7 ทักษะ ที่นักการตลาดควรมี บทเรียนจากซีรีส์ Emily in Paris | Techsauce
7 ทักษะ ที่นักการตลาดควรมี บทเรียนจากซีรีส์ Emily in Paris

พฤษภาคม 21, 2021 | By Chomalee RASRI

Emily มีทักษะอะไร ? ไม่ว่าเธอจะเจออุปสรรคหนักหนาแค่ไหน เธอก็ก้าวข้ามมันไปได้เสมอ

สาวชิคาโก้บินลัดฟ้าเพื่อมาทำงานในตำแหน่ง “Marketing Executive” ที่ Savior เอเจนซี่การตลาด สำหรับแบรนด์หรูในประเทศฝรั่งเศส โดยจุดขายที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอคือ “To share American point of view” หรือ แชร์มุมมองของชาวอเมริกัน แต่ปัญหาที่ถาโถม ทำให้เธอจำเป็นต้องพึ่งทักษะที่จำเป็น สำหรับการทำงานในสายอาชีพการตลาด เพื่อให้โปรเจคของเธอลุล่วง

วันนี้ ConNEXT นำ 7 ทักษะที่นักการตลาดควรมี และช่วยให้ทุกคนมองภาพง่าย ๆ ด้วยฉากจากซีรี่ย์ดังเรื่อง “Emily In Paris” มาแชร์ให้ทุกคนอ่านกันค่ะ 

Spoiler Alert! : เนื้อหาด้านล่างอาจมีการ Spoil เนื้อหาบางส่วนของหนัง

1. เข้าใจลูกค้า (Customer Knowledge) 

นักตลาดในปัจจุบันจำเป็นต้องรู้ว่า ลูกค้าต้องการอะไร? Pain Points คืออะไร? และเข้าใจว่าอะไรจะตอบสนองความต้องการ? การตอบปัญหาเหล่านี้ได้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการวางแผนการตลาด 

เปรียบเหมือน Antoine ลูกค้าประจำของ Savior ได้ทำโฆษณาเกี่ยวกับหญิงสาวที่เปลือยกาย ซึ่งชาวฝรั่งเศสมองว่ามันคือ “ความเซ็กซี่”ในทางกลับกัน Emily เกรงว่าจะขัดต่อกระแส Feminist ที่เป็นกำลังเป็นประเด็นทางสังคมในอเมริกา

Emily จึงแก้เกมด้วยการสร้างโพล “Sexy or Sexist” แปลว่า “เซ็กซี่หรือเหยียดเพศ” ให้เกิดการสนทนาในสังคมออนไลน์ แถมยังเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญในแบรนด์น้ำหอมของ Antoine ที่ช่วยสร้าง Awareness ให้แบรนด์มากขึ้นอีกด้วย

2. การเล่าเรื่อง (Storytelling)  

ทุกคนชอบเรื่องราวดี ๆ การใช้ทักษะการเล่าเรื่องจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้นักการตลาดขายของได้ พร้อมทั้งการอ้างอิงด้วยตัวเลข และข้อมูลที่มีนำไปสู่การขายไอเดียที่ดึงดูดลูกค้า

Randy Zimmer เจ้าของเครือโรงแรมชื่อดัง ตัดสินใจมาสร้างโรงแรมที่ปารีส Emily ไม่รอช้าที่จะเข้าไปขาย “น้ำหอม” เพื่อให้ Randy ลงทุนกับลูกค้าของเธอให้ได้ 

Emily จึงงัดกลยุทธ์โดยการนำชุดความรู้ที่เธอศึกษามาค่อย ๆ กล่อมเขา และปิดการขายด้วยประโยค “Good hotel should have Echo” ชักจูงเขาว่าโรงแรมควรมี Echo และ Echo ที่ว่าคือกลิ่นหอมในโรงแรม แถมเธอยังเปรียบเทียบว่า “บ้านมักมีกลิ่นหอมของคุ๊กกี้” และโรงแรมของ Randy ควรมีกลิ่นหอม ๆ เช่นกัน

3. ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) 

การตลาดเกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์ทั้งนั้น การเสียเวลาไปกับการวางแผน ทำงานให้ทันเวลา หรือจัดตารางเวลานั้นไม่ทำให้งานของคุณโดดเด่นที่สุด การมองหาไอเดียที่แปลกใหม่ต่างหากที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในสาขาอาชีพนี้

Emily รับหน้าที่ทำการตลาดอย่างสร้างสรรค์ให้ฟาร์มองุ่นของแม่ Camille ที่กำลังประสบปัญหาแชมเปญขายไม่ออก ทำให้องุ่นเหลือและด้อยคุณภาพ 

Emily จึงเกิดไอเดียในการทำแคมเปญทางการตลาดอย่าง “Champagne and Champére” โดยผลิตแชมเปญอีกแบรนด์ไว้สำหรับเขย่าทำให้เกิดฟองฟู่เพื่อเฉลิมฉลองโดยเฉพาะ และอีกขวดที่แพงไว้เพื่อดื่ม โดยขวดที่ทำให้เกิดฟองนั้นทำจากเศษองุ่นนั้นเอง ซึ่งแคมเปญนี้ส่งผลให้ฟาร์มองุ่นมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างเท่าตัว

4. การทำงานเป็นทีม (Team Player)

“There is no “I” in Team” หมายถึง การทำงานเป็นทีม ต้องไม่สนใจแต่ตัวเอง แต่ต้องทำงานร่วมกันเป็นทีม 

นักการตลาดไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ แต่จำเป็นต้องสื่อสาร และทำงานกับหลายทีมในองค์กรถึงจะสามารถทำงานสำเร็จได้ 

5. การเขียนโฆษณา (Copywriting)

ไม่ว่าเนื้อหาของโฆษณาจะดีขนาดไหน แต่การเขียนแคปชั่นให้ดึงดูดและตอบโจทย์เป้าหมายมากที่สุดถึงจะประสบความสำเร็จ

เน้นทำให้อ่านง่าย สั้น กระชับ ได้ใจความมากที่สุด

อย่างคำคมของ Emily ที่ทำการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้นให้อวัยวะเพศหญิง ด้วยประโยคที่ว่า “Le vagin n’est pas masculine” หรือ “อวัยวะเพศหญิงไม่ใช่ของผู้ชาย” ที่เธอคิดอย่างนั้น เพราะ Le คือ คำที่ใช้บอกเพศชาย แต่ Vagin แปลว่า อวัยวะเพศหญิง และประโยคสั้น ๆ ของเธอก็ทำให้ผู้หญิงทั่วฝรั่งเศสนั้นเห็นด้วย ถึงขนาด Brigitte Macron ภรรยาของนายกฝรั่งเศสก็มารีทวิตจนกลายเป็นกระแสดัง

6. การสื่อสาร (Communication)

การทำงานที่ฝรั่งเศสของเอมิลี่เป็นสิ่งที่ยาก เพราะเธอไม่สามารถพูดภาษาเดียวกับเพื่อนร่วมงานได้ ทำให้เธอเสียโอกาสที่จะทำงานร่วมกับ Patricia ผู้ที่ดูแล Social Media ของ Savior

ดังนั้น นักการตลาดจำเป็นต้องศึกษาวัฒนธรรมของบริษัท เพื่อนร่วมงาน และลูกค้า เพื่อที่จะสามารถสื่อสารงานได้อย่างไม่ติดขัด และทำให้งานดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

7. การจัดการกับเวลา (Time Management)

“คุณอยู่เพื่อทำงาน แต่เราทำงานเพื่ออยู่” คือ ประโยคที่ Luc ใช้เตือนใจ Emily ถึงวัฒนธรรมการทำงานที่แตกต่างของชาวอเมริกันและฝรั่งเศส

การทำงานด้านการตลาดเป็นงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ และหาแรงบันดาลใจอยู่ตลอด แต่อย่าลืมว่าเราต้องมีชีวิตส่วนตัวของเราด้วย ควรจัดสรรเวลาเพื่อดูแลตัวเอง และแยกเวลางานกับเวลาส่วนตัวให้ออกเราถึงจะมีความสุขกับชีวิตแบบ Work Life Balance แบบเต็มที่


ที่มาภาพ : Emily in Paris
อ้างอิงเนื้อหา : thebalancecareerssmartinsights