บริษัท Startup ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ไหม?

ภาพจาก Tax Credit Flickr https://www.flickr.com/photos/76657755@N04/6921643174

บริษัท Startup อาจจะมีคำถามว่ากิจการของตนมีภาระต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่? ดังนั้นจึงควรเข้าใจก่อนว่า ภาษีมูลค่าเพิ่มคืออะไร และเกี่ยวข้องอย่างไรกับ Startup

ภาษีมูลค่าเพิ่ม มักจะเรียกกันสั้นๆ ว่า VAT (Value Added Tax) คือ ภาษีที่เก็บจากฐานยอดขายสินค้าหรือบริการที่เกิดขึ้นในประเทศไทยที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือน โดยผู้ประกอบการที่จดทะเบียนเข้าระบบ VAT แล้วจะมีหน้าที่ต้องยื่น VAT ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ทั้งนี้ ปัจจุบัน VAT จะจัดเก็บอยู่ในอัตราคงที่ 7% ของมูลค่าสินค้าและบริการ

ที่จริงแล้วผู้ที่รับภาระเสีย VAT จริงๆ คือตัวลูกค้าเอง โดยผู้ประกอบการมีหน้าที่เพียงจัดเก็บและนำส่งให้รัฐ ยกตัวอย่างเช่น

สินค้าหรือบริการราคา 100 บาท ผู้ประกอบการจะต้องเรียกเก็บ VAT จากลูกค้าอีก 7% ทำให้ราคาที่ต้องชำระรวมเป็น 107 บาท โดยผู้ประกอบการจะทำหน้าที่นำส่งเงินภาษี 7 บาทนี้ให้กรมสรรพากรเป็นรายเดือน โดยภาษีที่เรียกเก็บจากตอนขายจะเรียกสั้นๆ ว่า ภาษีขาย

ในทางกลับกัน ถ้าผู้ประกอบการซื้อสินค้ามาในราคา 107 บาท แสดงว่าสินค้านั้นจริงๆ ราคาเพียง 100 บาท แต่อีก 7 บาทนั้นคือ VAT ที่ผู้ประกอบการต้องจ่ายตอนซื้อสินค้า ซึ่งค่าภาษี 7 บาทที่จ่ายไปตอนซื้อสินค้าเข้ามา เรียกสั้นๆ ว่า ภาษีซื้อ

ในกรณีที่ Startup เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT แล้ว จะได้ประโยชน์จากการซื้อขายสินค้าและบริการคือสามารถนำ VAT ที่ตัวเองจ่ายไปในฐานะภาษีซื้อมาหักกลบกับภาษีขาย ทำให้ภาระต้นทุนต่ำลงได้ เช่นจากเดิมต้นทุน 107 บาทจะเหลือเพียง 100 บาท เพราะลูกค้าของผู้ประกอบการจะเป็นผู้แบกรับภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 บาทให้แทน

อย่างไรก็ดี แม้ต้นทุนเรื่องสินค้าหรือบริการจะลดลง แต่การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มก็จะมีต้นทุนค่าทำบัญชีเพิ่มขึ้นด้วย

Startup ทุกรายต้องจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการ VAT หรือไม่?

ขึ้นอยู่กับรูปแบบธุรกิจของ Startup แต่ละราย แต่โดยพื้นฐานสามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มดังนี้

1. กิจการกลุ่มที่กฎหมายบังคับให้ต้องจดทะเบียน VAT

โดยทั่วไปการขายสินค้าหรือบริการในประเทศที่ไม่มีกฎหมายเขียนยกเว้นเอาไว้จะจัดอยู่ในกลุ่มนี้ ซึ่งถ้ายอดขายระหว่างปีเกิน 1,800,000 บาท (เฉลี่ยยอดขายเกินเดือนละ 150,000 บาท) Startup จะถูกบังคับให้ต้องจดทะเบียน VAT ตามกฎหมาย เช่น ค่ารับจ้างพัฒนา software, ค่าสินค้า gadget, ค่าลิขสิทธิ์ หรือค่า license เป็นต้น

2. กิจการกลุ่มที่กฎหมายไม่บังคับให้ต้องจดทะเบียน VAT

กลุ่มนี้ได้แก่

  • การขายสินค้าหรือบริการในประเภทที่ยอดขายระหว่างปีไม่เกิน 1,800,000 บาท (เฉลี่ยยอดขายไม่เกินเดือนละ 150,000 บาท)

  • การขายสินค้าหรือบริการในประเภทที่กฎหมายยกเว้น VAT ให้อยู่แล้ว แม้ยอดขายตลอดปีจะเกิน 1,800,000 บาท ก็ไม่มีภาระต้องจดทะเบียน VAT แต่อย่างใด เช่น การขายสินค้าเกษตรหรือ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือตำราเรียน เป็นต้น

Taxtic

ถ้าบริษัท Startup มีการขายสินค้าหรือให้บริการในต่างประเทศ ยอดขายส่วนนี้จะไม่อยู่ในเกณฑ์ต้องเสีย VAT แต่อย่างใด แม้ว่ายอดขายส่วนนี้ตลอดทั้งปีจะเกิน 1,800,000 บาทก็ตาม เพราะ VAT จะคำนวณจากฐานยอดขายสินค้าหรือบริการที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น

แต่ถ้าการขายสินค้าหรือบริการนั้นเกิดขึ้นในประเทศไทยจะอยู่ในข่ายต้องเก็บ VAT ด้วย ซึ่งหากมีปริมาณซื้อขายมาก การจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการ VAT จะช่วยลดต้นทุน VAT ได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่พึงระลึกด้วยว่าอาจมีต้นทุนทางบัญชีในแต่ละเดือนเพิ่มขึ้นเช่นกัน

เกี่ยวกับผู้เขียน

ดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ เป็นหนึ่งในทีมที่ปรึกษากฎหมายภาษีของ iTAX และเป็นเจ้าของผลงานพ็อคเก็ตบุ๊ค ITAX ภาษี ง่ายได้อีก

ปัจจุบัน ดร.ยุทธนา เป็นอาจารย์ประจำที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม โดย ดร.ยุทธนา สำเร็จการศึกษาทางด้านกฎหมายภาษีในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัย Southern Methodist University ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยทุนพัฒนาบุคลากรของมหาวิทยาลัยสยาม

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

AI Agent จะมี Wallet ตัวเอง มีสิทธิในการเข้าถึง มีชุดคำสั่งเพื่อตัดสินใจ เศรษฐกิจยุคต่อไปก็จะเป็น Agent Economy

ในยุคที่อะไรๆ ก็ใช้ 'AI Agent' อนาคตตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล และ Stablecoin ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะเดินหน้าไปในทิศทางใด ติดตามมุมมองสดใหม่จากงาน Southeast Asia Blockchain We...

Responsive image

ถอดรหัสยุทธศาสตร์กลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย ในงานฟินเทคระดับโลก Money20/20

ถอดรหัสยุทธศาสตร์ KBank บนเวที Money 20/20 Asia 2026: ปักหมุด Regional Digital Bank แห่งอนาคต ผ่านวิสัยทัศน์ 3 ผู้นำ 'ขัตติยา-รุ่งเรือง-กรินทร์' ชูความเร็ว AI, การยกระดับ Trust 2.0...

Responsive image

วิเคราะห์กลยุทธ์ AEF บทเรียน ‘หัวหอม 4 ชั้น’ กับการเลือก Startup เข้าพอร์ตให้กลายเป็น Unicorn ระดับโลก

ถอดกลยุทธ์ "หัวหอม 4 ชั้น" จาก AEF กองทุน Not-for-profit ของ Alibaba ที่ปั้น Startup ฮ่องกงสู่ Unicorn มูลค่ากว่าพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ...