ถอดบทเรียน 3 ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ไทย-ศรีลังกา-บังกลาเทศ จากงานสัมมนา BIMSTEC Young Gen Forum

สรุปจาก 'Innovation & Growth Drivers' หัวข้อเสวนาบนเวที BIMSTEC Young Gen Forum : Where the Future Meets งานสัมมนาที่เปิดให้นักธุรกิจรุ่นใหม่จากกลุ่ม ประเทศ BIMSTEC ในอนุภูมิภาคอ่าวเบงกอล มาถ่ายทอดวิสัยทัศน์ ประสบการณ์การทำธุรกิจ วิธีก้าวข้ามอุปสรรค รวมถึงคำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ในตลาดที่มีจำนวนประชากรรวมกว่า 1,700 ล้านคน 

BIMSTEC Young Gen Forumสำหรับหัวข้อ 'Innovation & Growth Drivers' ภายใต้งาน BIMSTEC Young Gen Forum : Where the Future Meets เป็นงานสัมมนาที่จัดคู่ขนานไปกับ การประชุมผู้นำบิมสเทค ครั้งที่ 6 (6th BIMSTEC Summit) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ 

BIMSTEC Young Gen Forum : Innovation & Growth Drivers

Innovation & Growth Drivers หรือ นวัตกรรมและตัวขับเคลื่อนการเติบโต เป็นหัวข้อเสวนาที่ให้ผู้นำและผู้ประกอบการรุ่นใหม่จาก 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย ศรีลังกา และบังกลาเทศ มาพูดคุยถึงวิสัยทัศน์ การสเกลธุรกิจ วิธีก้าวข้ามความท้าทาย การปรับตัวให้เข้ากับตลาด และโอกาสในอนุภูมิภาคอ่าวเบงกอล ตามธีมสาขาที่แต่ละประเทศได้รับบทบาทเป็นชาติผู้นำ ดังนี้

BIMSTEC Young Gen Forum

  • ไทย : สาขาความเชื่อมโยง 
    โดย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ Techsauce
  • ศรีลังกา : สาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม 
    โดย Dr.Wasantha Lankathilaka นักวิทยาศาสตร์อาวุโส Sri Lanka Institute of Nanotechnology (SLINTEC)
  • บังกลาเทศ : สาขาการค้า การลงทุน 
    โดย Mr.Fahim Uddin Shuvo ผู้อำนวยการและผู้ก่อตั้ง Garbageman

คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ Techsauce

เนื่องจากประเทศไทยเป็นผู้นำในสาขาความเชื่อมโยง คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ เกริ่นให้ผู้เข้าร่วมงานเข้าใจสิ่งที่ทำอยู่ว่า Techsauce เป็น ผู้สร้างระบบนิเวศเทค (Tech Ecosystem Builder) ที่เชื่อมโยงบริการและโซลูชันครบวงจร (End-to-End Solution) ให้แก่ผู้ที่ต้องการ ทั้งยังซัพพอร์ตผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระบบนิเวศเทค ทั้งสตาร์ทอัพ องค์กร ผู้กำหนดนโยบาย และผู้ที่อยู่ในสายงานวิชาการ

ด้วยวิสัยทัศน์ของ Techsauce ที่ต้องการขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่ระดับประเทศ ซึ่งไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่ยังข้ามไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกลุ่ม BIMSTEC 7 ประเทศ Techsauce จึงให้ความสนใจเรื่องการดึงดูดเงินลงทุนเข้ามายังประเทศไทย ร่วมกับการสนับสนุนนวัตกรท้องถิ่นและสตาร์ทอัพไทย ให้สามารถเติบโตสู่ระดับภูมิภาคและระดับโลกได้

BIMSTEC Young Gen Forum

คุณอรนุชขยายความเรื่องการเชื่อมโซลูชันแบบ End-to-End ของ Techsauce โดยอธิบายเป็น 3 เฟส ดังนี้

  • เฟสแรก สร้างความตระหนักรู้ 
    Techsauce สร้างความตระหนักรู้ด้านเทคโนโลยีและสนับสนุนเทคสตาร์ทอัพรายเล็กๆ ผ่าน Techsauce Media ร่วมกับการทำให้เทคสตาร์ทอัพเป็นที่ประจักษ์และโดดเด่นสู่เวทีระดับโลก โดยเผยแพร่ความรู้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

  • เฟสสอง สร้างความเชื่อมโยง 
    การพบปะในโลกดิจิทัลเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้เกิดคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่งได้ Techsauce จึงจัดงานสัมมนาระดับภูมิภาค Techsauce Global Summit ขึ้น ด้วยเป้าหมายที่จะให้ผู้คนในโลก Digital ได้พบปะพูดคุยกันในโลก Physical เพื่อนำไปสู่การสร้างความร่วมมือและนวัตกรรมได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ Techsauce Global Summit 2024 ปีล่าสุด มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 18,000 คน จาก 60 ประเทศทั่วโลก จึงเป็นคอมมูนิตี้ที่นำไปสู่การสร้างความเชื่อมโยง (Connectivity) ด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และการลงทุน อย่างมีนัยสำคัญ

  • เฟสสาม สร้างความร่วมมือ 
    คุณอรนุชกล่าวว่า จากความเชื่อมโยงส่งผลให้เกิด ความร่วมมือ (Collaboration) ตามมา และเพื่อทำให้ความร่วมมือกลายเป็น การลงมือทำจริง (Real Action) Techsauce จึงจัดทำ Accelerator Programs โครงการช่วยเร่งการเติบโตของสตาร์ทอัพไทยสู่ระดับภูมิภาค โดยทำงานร่วมกับภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด พร้อมกับการเชื่อมโยงภาคส่วนต่างๆ ผ่าน Global Tech Advocates มากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก และสนับสนุนสตาร์ทอัพนานาชาติ รวมถึงกลุ่มประเทศ BIMSTEC ด้วย

BIMSTEC Young Gen Forum

เราไม่สามารถสร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้นอย่างแข็งขันได้ ถ้าไม่ได้เชื่อมโยงกันอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งไม่ใช่แค่การเชื่อมโยงด้านกายภาพ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน แต่ต้องเชื่อมโยงกันในด้านดิจิทัล และทำงานร่วมกันทั้งสองด้านจึงจะบรรลุผล

คุณอรนุชกล่าว ต่อด้วยการสรุป 3 องค์ประกอบซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ Techsauce และระบบนิเวศเทคเติบโตอย่างต่อเนื่อง นั่นคือ

  1. Digital Infrastructure โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เป็นด้านที่ภาครัฐมีบทบาทอย่างมาก อาทิ Cloud Computing, Artifitial Intelligence, 6G 

  2. Service and Platform Interoperability บริการและแพลตฟอร์ม เป็นด้านที่ Techsauce ให้ความสำคัญและต้องการเชื่อมโยงให้ภาคเอกชนและภาครัฐ มาร่วมมือกันทำให้สตาร์ทอัพไทยแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เช่นโครงการที่ Techsauce ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ สนับสนุนสตาร์ทอัพท้องถิ่นในการพัฒนาเมืองเป็น Smart City 

  3. People-to-People Connectivity เชื่อมผู้คนเข้าด้วยกัน เป็นด้านที่ให้ความสำคัญเรื่อง 'คน' เพราะคนเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาสิ่งต่างๆ และคนต้องมีมายด์เซ็ตเรื่องการใช้เทคโนโลยีในทางที่ถูก เพราะถ้ามีเครื่องมือที่ดีแต่ไม่มีมายด์เซ็ตที่ดี ก็ไม่สามารถขับเคลื่อนความร่วมมือที่ดีได้ 

คุณอรนุชฝากคำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ว่า 1) ต้องโฟกัสที่การแก้ปัญหาหรือ Pain Point ที่แท้จริงให้ลูกค้า และเข้าใจลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย 2) โมเดลธุรกิจต้องทำซ้ำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อต้องขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ 3) ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้จากความผิดพลาด และปรับตัวให้เข้ากับความท้าทายใหม่ๆ 4) จากประสบการณ์ที่ผ่านมาหลายวิกฤต วิกฤตโควิด-19 ถือเป็นความท้าทายสูงสุด สิ่งสำคัญที่ทำให้ข้ามผ่านได้คือ ความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัว 5) กุญแจแห่งความสำเร็จอยู่ที่การเปลี่ยนความท้าทายเป็น 'โอกาส' และเรียนรู้จากความผิดพลาด

Dr.Wasantha Lankathilaka นักวิทยาศาสตร์อาวุโส SLINTEC

'ศรีลังกา' ประเทศผู้นำในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (STI : Sciences, Tecnology & Innovation) นำเสนอเทคสตาร์ทอัพโดย Dr.Wasantha Lankathilaka นักวิทยาศาสตร์อาวุโส Sri Lanka Institute of Nanotechnology (SLINTEC) หรือ สถาบันนาโนเทคโนโลยีศรีลังกา องค์กรที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (PPP) ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ในภาคอุตสาหกรรมให้แก่ศรีลังกาและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก 

งาน R&D ของ SLINTEC แบ่งออกเป็นหลายเสาหลัก เช่น ด้านเกษตรกรรม ด้านสิ่งทอ ด้านผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ด้านแร่ธาตุ ด้านพลังงาน ซึ่งเมื่อ SLINTEC ได้รับคำถามหรือประเด็นปัญหาแล้ว จะส่งให้นักวิทยาศาสตร์หาแนวทางหรือเตรียมพัฒนาเป็นโซลูชัน โดยนักวิทยาศาสตร์จะส่ง Proposal ให้ลูกค้าพิจารณาก่อนว่า สามารถชำระค่าบริการเป็นรายเดือนจนครบช่วงเวลาของโครงการได้หรือไม่ 

ปัญหาหรือประเด็นที่ลูกค้ามักสอบถาม SLINTEC เช่น จะพัฒนากระบวนการหรือผลิตภัณฑ์ในปัจจุบันให้ดีขึ้นได้อย่างไร, จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่จากไอเดียนี้ได้ไหม แต่เนื่องจาก SLINTEC เป็นฮับบริการด้าน STI ที่มีเป้าหมายในการวิจัยและพัฒนาเพื่อให้เกิด ทรัพย์สินทางปัญญา (IP: Intellectual Property) ดังนั้น ถ้า SLINTEC เห็นว่าโครงการใดมีมูลค่าที่อาจนำไปสู่การจดสิทธิบัตร, เป็นความลับทางธุรกิจ หรือเกิด Know how ใหม่ได้ ทีมจะส่งให้อีกแผนกประเมินราคาทรัพย์สินทางปัญญารายการนั้นๆ และเมื่อได้ตัวเลขแล้ว SLINTEC ก็สามารถจำหน่ายเป็น IP ให้แก่ลูกค้าองค์กรที่นำปัญหามาให้แก้ไขได้

Dr.Wasantha แชร์ให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในงาน BIMSTEC Young Gen Summit ฟังว่า SLINTEC จะพูดคุยกับลูกค้าและระบุประเด็นปัญหาให้ชัด หากเป็นลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมที่มีการใช้ STI ต้องส่งไปวิเคราะห์ก่อนว่า ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงอยู่หรือไม่ เช่น วิเคราะห์ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ว่ามีส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติมากเพียงใด เนื่องจากผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่มีทั้งสารสังเคราะห์และสารที่มาจากธรรมชาติ หากผู้ประกอบการรุ่นใหม่เจอเคสแบบนี้แล้วไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร จะส่งไปวิเคราะห์ที่ไหน สามารถใช้บริการของ SLINTEC ได้ หรือในกรณีผู้ที่มีไอเดียพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่แต่ไม่รู้จะสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ไหน ก็มาร่วมพัฒนากับ SLINTEC ได้ หรือถ้าเป็นบริษัทที่ก่อตั้งมานาน เป็นที่ยอมรับในตลาด มีห้องแล็บของตัวเอง แต่ติดเรื่องการซื้อเครื่องมือวิจัยที่มีราคาหลักล้านดอลลาร์ ทาง SLINTEC อาจช่วยหาเครื่องมือในราคาที่ถูกลงได้

เมื่อพิจารณาในกลุ่มประเทศ BIMSTEC นักวิทยาศาสตร์อาวุโส Wasantha มองว่า แต่ละประเทศมีผู้เชี่ยวชาญต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ เช่น ศรีลังกามีสถาบันนาโนเทคโนโลยี เชี่ยวชาญด้านนาโนเทค จึงสามารถเป็นฮับด้านนี้ให้ BIMSTEC ได้ และหากกลุ่ม BIMSTEC นำความเชี่ยวชาญต่างๆ มาให้บริการภายใต้ร่มคันเดียวกัน รวมสถาบันต่างๆ มาอยู่ในฮับเดียวกันได้ ไม่ว่าจะผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เว็บไซต์ หรือแยกเป็นแพลตฟอร์มที่ให้บริการวิเคราะห์ในด้านต่างๆ แพลตฟอร์มวิจัยและพัฒนา ผู้สนใจยิ่งดูได้สะดวกว่า มีบริการอะไรบ้าง ราคาเท่าไหร่ จะได้ออกมาเป็นรายงานในช่วงไหน 

อีกมุมหนึ่ง บริษัทที่ต้องการใช้บริการหรือโซลูชันที่ตอบโจทย์เฉพาะทางอาจโพสต์ลงเว็บไซต์ได้ว่า ต้องการองค์กรหรือสถาบันที่มีความเชี่ยวชาญมารับงาน เช่น งานวิจัยทางคลินิก หากมีองค์กรผู้รับวิจัยทางคลินิก (Contract Research Organization) อยู่ในระบบ อาจได้รับอีเมลหรือข้อความแจ้งเตือนว่า มีผู้สนใจใช้บริการ และถ้าเข้าไปดูรายละเอียดแล้วพบว่า สามารถให้บริการผู้โพสต์รายนี้ได้ จึงติดต่อกลับไปและเสนอบริการหรือโซลูชันให้ตอบโจทย์ลูกค้ารายนี้

ผมคิดว่าการมีฮับของภูมิภาค BIMSTEC เป็นสิ่งที่มีคุณค่า และเราควรพิจารณาเรื่องนี้ในอนาคตอันใกล้

Dr.Wasantha เล่าว่าเคยประสบปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขเองได้ แต่ผ่านพ้นมาได้เพราะได้รับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ จึงอยากแนะนำผู้ประกอบการรุ่นใหม่ว่า 1) หากเจอปัญหาที่ไม่สามารถแก้ได้หรือต้องการความช่วยเหลือ อาจขอคำปรึกษาจากนักลงทุน กองทุนร่วมลงทุน (Venture Capital) คณะกรรมการ หรือผู้ถือหุ้น เพราะคำแนะนำอาจช่วยให้ออกจากปัญหาได้เร็วขึ้น และ 2) ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ควรต้องมีเว็บไซต์ให้ผู้สนใจสื่อสารความต้องการได้ และมีช่องทางติดต่อกลับเพื่อดึงให้มาเป็นลูกค้าในอนาคต 3) แนะนำให้สร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อให้บริการด้านการวิเคราะห์ วิจัยและพัฒนาในกลุ่ม BIMSTEC เพื่อช่วยให้ความร่วมมือในด้านต่างๆ สะดวกยิ่งขึ้น และเปิดให้ผู้ประกอบการเข้ามาค้นหาบริการในราคาไม่แพงและเชื่อมไปยังสถาบันที่เกี่ยวข้องได้

Mr.Fahim Uddin Shuvo ผู้อำนวยการและผู้ก่อตั้ง Garbageman

Mr.Fahim เป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่จาก 'บังกลาเทศ' ประเทศผู้นำสาขาการค้า การลงทุน โดย Mr.Fahim เล่าว่า เห็นขยะจำนวนมหาศาลเกิดขึ้นช่วงวิกฤตโควิด-19 ใน Dhaka เมืองหลวงของบังกลาเทศ และด้วยความเป็นสถาปนิกก็อยากหาทางแก้เพื่อให้เมืองน่าอยู่ยิ่งขึ้น จึงสร้าง Garbageman เปลี่ยนขยะเป็นทรัพยากรและทำให้ชีวิตพนักงานเก็บขยะดีขึ้นด้วยเทคโนโลยี ทั้งยังสร้างการมีส่วนร่วมทางธุรกิจและชุมชนไปพร้อมๆ กัน

Mr.Fahim เปิดภาพพื้นที่ฝังกลบขยะในเมือง Dhaka ปลายทางของขยะทุกประเภท ซึ่งรองรับขยะวันละกว่า 6,500 ตัน ในขณะที่อุตสาหกรรมการจัดการขยะในตอนนั้นเกิดขึ้นอย่างไม่เป็นทางการ ทั้งยังมีปัญหาตามมามากมาย อย่างเรื่องกฎหมายแรงงาน ความไม่ปลอดภัยจากการใช้งานอุปกรณ์เก็บขยะ ซึ่งทำให้เมือง Dhaka ไม่น่าอยู่

ถ้ามองกันจริงๆ แล้ว ไม่มีอะไรเป็นขยะ เพราะการรีไซเคิลทำให้ทุกส่วนประกอบของขยะหรือของเสียนำกลับมาใช้ได้ใหม่ หรือนำไปใช้ในวัตถุประสงค์อื่นๆ ต่อ หรือนำไปผลิตอะไรที่ใช้งานได้ซึ่งหมายรวมถึงการนำไปใช้ซ้ำ และเศรษฐกิจที่อยู่เบื้องหลังการจัดการขยะในลักษณะนี้ เราเรียกกันว่า เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพราะถ้าไม่ทำอะไรกับขยะ ขยะก็จะยังคงเป็นขยะ คงสภาพแบบนั้นเพราะถูกฝังกลบ

Mr.Fahim จึงอินทิเกรตข้อมูลทุกด้านเกี่ยวกับขยะกับแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น การคัดแยกขยะ กระบวนการจัดการขยะ วัสดุหรือส่วนประกอบที่นำไปรีไซเคิลได้ สร้างเป็นระบบนิเวศการจัดการขยะที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงหลักจริยธรรม อย่างเรื่องการจ้างคนทำงานเก็บขยะ มีการใช้แรงงานเด็กหรือไม่ มีขยะมากแค่ไหนที่นำไปรีไซเคิล และจากการขับเคลื่อนสิ่งต่างๆ ด้วยข้อมูล ลูกค้าและบุคคลทั่วไปสามารถดูข้อมูลการจัดการขยะได้อย่างโปร่งใสเพราะสร้างเป็นแดชบอร์ดไว้แล้ว

ผู้ก่อตั้ง Garbageman บอกว่า ช่วงนี้ให้ความสำคัญเรื่องการเปลี่ยนขยะพลาสติกเป็น PSF (Polyester Stable Fiber) หรือ เส้นใยจากขวด PET โดยทำงานร่วมกับแบรนด์กระหลักอย่าง H&M ขณะเดียวกันก็จัดทำ ระบบจัดเก็บขยะในพื้นที่ชนบท โดยให้คนในพื้นที่มาเก็บขยะ ให้อุปกรณ์ที่คำนึงถึงสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน และมีรายได้ นอกจากนี้ Garbageman ยังมีระบบเงินกู้ให้แก่คนตัวเล็กตัวน้อยเพื่อช่วยดึงดูดไม่ให้แรงงานกลับเข้าไปทำงานในเมือง

Mr.Fahim กล่าวอีกว่า Garbageman ทำระบบบริหารจัดการขยะในพื้นที่ชนบทของบังกลาเทศและขยายธุรกิจออกไปได้เป็นอย่างดีเพราะได้รับความร่วมมือจากหลากหลายองค์กร รวมถึง NGOs หลังจากนี้ก็หวังว่า จะได้รับความร่วมมือ องค์ความรู้ และเทคโนโลยี จากกลุ่มประเทศ BIMSTEC เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมได้มากยิ่งขึ้น

ปิดท้ายด้วยคำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ดังนี้ 1) ความเป็นผู้ประกอบการ เป็นสิ่งท้าทาย ส่วนความยืดหยุ่น เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีเพื่อพาเราก้าวข้ามทุกอุปสรรค 2) ผู้ประกอบการต้องมีจุดมุ่งหมายชัดเจนตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจและรักษาความพยายามนั้นเอาไว้ 3) ความร่วมมือและการสร้างเครือข่าย สำคัญต่อการขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดใหม่ 4) เห็นความสำคัญของ 'โอกาส' และใช้ให้เป็นประโยชน์ และ 5) กุญแจสู่ความสำเร็จคือการเริ่มต้นจากเรื่องเล็กๆ อย่างการสร้างต้นแบบ และขยายจากแนวคิดที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ฟองสบู่ AI กำลังจะแตก หรือแค่เพิ่งเริ่มต้นในปี 2026? เจาะลึกผ่านมุมมอง 17 ผู้นำโลกธุรกิจ

ฟองสบู่ AI จะแตกไหม? สรุปมุมมอง 17 บิ๊กเทคโลก Sam Altman เตือนระวัง แต่ Jensen Huang มั่นใจไปต่อ...

Responsive image

Top AI 2024 ปี 2025 โตขึ้นแค่ไหน? เจาะลึกวิวัฒนาการสู่ ‘Agentic AI’ จากแชทบอทสู่ระบบที่คิดและทำงานได้เอง

โลก AI เปลี่ยนไปไกลแค่ไหนในรอบ 2 ปี? จากเดิมที่เป็นเพียง Chatbot คุยถาม-ตอบ ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดไปสู่ระบบที่สามารถ คิด วิเคราะห์ และลงมือทำ บทความนี้สรุปประเด็นสำคัญของการเปลี่ยนผ่า...

Responsive image

90% ขององค์กรไทยยังไม่พร้อมรับมือความเสี่ยงไซเบอร์ยุค AI รายงานจาก Accenture ชี้ Cybersecurity คือโจทย์เร่งด่วน

รายงานจาก Accenture ชี้ว่าองค์กรไทยและเอเชียแปซิฟิกยังขาดความพร้อมด้าน Cybersecurity ในยุค AI เมื่อ Autonomous AI, AI Agent และระบบอัตโนมัติเร่งขยายตัว ความปลอดภัยจึงกลายเป็นกลยุทธ...