5 คำแนะนำสำหรับเด็กจบใหม่ ที่จะสมัครงานครั้งแรก จาก Harvard Business Review | Techsauce
5 คำแนะนำสำหรับเด็กจบใหม่ ที่จะสมัครงานครั้งแรก จาก Harvard Business Review

สิงหาคม 6, 2021 | By Connext Team

การเรียนจบถือเป็นก้าวสำคัญในชีวิตของใครหลายคน แต่เด็กจบใหม่หลายคนอาจกังวลไม่น้อยว่าต่อจากนี้ชีวิตของเราจะดำเนินไปไหนทิศทางไหนกันแน่

วันนี้ conNEXT จึงได้นำบทความจาก Harvard Business Review ที่รวมรวม 5 คำแนะนำจาก 5 ผู้เชี่ยวชาญที่จะมาแบ่งปันสิ่งที่เด็กจบใหม่ควรรู้กัน

การสมัครงานเป็นทักษะที่ต้องเรียนรู้และปรับปรุงให้ดีขึ้น ดังนั้น หมั่นฝึกฝนบ่อย ๆ

Cory Labanow ผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่ Columbia University และ Baruch College กล่าวว่า ในตลาดแรงงานทั่วไป อัตราที่ผู้สมัครงานจะได้สัมภาษณ์งานมีเพียง 10% เท่านั้น ทุกวันนี้อาจน้อยกว่านั้นซึ่งเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครมีน้อยลง

คุณ Labanow แนะนำว่า เมื่อเราสมัครงาน ให้วางแผนส่งเรซูเม่ 200 รายการ ไม่ใช่ 20 รายการ และมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ เราต้องเป็นผู้สมัครงานที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นได้

การสมัครงานเป็นทักษะ หากเรากำลังเล่นบาสเก็ตบอล มันไม่ใช่แค่การซู๊ตบอลให้เข้าห่วง แต่ยังเป็นการเลี้ยงบอล ส่งบอล และแย่งบอล เราจะเก่งเรื่องพวกนี้ได้อย่างไร? คำตอบ คือ เราต้องฝึกฝนและได้รับคำติชม การสมัครงานก็เช่นเดียวกัน

การสร้างเรซูเม่ก็เป็นอีกทักษะหนึ่ง หากเราเห็นเรซูเม่ของตัวเองคนเดียว นี่เป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องแก้ไขทันที เพราะเรซูเม่ที่ดีเกิดจากคำติชม ดังนั้น นำเรซูเม่ไปปรึกษาคน 4–5 คนที่สามารถบอกวิธีที่จะทำให้เรซูเม่ดีขึ้นได้

การสัมภาษณ์ก็เป็นอีกทักษะหนึ่ง เราต้องฝึกนำเสนอตัวเอง (Pitch) ให้น่าสนใจและหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทมาล่วงหน้า

สุดท้าย เราควรสร้างเครือข่าย (Networking) อย่ามองว่าการสร้างเครือข่ายเป็นเพียงการใช้บุคคลนี้เพื่อหางานทำ เพราะการทำ Informational Interview หรือ การพูดคุยแบบสบาย ๆ กับคนที่ทำงานในวงการนั้นหรือทำงานในบริษัทที่เราสนใจ จะช่วยสร้างคอนเนคชั่นและทำให้เราได้ข้อมูลสำหรับการวางแผนการทำงานต่อไปในอนาคตได้

การหางานเป็นงานด้วยตัวมันเอง เราต้องใช้พลังงานและความแข็งแกร่งทางจิตใจอย่างมาก ดังนั้น อย่าลืมดูแลตัวเอง

Amy DiGiovine ผู้ช่วยผู้อำนวยการที่ Office of Career Services, Harvard University กล่าวว่า การหางานต้องใช้พลังงานทางอารมณ์มากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อถูกปฏิเสธ ดังนั้น การดูแลตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ ใช้เวลาอยู่ห่างจากหน้าจอบ้าง ไปเดินเล่น ทำอาหาร หรือเล่นกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น 

การจัดตารางเวลา เช่น เราจะสมัครงานเวลาไหนบ้าง แก้ไขจดหมายสมัครงาน (Cover Letter) เวลาไหน ทำ Networking เวลาไหน ก็เป็นประโยชน์เช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ จำไว้ว่างานแรกไม่ใช่งานสุดท้ายของเรา อย่ามัวแต่คิดว่า ฉันตัดสินใจเลือกถูกหรือไม่? ฉันจะต้องอยู่บนเส้นทางนี้ตลอดไปไหม? คำตอบ คือ ไม่อย่างแน่นอน คนส่วนใหญ่อยู่กับงานแรกเป็นเวลา 1–2 ปี ดังนั้น เลิกคิดเรื่องนี้ สิ่งที่เราควรโฟกัส คือ “ฉันสามารถเติบโตและเรียนรู้ทักษะในตำแหน่งนี้หรือในอุตสาหกรรมนี้ได้หรือไม่”

อย่าให้เรซูเม่พูดแทนเรา ติดต่อโดยตรงกับผู้คนในบริษัทที่เราสนใจเพื่อก้าวเข้าสู่หน้าประตูและทำให้ตัวเองแตกต่างจากผู้สมัครรายอื่น

Bill Peterson อาจารย์ประจำ McCombs School of Business, University of Texas at Austin กล่าวว่า แนวทางที่ดีในการหางาน คือ การสมัครงานเชิงรุกโดยติดต่อผู้คนในบริษัทที่เราสนใจโดยตรง

วิธีที่ดีที่สุดในการพบกับบุคคลนี้ คือ การอ้างอิง (Referral) เช่น อาจารย์มหาวิทยาลัยหรืออาจติดต่อโดยตรงผ่านอีเมลโดยใช้คำพูดอย่างถูกวิธี เริ่มต้นจากการแนะนำตัวอย่างสุภาพ บอกความต้องการของเราว่าอยากเรียนรู้เกี่ยวกับงานนี้และขอคำแนะนำ

ประโยชน์ของการติดต่อโดยตรงมีมากมาย เราจะได้เรียนรู้หลายสิ่งเพียงแค่พูดคุยกับใครสักคนในบริษัท นอกจากนี้ ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงทักษะและคุณลักษณะที่บริษัทจำนวนมากต้องการ นั่นคือ มีความคิดริเริ่ม (Initiative) ทำงานเชิงรุก (Proactivity) ลงมือปฏิบัติจริงเพื่อจัดการหรือแก้ไขปัญหา (Action Orientation) และทำงานโดยมุ่งเน้นผลลัพธ์ (Results Orientation)

ทันใดนั้น เราจะไม่ใช่แค่เรซูเม่อีกต่อไป แต่เป็นคนประเภทที่บริษัทคิดว่าสามารถช่วยพัฒนาธุรกิจได้

ใช้เวลานี้เรียนรู้เกี่ยวกับตัวเองซึ่งเป็นสิ่งที่ดี

Ziad Moubarak รองผู้อำนวยการที่ Career Development Center, IESE Business School กล่าวว่า ให้คิดว่าการได้งานเป็นเกมที่ช้า เราอาจมองหางานเป็นเวลานาน อาจสำรวจตัวเลือกต่าง ๆ 2–3 ตัวเลือกแล้วพบว่าไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ ไม่เป็นไรเลย

การถามตัวเองอยู่บ่อยครั้งว่า ตกลงฉันต้องการอะไร? ฉันต้องการทำงานอะไร? อะไรจะทำให้ฉันมีความสุข? การครุ่นคิดเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดีที่จะช่วยให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น

เริ่มต้นที่ไหนสักแห่ง แม้จะไม่ใช่งานในฝัน เพราะงานแรกจะช่วยให้เราฝึกฝนตัวเองเพื่อให้ได้พื้นฐานที่ถูกต้อง

Liza Kirkpatrick กรรมการผู้จัดการที่ Career Management Center, Kellogg School of Management at Northwestern University กล่าวว่า คำแนะนำที่ฉันให้กับเด็กจบใหม่หลายพันคน คือ เราต้องเริ่มต้นที่ไหนสักแห่ง

เครือข่าย ทักษะ ความรู้เกี่ยวกับตลาด หรือความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่เรามี สิ่งเหล่านี้จะดีและเติบโตขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ยกตัวอย่างเช่น เราอาจรู้สึกกลัวที่จะสร้างเครือข่าย (Network) ในตอนนี้ ให้ลองเริ่มจากคนใกล้ตัว เช่น เพื่อน ครอบครัว อาจารย์ ไม่นานหลังจากนั้น แวดวงของเราจะขยายไปสู่คนที่เราพบในงานแรกและจะขยายออกไปแบบทวีคูณ ในที่สุด การสร้างเครือข่ายสำหรับเราจะเป็นธรรมชาติและง่ายมากขึ้น

ในทำนองเดียวกัน ทักษะของเราจะเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป แม้ว่าเราจะไม่ได้งานในฝัน แต่งานแรกนี่แหละจะช่วยให้เราฝึกฝนตัวเองเพื่อให้ได้พื้นฐานที่ถูกต้อง จากนั้นเมื่อโอกาสการทำงานหรือการสนทนาที่เหมาะสมมาถึง เราจะพร้อมสู่งานในฝันนั้นเอง

อ้างอิง: Harvard Business Review

สำหรับผู้อ่านท่านใดที่สนใจบทความเกี่ยวกับชีวิตการทำงาน ทักษะที่จำเป็นในอนาคต สามารถลงทะเบียนเพื่อรับอัพเดทข้อมูลข่าวสาร และบทความในอนาคต จาก ConNEXT ได้ ที่นี่ https://bit.ly/3xKvJtn 

ติดต่อร่วมงานกับ ConNEXT ได้ที่อีเมล [email protected]