
คุณซิกเวเล่าว่าความสามารถของ AI เพิ่มขึ้นเท่าตัวทุก 3 เดือน ซึ่งเร็วกว่าการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีครั้งไหน ๆ เร็วกว่าตอนอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นเสียอีก และยังไม่มีใครรู้แน่ว่าจะไปจบที่ตรงไหน
ถึงอย่างนั้นเครือซีพีก็ตั้งเป้าเป็นองค์กร AI First และทรูอยากเป็นผู้นำในเรื่องนี้ แต่คุณซิกเวยอมรับตรง ๆ ว่าตอนนี้ยังไปไม่ถึง เขาตั้งชื่อหัวข้อการพูดครั้งนี้ว่า ‘You and AI’ เพราะมองว่าเรื่อง AI ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี แต่อยู่ที่คนแต่ละคนในองค์กร
พนักงานบางส่วนยังกังวลว่า AI จะแย่งงาน คุณซิกเวมองว่า AI มีไว้ช่วยให้คนทำงานได้เก่งขึ้น ไม่ได้มีไว้ลดพนักงานหรือหั่นต้นทุน ถ้าองค์กรสื่อสารว่าใช้ AI เพื่อลดคนหรือลดต้นทุน พนักงานทั้งองค์กรจะต่อต้าน
บริษัทที่ใช้ AI จนเปลี่ยนโมเดลธุรกิจและวิธีทำงาน ทำกำไรได้เร็วกว่าคู่แข่งประมาณ 2.8 เท่า แต่งานวิจัยของ Deloitte พบว่าบริษัทไทยที่ทำได้ถึงระดับนี้มีแค่ 19% และ 71% บอกว่าติดเพราะคนในองค์กรยังไม่มีทักษะพอ คุณซิกเวยอมรับว่าทรูและธุรกิจอื่นในเครือซีพีก็ยังใช้ AI แค่ระดับพื้นฐาน
ความท้าทายหลักคือการเปลี่ยน Mindset ของคน ซึ่งยากที่สุดในบริษัทที่ยังทำได้ดีอยู่ เพราะไม่มีใครอยากเสี่ยงเปลี่ยน แบบที่เคยเกิดกับ Nokia และ Kodak
การใช้ AI ไม่ใช่งานของฝ่าย IT หรือผู้เชี่ยวชาญฝ่ายเดียว แต่เป็นหน้าที่ของผู้นำทุกระดับ CEO ขององค์กรที่นำด้าน AI ใช้เวลาศึกษาเรื่องนี้มากกว่า 8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ คุณซิกเวยอมรับว่าตัวเองใช้เวลาแค่ราว 5 ชั่วโมง และชวนผู้นำทุกคนถามตัวเองว่าได้ลงเวลาทำความเข้าใจเทคโนโลยีนี้มากพอหรือยัง
ถ้าหยุดอยู่แค่ Deploy องค์กรจะได้ประโยชน์จำกัด องค์กรที่นำด้าน AI จึงใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับ Reshape และ Invent
งานด้าน AI ในไทยเพิ่มขึ้น 31% ในปีที่ผ่านมา และงานดั้งเดิมอย่างบัญชีก็เริ่มระบุทักษะ AI ไว้ในประกาศรับสมัครงานแล้ว ทุกสายงานจึงต้องอัปสกิลด้าน AI ไม่ใช่แค่ฝ่ายเทคนิค ส่วนเรื่องที่ลูกค้าในอนาคตจะต้องการอะไร องค์กรควรถามฝ่ายเทคนิค ไม่ใช่ถามแค่ฝ่ายการตลาด
ทรูตั้ง AI Center of Excellence กำหนดเป้าหมายการใช้ AI ให้ชัด และรวมข้อมูลไว้ในระบบเดียวที่เปิดดูผ่านแอปได้ เพื่อให้ตัดสินใจได้เร็ว พร้อมตั้งเป้าอัปสกิลพนักงานเกือบ 10,000 คนภายในปีหน้า
คุณซิกเวยังมองว่าโครงสร้างองค์กรจะเปลี่ยนไปด้วย ทุกวันนี้องค์กรส่วนใหญ่หน้าตาเหมือนพีระมิด ข้างบนมีหัวหน้าไม่กี่คน ข้างล่างมีพนักงานเยอะ บางคนคิดว่าพอมี AI องค์กรจะกลายเป็นรูปตัว V คือข้างบนยังมีผู้บริหารอยู่ แต่ข้างล่างแทบไม่เหลือคน เพราะ AI ทำงานแทนหมด
คุณซิกเวไม่เห็นด้วย เขามองว่า องค์กรจะหน้าตาเหมือนนาฬิกาทราย คือกว้างข้างบน กว้างข้างล่าง แต่คอดตรงกลาง
"ข้างล่าง ยังต้องมีคนรุ่นใหม่ที่ใช้ AI เป็น คอยสั่งงานและดูแล AI ข้างบน ยังต้องมีคนที่มีประสบการณ์ คอยต่อยอดงานที่ AI ทำให้ดีขึ้น ตรงกลางคือผู้จัดการระดับกลาง ซึ่งจะเหลือน้อยลง"
แปลว่า AI ไม่ได้ทำให้คนหายไปจากองค์กร แต่ทำให้ตำแหน่งตรงกลางลดลง และองค์กรมีลำดับขั้นน้อยลง
ผู้นำต้องทำให้ทุกคนรู้สึกว่าทำงานแบบเดิมต่อไปไม่ได้แล้ว และตั้งเป้าหมายใหญ่ที่ท้าทายแต่ทุกคนเข้าใจได้ ทุกคนในองค์กรจะได้เดินไปทางเดียวกัน และรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของทุกคน ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง
AI เป็นเรื่องของคนทุกคนในองค์กร ไม่ใช่แค่เรื่องลงทุนซื้อเทคโนโลยี คำถามที่องค์กรต้องตอบจึงไม่ใช่แค่ ‘เราใช้ AI หรือยัง’ แต่คือ ‘เราได้เปลี่ยนวิธีทำงานเพราะ AI แล้วหรือยัง’
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด