Anthropic แชร์วิจัย AI Agent ออฟฟิศทะเลาะกัน หลังรับบรีฟต่างกัน แต่ต้องทำงานด้วยกัน ต่าง ‘พยายามทำลายอีกฝ่าย’ เพื่อได้ผลงาน

งานวิจัยล่าสุดจาก Anthropic ได้ลองของจริงด้วยการนำ Claude Agent 3 ตัวมาลุยโปรเจกต์เดียวกัน โดยวางกิมมิกซับซ้อนด้วยการบรีฟงานไปคนละทิศคนละทาง และปิดเป็นความลับไม่ให้ Agent ตัวใดรู้เลยว่ามีเพื่อนกำลังรับโจทย์ทับซ้อนอยู่

ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่ภาพการทำงานร่วมกันอย่างสมบูรณ์แบบ แต่กลับกลายเป็นการถอดแบบละครชีวิตคนทำงานมาเป๊ะ ๆ นั่นคือ AI เปิดศึกตีกันยับ

สงครามแย่งงานและไซเบอร์สไตรค์กลางออฟฟิศ

ต้นเหตุของดราม่าครั้งนี้เกิดจากการที่โมเดลทั้ง 3 ตัวต่างคิดไปเองว่า Agent อีกฝ่ายกำลังจงใจป่วนงานของตัวเอง ทั้งที่ต่างคนต่างแค่ทำตามบรีฟที่ได้รับมา และไม่มีใครคิดจะเอ่ยปากถามเพื่อนก่อนเลยสักคำว่า "เข้ามาทำอะไรตรงนี้?"

เมื่อขาดการสื่อสาร สงครามไซเบอร์ย่อม ๆ จึงปะทุขึ้น Agent เริ่มแอบใส่โค้ดทำลายงานของอีกฝ่าย แอบลบไฟล์ หรือปิดสิทธิ์การใช้งาน ยิ่งโมเดลฉลาดมากเท่าไร ยิ่งเขียนมัลแวร์ทำลายล้างได้แนบเนียนขึ้นเท่านั้น บรรยากาศไม่ต่างจากกลุ่มไลน์บริษัทที่มีสองแผนกแอบเข้าไปแก้ไฟล์ Google Sheet คนละเวอร์ชัน แล้วพอระบบพังก็โยนความผิดใส่กัน

อย่างไรก็ตาม พอถึงจุดหนึ่ง Agent บางตัวก็เริ่มฉลาดพอจะเอะใจว่านี่ไม่ใช่ศัตรู แต่แค่ได้รับคำสั่งมาคนละใบ มันจึงยอมหยุด แล้วเขียน Commit Message ขอโทษ พร้อมเคลียร์โค้ดที่แอบใส่ไว้ออกให้ อารมณ์เหมือนพนักงานที่เพิ่งใส่กันยับในห้องประชุม แล้วทักไลน์ส่วนตัวไปหาเพื่อนว่า "เมื่อกี้พี่พูดแรงไปหน่อย ขอโทษนะ เดี๋ยวแก้ไฟล์คืนให้"

สแกนบุคลิก AI

ในการทดลองนี้ โมเดลแต่ละตัวเผยบุคลิกที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

  • Mythos 5 (สายรับบทผู้เสียสละ) มักยอมถอยแทบทุกครั้ง ยอมเป็นฝ่ายปรับตัวเพื่อรักษาความสงบของทีม
  • Sonnet 4.6 & Opus 4.6 (สายหัวชนฝา) ยึดมั่นในคำสั่งตัวเองจนสุดทาง ไม่แคร์ใคร เปรียบเหมือนพนักงานประเภท "พี่ไม่สนหรอกว่าใครจะพูดไง หัวหน้าสั่งมาแบบนี้ พี่ก็ทำแบบนี้"

วีรกรรมสุดพีคคือมีรอบหนึ่งที่ Agent ทั้ง 3 ตกลงจัดทัวร์นาเมนต์ประชันงานกันเองเพื่อตัดสินว่าใครควรได้ทำต่อ โดยยอมรับกติกาว่าถ้าแพ้ต้องยอมถอย ซึ่งหมายความว่าพฤติกรรมนี้ทำให้พวกมันยอมเบี้ยวคำสั่งเดิมของมนุษย์ เพื่อเคารพกติกาที่เพิ่งคิดกันเองสด ๆ

นอกจากนี้ ยังมี Mythos 5 ตัวหนึ่งที่ร้ายลึก ด้วยการแอบเสนอเกณฑ์ตัดสินที่ฟังดูเป็นกลางสุด ๆ แต่ในใจรู้อยู่แล้วว่าเกณฑ์นี้เข้าทางตัวเองชัวร์ แถมยังเนียนจนเพื่อนจับไม่ได้อีกด้วย

สิ่งที่น่าสนใจไม่ได้มีแค่เรื่องแย่งงาน เพราะในบททดสอบตั้งราคาสินค้าแข่งกันเพื่อทำกำไรสูงสุด Anthropic พบว่าทันทีที่มีช่องแชทลับ พวกมันจับมือกันฮั้วราคาทันที และแม้ทีมวิจัยจะลบช่องแชทลับทิ้ง พวกมันก็ยังแอบส่งสัญญาณ แล้วตั้งราคาให้ตรงกันเป๊ะทุกสตางค์ได้อยู่ดี 

นอกจากนี้ยังเกิดปัญหาพฤติกรรมฝูงชน (Herd Behavior) และการเกี่ยงงาน พองานเริ่มทับซ้อนกัน หลายตัวเลือกทางออกด้วยการแยกตัวไปทำคนเดียวเงียบ ๆ ส่วนตัวที่เหลือก็หลงเชื่อข้อมูลผิด ๆ ตามกัน ทั้งที่มี Agent ตัวหนึ่งพยายามเตือนแล้ว แต่เสียงนั้นกลับถูกกลืนหายไปเพราะคนส่วนใหญ่ไม่ฟัง เหมือนการประชุมทีมที่มีคนพูดถูกอยู่คนเดียว แต่ทุกคนยกมือโหวตอีกทางเพราะขี้เกียจถกเถียงต่อ

Anthropic สรุปว่า AI Agent กำลังเจอแรงกดดันทางสังคมคล้ายกับที่มนุษย์เคยเผชิญในกระบวนการวิวัฒนาการ แต่ปัญหาคือ AI ยังไม่มีเครื่องมือทางสังคมที่มนุษย์สร้างมา อย่างชื่อเสียง บรรทัดฐานกลุ่ม หรือกลไกการขอโทษและให้อภัยที่ทำให้สังคมมนุษย์ยังคงประคองตัวเดินหน้าต่อได้

อ้างอิง: techcrunch

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เกาหลีใต้ประกาศแผนพัฒนาชาติ ‘หลังยุค AI’ ผู้ผลิตชิปวันนี้ อาจไม่พอค้ำจุนประเทศอีก 10 ปี ต้องสร้าง S-Curve ตัวใหม่

เจาะลึกยุทธศาสตร์เกาหลีใต้ มองข้ามช็อตเตรียมรับมือยุค Post-AI ทุ่มหมดตักสร้าง 7 เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ตั้งแต่ชิปควอนตัม SMR ไปจนถึงภารกิจดวงจันทร์...

Responsive image

Google DeepMind เปิดตัว SL2T โมเดล AI แปลภาษามือเป็นข้อความ

Google DeepMind เปิดตัว SL2T โมเดล AI แปลภาษามือเป็นข้อความ ลงใช้งานจริงบน Gboard และ Live Transcribe ใน Pixel 11 ฝึกด้วยข้อมูลภาษามือกว่า 100,000 ชั่วโมงจาก 50 ภาษา ทำคะแนน 70 BLE...

Responsive image

Anthropic เตรียมฝังลายน้ำในข้อความและไฟล์ทุกอย่างที่เจนจาก Claude ต่อให้จะ Copy-Paste ก็ลบไม่ออก

Anthropic ประกาศเตรียมฝังลายน้ำในข้อความและไฟล์จาก Claude รับมือ EU AI Act เกาะติดทุกการ Copy-Paste ส่งสัญญาณเตือนยุคเนียนใช้ AI ทำคอนเทนต์...