้ร่วมกันแชร์ว่าเทรนด์ด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือการใช้ Solar Cell เพื่อให้แต่ละที่ผลิตไฟฟ้าใช้เองและการบริหารจัดการไฟฟ้าแบบ P2P Energy

คุณบัณฑิตกล่าวว่า แนวคิด P2P Energy มาจากการมองเห็นความต้องการใช้งานไฟฟ้าที่แตกต่างกันตามช่วงเวลาและสถานการณ์ของแต่ละสถานที่ โดยเฉพาะเมื่อใช้งาน Solar Cell ซึ่งแต่ละสถานที่สามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองและเกิดพลังงานส่วนเกิน แทนที่จะปล่อยให้เสียเปล่าก็นำมาแลกเปลี่ยนและขายกันในระบบ ทำให้ผู้ที่ผลิตไฟฟ้าเกินความต้องการกลายเป็น Prosumer (Producer+Consumer) ส่วนผู้ที่ใช้ไฟฟ้ามากกว่ากำลังผลิตก็จะมีพลังงานใช้อย่างต่อเนื่อง

แต่การระทำระบบให้ใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพนั้น ต้องอาศัยเทคโนโลยีอย่าง Blockchain ที่ทำให้การ Peer-to-Peer เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรม โปร่งใส รวดเร็ว และไม่ต้องอาศัยตัวกลาง ด้วยเหตุนี้ จึงต้องมี Partner เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ซึ่ง bcpg เลือกจับมือกับ PowerLedger เพื่อพัฒนา P2P Energy Platform ที่โครงการ T77 ของแสนสิริเป็นโครงการนำร่องครั้งแรกของประเทศไทย

จะเห็นได้ว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า ความเป็นอยู่ที่ดีมาจากแนวคิดใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์มาเพื่อรองรับความต้องการอันเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการเป็นผู้นำเทรนด์นั้นจะต้องผสานแนวคิดใหม่เข้ากับการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีในอนาคตอย่างแท้จริง

บทความนี้เป็น Advertorial

RELATED ARTICLE

Responsive image

บุกตลาดจีนผ่านช่องทาง Cross-border eCommerce ตอนที่ 1

เจาะลึกเรื่อง การเข้าตลาดจีนด้วยวิธีที่เรียกว่า Cross-border eCommerce (CBEC) หรือ การทำธุรกรรมการค้าข้ามพรมแดนแบบช่องทางออนไลน์...

Responsive image

วิเคราะห์การแข่งขันด้าน AI ของสหรัฐและจีน ด้วยมิติของ Data

เรื่องราวของการแข่งขันด้านเทคโนโลยี AI ในจีนและสหรัฐฯ เป็นประเด็นที่น่าจับตา เรามีโอกาสได้เห็นบทวิเคราะห์จำนวนมาก และครั้งนี้เป็นบทวิเคราะห์จาก Matt Sheehan แห่ง Macropolo ซึ่งเป็น...

Responsive image

แอปฯ JobThai โฉมใหม่ หางานใกล้ตัว พร้อมทุกฟีเจอร์เพื่อคนหางาน

JobThai พลิกโฉมและพัฒนาแอปฯ มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์หน้า Home ใหม่ และเพิ่มฟีเจอร์มากมายที่สร้างให้สอดคล้องกับ Insight ของคนหางานมากขึ้น ด้วยวิสัยทัศน์ที่จะนำเทคโนโล...