BOI เคาะโรดแมปชาติ ดัน 5 กลไก ‘Made-in-Thailand Chips’ ปั้นไทยสู่ฮับเซมิคอนดักเตอร์ ตั้งเป้าดึงเงินลงทุน 2.5 ล้านล้านบาทภายในปี 2050

ท่ามกลางกระแสการแข่งขันทางเทคโนโลยีที่ทวีความรุนแรงขึ้นในระดับภูมิภาค ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ของการพัฒนาอุตสาหกรรมขั้นสูงอย่างเต็มตัว เมื่อคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ หรือบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์ ภายใต้การนำของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ร่วมกันพิจารณาร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติฉบับแรก ซึ่งถือเป็นเข็มทิศสำคัญที่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจไทยในอีก 25 ปีข้างหน้า แผนงานดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการปรับตัวตามกระแสโลก แต่คือความพยายามครั้งประวัติศาสตร์ในการปั้นแบรนด์ 'ชิปเมดอินไทยแลนด์' ให้เกิดขึ้นจริงภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) โดยวางเป้าหมายดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมหาศาลกว่า 2.5 ล้านล้านบาท พร้อมยกระดับทักษะแรงงานไทยสู่ความเป็นมืออาชีพระดับสากล

ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นจากการทำงานอย่างเข้มข้นร่วมกับ Roland Berger บริษัทที่ปรึกษาระดับโลกที่ได้รับมอบหมายให้ศึกษาภาพรวมห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์อย่างละเอียดมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์ศักยภาพของไทยเปรียบเทียบกับคู่แข่งในอาเซียนอย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ผลการศึกษาชี้ชัดว่าแม้ไทยจะอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการก้าวเข้าสู่ตลาดต้นน้ำ แต่พื้นฐานด้านโครงสร้างพื้นฐาน คุณภาพบุคลากร และความพร้อมของอุตสาหกรรมปลายน้ำอย่างยานยนต์และดิจิทัล คือแต้มต่อสำคัญที่จะทำให้ไทยสามารถสอดแทรกตัวเข้าไปเป็นผู้เล่นหลักในตลาดโลกได้ หากมีการวางกลยุทธ์ที่แม่นยำและต่อเนื่อง

เจาะลึก 5 ผลิตภัณฑ์ดาวรุ่งและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล

ในการก้าวไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้นั้น รัฐบาลไทยได้กำหนดกลุ่มผลิตภัณฑ์ยุทธศาสตร์ 5 ประเภทที่ไทยมีศักยภาพในการแข่งขันสูงสุด ได้แก่ ชิปประเภท Power, Sensor, Photonics, Analog และ Discrete ซึ่งล้วนแต่เป็นส่วนประกอบสำคัญในเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ระบบออโตเมชันในโรงงานอุตสาหกรรม ไปจนถึงอุปกรณ์การแพทย์ขั้นสูง การมุ่งเน้นในเซกเมนต์ที่ชัดเจนนี้จะช่วยให้ไทยสามารถดึงดูดผู้ผลิตรายใหญ่จากทั่วโลกให้เข้ามาตั้งฐานการผลิตในลักษณะคลัสเตอร์ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการสร้างเครือข่ายธุรกิจที่แข็งแกร่งภายในประเทศ

กลไกสำคัญที่จะผลักดันโรดแมปนี้ให้สำเร็จแบ่งออกเป็น 5 ด้านหลัก โดยเน้นไปที่การสร้างแรงจูงใจผ่านสิทธิประโยชน์ทางการเงินและภาษี การให้เงินสนับสนุนและเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำระยะยาวถือเป็นหมัดเด็ดในการดึงโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันการพัฒนาบุคลากรทักษะสูงกว่า 230,000 คน ผ่านความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษากับบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกจะเป็นการสร้างรากฐานที่ยั่งยืน นอกจากนี้ยังมีการวางแผนยกระดับศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ หรือ TMEC ให้กลายเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนา ควบคู่ไปกับการจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน เช่น พลังงานสะอาดและระบบจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญสูงสุดในปัจจุบัน

จากฐานการประกอบสู่การสร้าง 'Local Champion' ในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก

หนึ่งในประเด็นที่บอร์ดเซมิคอนดักเตอร์ให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือการยกระดับผู้ประกอบการไทยให้ก้าวขึ้นเป็น 'Local Champion' โดยไม่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นเพียงฐานการผลิตหรือการประกอบและทดสอบชิป หรือ OSAT เท่านั้น แต่ต้องก้าวไปถึงขั้นการออกแบบชิป หรือ IC Design และการผลิตแผ่นเวเฟอร์ หรือ Wafer Fabrication ซึ่งเป็นส่วนที่มีมูลค่าเพิ่มสูงสุดในห่วงโซ่อุปทาน ยุทธศาสตร์นี้จึงเน้นการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทข้ามชาติกับผู้ผลิตในท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบและมั่นคง

ความสำเร็จในระยะที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นผ่านตัวเลขคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่พุ่งสูงถึง 1.17 ล้านล้านบาท ตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปลายปี 2568 โดยมีบริษัทชั้นนำของโลกตัดสินใจปักหมุดในไทยแล้วหลายราย ไม่ว่าจะเป็น Infineon จากเยอรมนี, Analog Devices และ Microchip Technology จากสหรัฐอเมริกา ไปจนถึง Sony และ Toshiba จากญี่ปุ่น NXP Semiconductor จากเนเธอร์แลนด์ รวมถึง Fiti ในเครือ Foxconn จากไต้หวัน การที่ยักษ์ใหญ่เหล่านี้เลือกลงทุนในไทยเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศ และเป็นสัญญาณชัดเจนว่า 'ชิปเมดอินไทยแลนด์' ไม่ใช่เพียงความฝันที่ไกลเกินเอื้อม แต่คืออนาคตที่กำลังถูกสร้างขึ้นด้วยรากฐานที่แข็งแกร่งและยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในวันนี้

ที่มา: Thaigov.go.th

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เปิดตัว OpenAI for Healthcare ด้วย GPT-5.2 เชื่อมกับระบบโรงพยาบาล ช่วยทำงานเอกสาร บนมาตรฐาน HIPAA

เจาะลึก OpenAI for Healthcare โซลูชันใหม่ขับเคลื่อนด้วย GPT-5.2 ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับวงการแพทย์โดยเฉพาะ ช่วยลดภาระงานเอกสาร เพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย ...

Responsive image

ความร่วมมือระดับโลกยังมีอยู่ แต่กำลังเปลี่ยนรูปแบบ World Economic Forum ชี้ โลกยังไม่หมดหวังท่ามกลางสงคราม

World Economic Forum ชี้ความร่วมมือระดับโลกยังไม่ล่มสลาย แม้โลกเผชิญสงครามและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่กำลังเปลี่ยนรูปแบบสู่ความร่วมมือขนาดเล็กที่ยืดหยุ่นมากขึ้น...

Responsive image

ผู้ร่วมก่อตั้ง Gojek ถูกฟ้องคดีทุจริตจัดซื้อ Chromebook ทั้งที่พื้นที่อินเทอร์เน็ตไม่รองรับ ตั้งข้อสงสัยเอื้อประโยชน์ให้ Google

ผู้ร่วมก่อตั้ง Gojek ถูกฟ้องคดีทุจริตโครงการจัดซื้อ Chromebook ช่วงโควิด ปมเดินหน้าซื้อทั้งที่รู้ว่าใช้งานไม่ได้ในหลายพื้นที่ พร้อมข้อสงสัยเอื้อประโยชน์ให้ Google...