ในวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา รัฐมนตรีผู้ดูแลเรื่อง Smart Nation ของสิงคโปร์ Dr. Vivian Balakrishnan ได้ออกมาอัพเดตเกี่ยวกับโครงการ Smart Nation Projects และมีหลายอย่างที่น่าสนใจสรุปออกมาเป็นประเด็นต่างๆ

การแก้ปัญหาด้านความปลอดภัยด้วย Biometric

ในช่วงที่ข่าวเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลหลุดรั่วอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะภาครัฐเอย ภาคเอกชนเอย หรือที่หนักๆ อีกเหตุการณ์เลยคือ กรณีของประเทศสิงคโปร์ที่ข้อมูลคนไข้ถูกขโมยกว่า 1.5ล้านคน โดยรวมถึงนายกฯ Lee Hsien Loong ด้วย จากเหตุการณ์นี้ Dr.Balakrishnan แสดงความคิดเห็นว่า การนำ Biometric มาใช้ระบุตัวตนจะช่วยทำให้ข้อมูลของพวกเราปลอดภัยมากขึ้น ดีกว่าการไปใช้ password ปกติอย่างทุกวันนี้ นอกจากนี้สิงคโปร์เตรียมเปิดตัว SingPass Mobile เพื่อมาช่วยแก้ปัญหาด้านความปลอดภัย ด้วยแอปพลิเคชั่นนี้จะทำให้ผู้ใช้เข้าถึงบริการ E-Government ต่างๆ โดยการสแกนลายนิ้วมือ ซึ่งปลอดภัยกว่า password ที่ถูกขโมยไปได้ง่าย

โครงการ Smart Nation Projects โครงการระดับชาติของสิงคโปร์เพื่อโลกที่น่าอยู่

Dr.Balakrishnan กล่าวว่าภายใต้โครงการ Smart Nation มีโครงการหลักด้วยกัน 5 โครงการ ประกอบด้วย

  • Digital Identity
  • Anticipatory e-citizen service ภายใต้ชื่อ Moments of Life
  • E-payments
  • Sensor network
  • Smart urban mobility

สำหรับโครงการ 4 อัน ทั้ง Digital Identity,  E-payments, Sensor network, Smart urban mobility ทุกคนคงเดาได้จากชื่อไม่ยากนัก แต่สำหรับ Moments of Life นั้นคือโครงการที่เน้นด้าน Paperless โดยเฉพาะ โดยผูกกับช่วงเวลาของชีวิต อาทิเช่น การให้ประชาชนสามารถลงทะเบียนวันเกิดของเด็กๆ และรับ baby bonus ในรูปแบบของ paperless ได้ และอาจเพิ่มบริการใหม่ๆ เข้าไปในกรณีที่คนในครอบครัวเสียชีวิต

นอกจากนี้ภาครัฐฯ กำลังทดสอบบริการใหม่อย่าง on-demand bus service โดยใครที่อาศัยอยู่ชานเมืองก็สามารถเรียกให้รถมารับได้ผ่านทางแอปฯ คล้ายๆ กับที่เรียกบริการรถส่วนตัวเลย

ทำไมสิงคโปร์ถึงเตรียมเปิดตัวโครงการนี้?

Dr. Balakrishnan กล่าวว่า พวกเราเองต้องการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมที่ดี มีความยั่งยืน ปลอดภัย และก่อให้เกิดงานดีๆ จงมั่นใจได้ว่าสิงคโปร์สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้และเป็นประเทศในโลกใบใหม่ โลกแห่งอุดมคติที่น่าอยู่

รัฐบาลสิงคโปร์ดูเหมือนกำลังยกเครื่องด้านไอทีครั้งใหญ่ในทุกหน่วยงานและกระทรวง สำหรับรายละเอียดการยกเครื่องเป็นอย่างไรสามารถติดตามอ่านได้ที่นี่

ที่มา : Straitstimes ภาพจาก : Adasia

RELATED ARTICLE

Responsive image

K PLUS จ่ายเงินด้วย QR Code ที่ญี่ปุ่นและสิงคโปร์ได้แล้ว พร้อมรีวิวการใช้งานจริง

K PLUS ได้ปล่อยอัพเดทใหม่ โดยเพิ่มฟีเจอร์หนึ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างมากก็คือการใช้จ่าย QR Code ที่ต่างประเทศ โดยประเทศที่รองรับคือญี่ปุ่นและสิงคโปร์ ไม่มียอดขั้นต่ำและค่าธรรมเนียม...

Responsive image

แบงค์ชาติสิงคโปร์จับมือสถาบันศึกษาพัฒนาหลักสูตรด้าน FinTech

บุคลากรด้านเทคโนโลยีกำลังขาดแคลน หลายๆ คนก็เรียกกันว่า Tech Talent Pool  ขาด คำกล่าวนี้เกิดขึ้นในทุกยุคทุกสมัย เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในภาคธุรกิจอะไรใหม่ๆ สถาบันศึกษามักจะป้อนคนสู่ตล...

Responsive image

นายกฯ สิงคโปร์ ระบุว่า “ไม่ใช่ทุกปัญหาจะแก้ได้ด้วย Blockchain”

หลายๆ คนคงยอมรับว่าสิงคโปร์เป็นผู้นำด้านการพัฒนา Fintech เห็นได้จาก Ecosystem ที่โตวันโตคืน ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ทำให้ Fintech ของสิงคโปร์เติบโตอย่างรวดเร็วส่วนหนึ่งมาจากวิสัยทัศน์ของผู...