12 อาชีพสุดแกร่งที่จะไม่มีวันหายไปในโลกการทำงานที่เต็มไปด้วย AI | Techsauce
12 อาชีพสุดแกร่งที่จะไม่มีวันหายไปในโลกการทำงานที่เต็มไปด้วย AI

กรกฎาคม 1, 2022 | By Connext Team

ในโลกที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการทำงาน โดยเฉพาะเทคโนโลยี AI ที่เข้ามาช่วยให้งานของมนุษย์มีความสะดวกเพิ่มมากขึ้น ด้วยความที่เทคโนโลยีมีการพัฒนาขึ้นทุกวัน หลายคนเริ่มกังวลว่าจะถูก AI หรือเทคโนโลยีอื่นๆ เข้ามาแทนที่ จนทำให้ตนเองต้องเสียงานนั้นไป

แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกอาชีพที่จะใช้เทคโนโลยีเข้ามาทำงานแทนที่มนุษย์ได้เต็ม 100% แต่จะมีอาชีพอะไรบ้าง มาดูกันเลย

อาชีพ

1. นักสังคมสงเคราะห์

อาชีพนักสังคมสงเคราะห์ เช่น ผู้ให้คำปรึกษา นักจิตวิทยา และนักจิตบำบัด เป็นหนึ่งในอาชีพที่การันตีได้ว่าจะไม่มีวันหายไปด้วยการแทนที่ของ AI เพราะอาชีพนี้เกี่ยวข้องกับมนุษย์โดยตรง ทั้งการให้ความช่วยเหลือและการให้คำปรึกษา บำบัดเยียวยาจิตใจของมนุษย์ ดังนั้น เมื่อเกี่ยวข้องกับอารมณ์และจิตใจของมนุษย์ซึ่งมีความซับซ้อนแล้ว จึงมีความเป็นไปได้น้อยมากที่ AI หรือหุ่นยนต์จะมาทำงานแทนอาชีพนี้

2. ครู - อาจารย์

ในขณะที่เทคโนโลยีต่างๆ ถูกนำมาใช้เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเรียน แต่ดูเหมือนว่าอาชีพครูจะไม่มีวันถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีเหล่านั้น เพราะครูมีหน้าที่ให้การศึกษาอย่างเหมาะสมต่อนักเรียนแต่ละคน สอนให้นักเรียนมีคุณธรรมจริยธรรม รวมไปถึงสอนให้นักเรียนรู้จักทักษะที่สำคัญในการใช้ชีวิต เช่น ทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น ทักษะในสังคม ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ AI หรือเครื่องจักรไม่สามารถทำได้

3. บุคคลากรทางการแพทย์

เทคโนโลยี AI ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกในบางขั้นตอนทางการแพทย์ แต่ถึงอย่างนั้น บุคคลากรทางการแพทย์ เช่น หมอ พยาบาล หรือนักกายภาพบำบัด ก็ไม่สามารถถูกแทนที่โดย AI ได้ เพราะเทคโนโลยีสามารถช่วยลดเวลาในการตรวจเท่านั้น แต่การวินิจฉัยโรคหรือการรักษายังจำเป็นต้องใช้ความชำนาญและประสบการณ์การของบุคคลากรทางการแพทย์เพื่อออกแบบการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน

4. สายงานการตลาด การออกแบบ และโฆษณา

ถึงแม้ว่า AI จะสามารถทำงานให้เสร็จได้อย่างรวดเร็วแต่น่าเสียดายที่พวกมันแพ้มนุษย์ในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์และ Critical Thinking (ความคิดเชิงวิพากษ์ ) เพราะงานด้านการตลาด การออกแบบ และโฆษณา ล้วนเป็นงานที่ต้องใช้ความสามารถในการคิดวิธีใหม่ๆ เพื่อนำเสนอสินค้าของตนเอง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมอาชีพเหล่านี้ไม่สามารถถูกแทนที่ได้

5. นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล หรือ Data Scientists

ในปัจจุบัน เทคโนโลยีนำมาใช้เพื่อช่วยรวบรวมข้อมูลให้รวดเร็วมากขึ้นแต่ก็ยังไม่สามารถช่วยแปลผลหรือวิเคราะห์ข้อมูลให้มีตรงตามจุดประสงค์ได้ จึงเป็นหน้าที่ของนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลหรือนัก Data Scientists ที่ต้องวิเคราห์ข้อมูลเหล่านี้ อาชีพนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้นในอนาคต แต่แน่นอนว่าไม่สามารถหายไปได้

6. ทันตแพทย์

หากลองจินตนาการว่ามีหุ่นยนต์กำลังใส่เครื่องมือบางอย่างเข้ามาในปากของเรา ไม่ว่าใครก็ต้องรู้สึกไม่ไว้ใจแน่นอน ถึงแม้ว่าทันตแพทย์จะใช้เครื่องมือที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยแต่ก็คนไข้ก็มั่นใจ เพราะรู้ว่าอีกด้านของเครื่องมือเหล่านั้นคือทันตแพทย์ที่มีใบรับรองและความชำนาญ นอกจากนี้หุ่นยนต์หรือเครื่องจักรนั้นไม่สามารถวินิจฉัยโรคและเลือกการรักษาที่ดีที่สุดให้คนไข้ได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราจะไม่มีวันเห็นหุ่นยนต์ทันตแพทย์ในอนาคตอย่างแน่นอน

7. นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นผู้ที่ดูแลกิจกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและป่าไม้ เช่น การปกป้องธรรมชาติ การวางแผนเพิ่มและใช้ทรัพยากรป่าไม้ ถึงแม้ว่า  AI อาจจะช่วยงานบางอย่างได้ แต่อาชีพนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมก็ยังมีความจำเป็นที่ต้องให้มนุษย์ทำงานเพื่อที่จะรักษาสภาพแวดล้อมและป่าไม้ของพื้นที่นั้นๆ ได้อย่างถูกต้อง 

8. ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ หรือ Cybersecurity Experts

เมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนในการทำงาน หลายๆบริษัทก็หันมาพึ่งระบบออนไลน์มากขึ้น ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์มีความต้องการในตลาดแรงงานสูง เนื่องจากอาชีพนี้เป็นผู้ที่คอยป้องกันไม่ให้เหล่าแฮกเกอร์ขโมยข้อมูลไป จึงทำให้อาชีพนี้ไม่มีวันถูกแทนที่โดยเครื่องจักรหรือหุ่นยนต์ได้

9. ศิลปิน

หากพูดถึงอาชีพที่มั่นใจว่าจะไม่ถูก AI หรือเครื่องจักรเข้ามาแทนที่ คงไม่พ้นอาชีพศิลปิน ไม่ว่าจะเป็น จิตรกร นักแสดง ผู้กำกับ นักดนตรี นักเขียน และอาชีพอื่นๆ ที่ผลิตผลงานทางด้านศิลปะออกมา ศิลปินต้องอาศัยอารมณ์ จินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างผลงานที่มีคุณค่าออกมา แน่นอนว่าสามารถใช้หุ่นยนต์หรือเทคโนโลยีสร้างผลงานออกมาได้ แต่ถ้าผลงานที่ผลิตออกมาขาดอารมณ์และจินตนาการในการสร้างสรรค์แล้ว ผลงานชิ้นนั้นคงขาดคุณค่าและความหมายในตัวเอง

10. นักโภชนาการ

นักโภชนาการ ทำงานใกล้ชิดกับลูกค้าแต่ละคนเพื่อทำความเข้าใจปัญหาด้านสุขภาพและวางแผนการทานอาหารโดยขึ้นกับความต้องการของพวกเขา อาชีพนี้เป็นการทำงานที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของมนุษย์โดยตรง อีกทั้งผู้ที่ทำงานนี้ยังมีประสบการณ์ ซึ่งสามารถนำมาปรับปรุงหรือนำมาช่วยออกแบบแผนการทานอาหารได้ ดังนั้นการใช้มนุษย์ย่อมดีกว่าการใช้หุ่นยนต์หรือเครื่องจักรมาทำงานในอาชีพนี้

11. เชฟ

หลายคนอาจจะเคยเห็นวิดีโอหุ่นยนต์ทำอาหารง่ายๆ เข่น แพนเค้ก หรือ ไข่เจียว แต่นั่นไม่สามารถเทียบกับอาหารที่ทำด้วยความใส่ใจของมนุษย์ เชฟมักจะใส่ความคิดสร้างสรรค์และความใส่ใจลงไปในอาหารด้วยความชำนาญ ทำให้พวกเขาสามารถทำเมนูใหม่ๆ และน่าสนใจออกมาให้ทุกคนได้ทาน 

12. เทรนเนอร์

แม้ในปัจจุบัน ผู้คนนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อรักษาสุขภาพ เช่น นาฬิกาฟิตเนส หรือ โปรมแกรมการออกกำลังกายบนอินเทอร์เน็ต แต่สิ่งที่เทคโนโลยีให้มนุษย์ไม่ได้คือความสนุกและความน่าดึงดูดของการออกกำลังกายกับเทรนเนอร์ที่เป็นคนจริงๆ โดยพวกเขาจะเป็นคนคอยผลักดันให้ผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายทุกคนบรรลุเป้าหมายของการออกกำลังกาย นี่จึงทำให้เทคโนโลยีต่างๆ ไม่สามารถเข้ามาแทนที่เทรนเนอร์ได้

แน่นอนว่าตอนนี้เทคโนโลยีต่างๆ ยังไม่สามารถเข้ามาแทนที่มนุษย์ได้ทั้งหมด แต่เทคโนโลยีมีการพัฒนาขึ้นทุกวัน เราไม่สามารถรับรู้ได้ว่าอนาคตในการทำงานจะเป็นอย่างไร ดังนั้นการพัฒนาทักษะเพื่อเตรียมรับมือโลกการทำงานที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี AI จึงเป็นสิ่งสำคัญ 

แต่จะมีทักษะสำคัญอะไรบ้างที่ช่วยให้เราเอาชนะ AI ที่กำลังเข้ามาแทนที่มนุษย์ได้? สามารถมาฟังคำตอบเหล่านั้นได้ในงาน Tech ConNEXT Job Fair 2022 วันที่ 7-9 กรกฎาคมนี้ ณ True Digital Park ชั้น 6 และ 7 BTS ปุณณวิถี 

รีบลงทะเบียนก่อนที่นั่งเต็ม : https://www.eventpop.me/e/13032/techconnext-job-fair-2022

เขียนโดย Wanicha Pumkeaw

อ้างอิง uopeople