3 เรื่องที่ประเทศไทยต้อง Focus สร้างคน–นวัตกรรม–ปฏิรูประบบราชการ เพื่อยกระดับขีดความสามารถประเทศ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ฝ่าวิกฤติ รับมือระเบียบโลกใหม่” ในงาน The INTANIA Forum ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมนิสิตเก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ หอประชุม Hall of INTANIA โดยชี้ว่า โลกกำลังเข้าสู่ยุค “โลกไร้ระเบียบ” (New World Disorder) ที่ไม่มีรูปแบบตายตัวและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยจึงต้องปรับวิธีคิดและวางยุทธศาสตร์ใหม่ เพื่อเปลี่ยนความไม่แน่นอนให้เป็นโอกาส

 “ต้องใช้ความเป็นวิศวกรในการบริหารประเทศ” วางระบบ คิดเป็นขั้นตอน และเลือกเส้นทางที่ดีที่สุด 

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การบริหารประเทศในโลกที่มีความผันผวนสูง จำเป็นต้องใช้แนวคิดอย่างเป็นระบบเช่นเดียวกับการทำงานด้านวิศวกรรม โดยระบุว่า “ผมคือวิศวกรการเมือง”

แนวคิดดังกล่าวหมายถึงการจัดลำดับความสำคัญ การบริหารทรัพยากร และการเลือกเส้นทางที่เหมาะสม โดยนายกรัฐมนตรีได้นำหลัก Critical Path Method (CPM) มาอธิบายถึงการตัดสินใจว่า ประเทศควรให้ความสำคัญกับเรื่องใดก่อน ต้องลงทุนทรัพยากรอย่างไร และควรเลือกเส้นทางใดเพื่อให้การขับเคลื่อนเกิดผลสูงสุด พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับตัวอย่างยืดหยุ่น เพื่อพาประเทศไทยไปสู่ Steady State หรือภาวะที่ประเทศมีความมั่นคง ปลอดภัย และพร้อมเติบโตอย่างยั่งยืน

 หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการกระจายศูนย์กลางการพัฒนา โดยประเทศไทยจำเป็นต้องมี “มหานคร” มากกว่าหนึ่งแห่ง เพื่อกระจายความเจริญและโอกาสทางเศรษฐกิจไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ขณะเดียวกัน ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบด้านระบบคมนาคมและที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ จึงควรพัฒนาแหล่งอุตสาหกรรมและกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามแนวเส้นทางคมนาคม เพื่อสร้างรายได้และการจ้างงานเพิ่มเติม

ด้วยศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางของภูมิภาค มีเส้นทางเชื่อมโยงทั้งทางเหนือและใต้ และสามารถเชื่อมต่อมหาสมุทรทั้งสองฝั่ง ประเทศไทยจึงควรใช้ข้อได้เปรียบดังกล่าวให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในฐานะ ผู้ผลิตและศูนย์กลางการกระจายสินค้า

3 เรื่องที่ประเทศไทยต้อง Focus: สร้างคน–สร้างนวัตกรรม–ปฏิรูประบบราชการ

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า การยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทยจำเป็นต้องเดินหน้า 3 เรื่องควบคู่กัน

  • หนึ่ง – พัฒนาคน ประเทศไทยต้องสร้างกำลังคนที่สามารถแข่งขันกับคนจากประเทศอื่นได้ โดยให้ความสำคัญกับ การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) เพื่อให้ประชาชนสามารถปรับตัวกับโลกการทำงานและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
  • สอง – พัฒนาการวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยควรเป็นพื้นที่สำคัญในการสร้างนวัตกรรมและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ขณะที่ภาครัฐควรมีบทบาทในการช่วยสร้างหรือเปิดตลาด เพื่อให้นวัตกรรมจากงานวิจัยสามารถนำไปใช้จริงและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้
  • สาม – ปฏิรูประบบราชการ ระบบราชการต้องเปลี่ยนบทบาทให้เป็น พันธมิตรของภาคประชาชน ภาคเศรษฐกิจ และภาคสังคม มากกว่าการเป็นเพียงผู้กำกับดูแล

ทั้ง 3 เรื่องต้องดำเนินไปพร้อมกัน เพื่อสร้างกำลังคนที่เข้มแข็ง ยกระดับขีดความสามารถของประเทศ และนำไปสู่แนวคิด “ยกกำลังคนไทย ยกกำลังประเทศไทย”

นายกรัฐมนตรียังย้ำถึงเศรษฐกิจแบบ Self Reliance ซึ่งเป็นส่วนขยายของเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาตนเองได้ตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงมีนโยบายจะสนับสนุนสินค้า ผลผลิต และนวัตกรรมของคนไทย

AI ต้องอยู่ภายใต้ 4P เพื่อให้เทคโนโลยีสร้างประโยชน์สูงสุด

สำหรับการเปลี่ยนแปลงด้านปัญญาประดิษฐ์ นายกรัฐมนตรีเสนอกรอบคิด 4P เพื่อให้ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จาก AI พร้อมบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ได้แก่

  • Prevention – ป้องกันไม่ให้เทคโนโลยีเข้ามาสร้างผลกระทบหรือทำร้ายสังคม
  • Prosperity – ใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างความเจริญและโอกาสทางเศรษฐกิจ
  • Potential – พัฒนาศักยภาพของประเทศและประชาชนให้ก้าวทันเทคโนโลยี
  • Protection – มีระบบกำกับดูแลและสามารถควบคุมเทคโนโลยีให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม

ธปท. ชี้โจทย์สำคัญคือจัดสรรเงินทุนให้ธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ ใช้ระบบฐานข้อมูลขจัด “ทุนเทา”

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โลกในปัจจุบันกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว รุนแรง และเกิดขึ้นถี่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติโควิด-19 ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวด้วยการวางแผนระยะยาว พร้อมยกระดับประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากรของประเทศ

นายวิทัยระบุว่า โจทย์สำคัญของเศรษฐกิจไทย คือการทำให้เงินทุนไหลไปสู่ภาคธุรกิจที่มีศักยภาพและสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างแท้จริง ขณะเดียวกันต้องดึงทรัพยากรที่อยู่นอกระบบ โดยเฉพาะทุนผิดกฎหมายและการทุจริตคอร์รัปชัน กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เพื่อให้สามารถนำมาใช้สร้างมูลค่าและขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยกล่าวว่า ธปท. ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหา Resource Misallocation หรือการจัดสรรทรัพยากรและเงินทุนที่ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เงินทุนส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่ผู้ประกอบการ SMEs จำนวนมากยังเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยาก

ในระยะต่อไป ธปท. จะนำระบบฐานข้อมูลและการวิเคราะห์ Data Analytics มาใช้พัฒนาระบบการประเมินความน่าเชื่อถือทางการเงิน โดยต่อยอดจาก Data Bureau เพื่อเสริมข้อมูลให้มีความครอบคลุมกว่าระบบ Credit Bureau แบบเดิม เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีวินัยทางการเงิน มีสภาพคล่องที่ดี และมีข้อมูลการดำเนินธุรกิจที่น่าเชื่อถือ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและได้รับต้นทุนทางการเงินที่เหมาะสมมากขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องมีหลักประกันหรือประวัติสินเชื่อในรูปแบบเดิม

ภาคอุตสาหกรรมเร่งปรับโครงสร้างธุรกิจ เน้นสร้างความร่วมมือเศรษฐกิจอาเซียน

คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี(SCG) กล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สอดรับกับระเบียบโลกใหม่ โดยภาคธุรกิจต้องกล้าปรับตัวและจัดสรรทรัพยากรใหม่อย่างจริงจัง หากธุรกิจใดไม่มีศักยภาพในการแข่งขันหรือไม่สามารถเติบโตได้ในบริบทเศรษฐกิจปัจจุบัน ก็ควรตัดสินใจ ยุติหรือปรับลดธุรกิจธุรกิจที่ไม่มีอนาคตที่เรียกว่า "Zombie Business" และนำทรัพยากรไปลงทุนในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมใหม่ที่มีศักยภาพในการแข่งขันและสร้างการเติบโตในระยะยาว

พร้อมกันนี้ มองว่าอาเซียนควรถูกมองในฐานะ พันธมิตรทางเศรษฐกิจ (Business Partnership) มากกว่าคู่แข่ง โดยแต่ละประเทศสามารถใช้จุดแข็งของตนเองมาสร้างห่วงโซ่คุณค่าร่วมกัน เช่น เวียดนาม มีความโดดเด่นด้านการกระจายสินค้าและโลจิสติกส์ อินโดนีเซีย มีความได้เปรียบด้านฐานการผลิตจากต้นทุนพลังงานที่ต่ำ ขณะที่ ประเทศไทย ควรมุ่งพัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพสูง สร้างมูลค่าเพิ่ม และขับเคลื่อนด้วยความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม

คุณธรรมศักดิ์ยังเสนอให้พัฒนากลไกทางการเงินในระดับภูมิภาค เช่น ASEAN-based Loan เพื่อเพิ่มขนาดของตลาดเงินและแหล่งทุนของอาเซียน เสริมศักยภาพในการแข่งขันกับประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างจีน

นอกจากนี้ ยังเน้นการสร้าง Multiplier Effect ในระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยสนับสนุนการใช้สินค้าและบริการ Made in Thailand เพื่อให้เม็ดเงินที่ใช้จ่ายหมุนเวียนต่อในห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ สร้างรายได้ การจ้างงาน และมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้มากกว่ามูลค่าการใช้จ่ายเริ่มต้น

ภาคการเงินชี้ SMEs ต้องเร่งเพิ่ม Productivity รับเศรษฐกิจรูปแบบ K-Shape

คุณขัตติยา อินทรวิชัย CEO ธนาคารกสิกรไทย กล่าวถึงแนวคิด “Thriving under The New World Order” หรือการเจริญเติบโตภายใต้ระเบียบโลกใหม่ โดยเฉพาะสำหรับ SMEs ที่จำเป็นต้องปรับวิธีคิดและรูปแบบการดำเนินธุรกิจใหม่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

 หนึ่งในโจทย์สำคัญคือการเพิ่ม Production Productivity เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบคิดเป็นประมาณ 50–60% ของต้นทุนรวมของธุรกิจ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขัน

พร้อมกันนี้ ได้กล่าวถึง K-Shape Model ซึ่งสะท้อนภาพธุรกิจที่มีทั้งกลุ่มที่สามารถเติบโตขึ้น และกลุ่มที่ไม่สามารถปรับตัวได้และมีแนวโน้มถดถอย โดยแนวนโยบายควรมุ่งสนับสนุนธุรกิจที่มีศักยภาพในการปรับตัวและสามารถเติบโตต่อไปในโลกยุคใหม่

สำหรับเป้าหมายการยกระดับประเทศไทยสู่ High-Income Economy ภายใน 12 ปี มีการให้ความสำคัญกับ 7 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ (1) เกษตรกรรมและการแปรรูปอาหาร (2) ยานยนต์สมัยใหม่ (3) AI อิเลคโทรนิกส์ และบริการด้านดิจิทัล (4) การแพทย์และ Wellness (5) การท่องเที่ยว (6) ค้าปลีกและการพาณิชย์ (7) เศรษฐกิจสร้างสรรค์

พลังงานไทยต้องสร้างความมั่นคง กระจายความเสี่ยง และลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่

คุณอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงความเชื่อมโยงระหว่าง Geo-politics กับ Geo-economics ที่มีผลต่อทิศทางเศรษฐกิจและพลังงานของประเทศอย่างชัดเจน

ในระยะสั้น ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างความเพียงพอและความมั่นคงด้านพลังงาน โดยใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานที่หลากหลาย มีน้ำมันสำรอง และเพิ่มการพึ่งพาตนเอง โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วน Bio-diesel

ในระยะกลาง ภาครัฐมีบทบาทในการดูแลราคาพลังงานและสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการลงทุน ขณะเดียวกันการเติบโตของ Data Center และ AI จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยมีการกล่าวถึงมาตรการต่าง ๆ เช่น AI Training Academy และ Power Usage Effectiveness (PUE)

นอกจากนี้ ประเทศไทยควรเร่งส่งเสริมพลังงานแสงอาทิตย์ การลงทุนโครงข่ายไฟฟ้าใหม่ และแผน PDP2026 (Power Development Plan) ซึ่งมีแนวทางเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก Small Modular Reactor (SMR) จำนวน 2,400 MW ภายในปี 2580 โดยให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นผู้ริเริ่มนำร่อง

วิทยากรร่วมฝากถึงคนรุ่นใหม่: "การเรียนรู้ตลอดชีวิต คือทักษะสำคัญที่สุดของโลกยุคใหม่"

ในช่วงท้ายของการเสวนา วิทยากรทั้งสามท่านได้ร่วมกันฝากข้อคิดถึงเด็กและเยาวชนไทย โดยเห็นพ้องกันว่า "คน" คือปัจจัยสำคัญที่สุดในการกำหนดอนาคตของประเทศ และการเตรียมคนให้พร้อมรับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จะเป็นรากฐานสำคัญของความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว

วิทยากรเสนอว่า ประเทศไทยจำเป็นต้อง ยกระดับการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-long Learning) ให้เกิดขึ้นจริงในทุกช่วงวัย พร้อมปฏิรูประบบการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทของโลกยุคใหม่ โดยนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนการสอน การเรียนรู้เฉพาะบุคคล (Personalized Learning) และการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนมากกว่าการท่องจำ รวมถึงปรับรูปแบบการวัดและประเมินผลให้สะท้อนทักษะและความสามารถที่แท้จริง

นอกจากองค์ความรู้ทางวิชาการแล้ว เยาวชนควรให้ความสำคัญกับการพัฒนา ทักษะด้านอารมณ์และการทำงานร่วมกับผู้อื่น (EQ) ควบคู่กับการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งล้วนเป็นทักษะที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้

ขณะเดียวกันการเรียนรู้ภาษาเพิ่มเติม โดยเฉพาะภาษาจีนรวมถึงภาษาของประเทศคู่ค้าสำคัญในภูมิภาค จะช่วยเปิดโอกาสในการทำงาน การลงทุน และการสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระดับนานาชาติได้มากยิ่งขึ้น

วิทยากรทั้งสามท่านเชื่อมั่นว่า หากประเทศไทยสามารถยกระดับการศึกษา พัฒนาทักษะแห่งอนาคต และปลูกฝังวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้กับคนทุกช่วงวัยได้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างคนรุ่นใหม่ที่พร้อมรับมือกับความท้าทาย และสามารถเปลี่ยนความเปลี่ยนแปลงของโลกให้เป็นโอกาสในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

The INTANIA Forum: เวทีเชื่อมวิสัยทัศน์สู่การขับเคลื่อนประเทศ

 The INTANIA Forum จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “Surviving Under The New World Order – ฝ่าวิกฤติ รับมือระเบียบโลกใหม่” โดยมีเป้าหมายในการเปิดพื้นที่ให้ผู้นำจากภาครัฐ ภาคการเงิน ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม และภาควิชาการ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อความเปลี่ยนแปลงของโลก และร่วมกันมองหาแนวทางที่ประเทศไทยสามารถเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาส

 การจัดงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของสมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรมศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการใช้ความรู้ ประสบการณ์ และเครือข่ายจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อร่วมสร้างบทสนทนาที่นำไปสู่ความร่วมมือและการขับเคลื่อนประเทศในโลกยุคใหม่

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

BOI รื้อเกณฑ์ Data Center ชู 4 มิติดันไทยสู่ฮับ AI ยั่งยืน คุมเข้มใช้พลังงาน ทรัพยากรน้ำ พร้อมตอบโจทย์ชาติ และการจ้างงานไทย

บีโอไอขานรับระเบียบใหม่คุมดาต้าเซ็นเตอร์ตามมติ ครม. เดินหน้ายกเครื่องเกณฑ์คัดกรองโครงการด้วย 4 มิติ พร้อมเปิดข้อมูล 42 โครงการ ลงทุนรวม 7.5 แสนล้านบาท ครอบคลุมประโยชน์ต่อประเทศ พลั...

Responsive image

Demis Hassabis ขึ้นคุม หัวเรือ AI ของ Alphabet แล้ว หลัง Jeff Dean พนักงานระดับตำนานลาออกไปตั้ง Startup ของตัวเอง

สั่นสะเทือนวงการไอที Google ปรับทัพ AI ครั้งใหญ่ Demis Hassabis สละเก้าอี้คุม DeepMind ด้าน Jeff Dean ตำนานพนักงานคนที่ 30 ประกาศลาออกตั้งบริษัทใหม่...

Responsive image

Elon Musk ประกาศรับสมัครทีมสร้าง Data Center ยุค AI ทั้งบนโลกและ ‘นอกโลก’

Elon Musk ประกาศรับสมัคร 'ช่างประปา-ช่างไฟฟ้า-วิศวกร' มาร่วมทีม SpaceX เพื่อสร้าง AI Data Center นอกโลก! ใช้แค่ Résumé และสรุปผลงาน 3 ข้อ ส่งด่วนได้เลย...