98% ขององค์กรไทยมีแผนนำ AI Agents มาใช้ภายในปีหน้า ขณะที่มีเพียง 21% ที่พร้อมสำหรับ AI อย่างเต็มรูปแบบ
ตัวเลขนี้สะท้อนช่องว่างสำคัญขององค์กรไทยในยุค AI โดยแม้ความสนใจในการใช้ AI กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ความพร้อมของระบบหลังบ้านยังเป็นโจทย์ใหญ่ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน เครือข่าย ข้อมูล ทักษะ และความปลอดภัย ที่จะเป็นตัวกำหนดว่าองค์กรสามารถใช้ AI เพื่อสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้จริงแค่ไหน
นี่คือประเด็นหลักจากการพูดคุยกับ Ben Dawson, President of Cisco Asia Pacific, Japan and Greater China (APJC) และ คุณวีระ อารีรัตนศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ ซิสโก้ ประเทศไทย และเมียนมาร์ ในงาน Cisco Connect Thailand 2026 ภายใต้ธีม The Critical Infrastructure for the AI Era
Cisco มองว่า เมื่อ AI Agents เริ่มทำงาน ตัดสินใจ และเชื่อมต่อกับระบบต่าง ๆ มากขึ้น ความปลอดภัยจะต้องถูกออกแบบเข้าไปในโครงสร้างพื้นฐานตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะการหลอมรวม Security เข้ากับ Network เพื่อให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อความเสี่ยงยุค AI ได้เร็วพอ

Ben Dawson ระบุว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา การลงทุนด้าน AI ส่วนใหญ่อยู่ที่การสร้างรากฐาน เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ โมเดลภาษา และพลังประมวลผล ส่วนโจทย์ในช่วงต่อจากนี้คือการเปลี่ยนศักยภาพของ AI ให้กลายเป็นมูลค่าทางธุรกิจจริง
หลายองค์กรเริ่มลงทุน เห็นโอกาส และทดลองใช้ AI แล้ว คำถามจึงขยับจากการทดลอง ไปสู่การขยายผลจริงในระดับองค์กร ตั้งแต่ Business Case, กระบวนการทำงาน, ทักษะ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับการใช้งานต่อเนื่อง
ข้อมูลจาก Cisco ระบุว่า องค์กรไทยกว่า 98% มีแผนนำ AI Agents มาใช้งานภายในปีหน้า ขณะที่มีเพียง 21% เท่านั้นที่มีความพร้อมด้าน AI อย่างเต็มรูปแบบ แม้ตัวเลขนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ญี่ปุ่น และจีน หรือ APJC ที่ 13% ช่องว่างระหว่างความต้องการใช้ AI กับความพร้อมในการใช้งานจริงยังมีอยู่มาก

คุณวีระ อธิบายว่า องค์กรไทยจำนวนมากเริ่มขยับจากการมอง AI เป็นเพียง Innovation Sandbox หรือพื้นที่ทดลอง ไปสู่การนำ AI เข้าไปอยู่ใน Operating Model ขององค์กร
ตัวอย่างเช่น การใช้ AI ในงานบริการลูกค้า การดำเนินงานภายในองค์กร การบริหารดาต้าเซ็นเตอร์ และการจัดการเครือข่าย ภาพนี้สะท้อนว่า AI กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบการทำงานจริงในองค์กรมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม องค์กรไทยยังเจออุปสรรคหลัก 3 เรื่อง ได้แก่ ข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน ช่องว่างด้านความเชื่อมั่น และคุณภาพข้อมูล เพราะ AI จะมีประสิทธิภาพได้ก็ต่อเมื่อมีข้อมูลที่ดี ระบบที่พร้อม และความไว้วางใจมากพอให้องค์กรนำไปใช้กับงานจริง
นอกจากนี้ในมุมของ Cisco คุณค่าของ AI จึงควรถูกมองในมิติของ Productivity และประสิทธิภาพองค์กร เช่น ทำให้พนักงานหนึ่งคนสร้างผลลัพธ์ได้มากขึ้น หรือทำให้งานที่เคยใช้เวลาหลายเดือน เหลือเพียงไม่กี่วัน

หนึ่งในประเด็นที่ Ben Dawson ย้ำคือ เครือข่ายที่ถูกสร้างขึ้นในช่วง 5-10 ปีก่อน อาจไม่สามารถรองรับความต้องการของ AI ได้อีกต่อไป
AI มีพฤติกรรมการใช้งานต่างจากแอปพลิเคชันแบบเดิมอย่างมาก แอปพลิเคชันทั่วไปอาจมีข้อมูลไหลขึ้นและลงในรูปแบบที่คาดเดาได้ ขณะที่ AI มีข้อมูลไหลขึ้นและลงจำนวนมาก ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง และมีรูปแบบการดึงข้อมูลที่ไม่คงที่ เพราะ AI Agents อาจเชื่อมต่อกับข้อมูล เครื่องมือ และ Agent อื่น ๆ พร้อมกันหลายจุด
ผลกระทบจึงไปไกลกว่าระบบช้าหรือประสบการณ์ใช้งานที่ไม่ดี เพราะองค์กรอาจเก็บเกี่ยวประโยชน์จากการลงทุน AI ได้ไม่เต็มที่ หากโครงสร้างพื้นฐานไม่สามารถรองรับการใช้งานจริงในระดับองค์กร
Cisco เรียกความเสี่ยงลักษณะนี้ว่า AI Infrastructure Debt หรือภาระหนี้สินทางเทคโนโลยีด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งเกิดจากการสะสมของความไม่พร้อมในระบบประมวลผล เครือข่าย การจัดการข้อมูล ความปลอดภัย และบุคลากร โดย Cisco ระบุว่าองค์กรไทยกว่า 52% มีความเสี่ยงที่จะสูญเสียมูลค่าทางธุรกิจจากปัญหานี้
ประเด็นที่ Cisco เน้นมากที่สุดในบทสนทนาคือ ความปลอดภัยในยุค AI ต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่
ข้อมูลจาก Cisco ระบุว่า ระยะเวลาเฉลี่ยตั้งแต่การค้นพบช่องโหว่จนถึงการถูกโจมตีลดลงอย่างมาก จาก 2.3 ปีในปี 2018 เหลือ 4.2 เดือนในปี 2023, 21.5 วันในปี 2025 และเพียง 38 ชั่วโมงในปี 2026
Ben Dawson อธิบายว่า ระบบ Cybersecurity แบบเดิมยังมีบทบาทอยู่ เพียงแต่การรับมือกับภัยคุกคามยุคใหม่ต้องเร็วและครอบคลุมกว่าเดิม เพราะที่ผ่านมา การตอบสนองต่อภัยคุกคามมักเกิดขึ้นด้วย Human Speed คือมนุษย์ตรวจจับ วิเคราะห์ และสั่งให้ระบบตอบสนอง
เมื่อภัยคุกคามเริ่มเคลื่อนที่ด้วย Machine Speed การป้องกันและตอบสนองก็ต้องเร็วขึ้นในระดับเดียวกัน
นี่คือเหตุผลที่ Cisco ผลักดันแนวคิดการ Fuse Security directly into the Network หรือการฝังความปลอดภัยเข้าไปในโครงสร้างของเครือข่ายโดยตรง แทนการสร้างโครงสร้างพื้นฐานขึ้นมาก่อน แล้วค่อยนำระบบป้องกันไปวางทับภายหลัง
ในยุคที่ AI Agents สร้างการตัดสินใจ การเชื่อมต่อ และข้อมูลกิจกรรมของระบบจำนวนมหาศาล Security จึงต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Network Fabric ตั้งแต่ต้น เพื่อให้ระบบตรวจจับ ตอบสนอง และลดความเสี่ยงได้ทันกับความเร็วของ AI
Cisco ระบุว่า ทุกการทำงานของ AI Agent สามารถมองได้เป็นทั้ง Routing Decision, Trust Decision และ Telemetry Event เพราะ AI Agent หนึ่งตัวอาจต้องตัดสินใจว่าจะเชื่อมต่อกับระบบใด ดึงข้อมูลจากที่ไหน ส่งคำสั่งไปยังเครื่องมือใด และบันทึกกิจกรรมอย่างไร
เมื่อองค์กรมี AI Agents จำนวนมาก การตัดสินใจเหล่านี้อาจเกิดขึ้นเป็นพันล้านครั้งต่อวัน ความเสี่ยงจึงไม่ได้อยู่เฉพาะปลายทางของการโจมตี แต่กระจายอยู่ในทุกจุดที่ AI เชื่อมต่อกับระบบ ข้อมูล และผู้ใช้งาน
ข้อมูลจาก Cisco ระบุว่า 9 ใน 10 ขององค์กรไทยเคยเผชิญเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับ AI มาแล้ว เช่น การลักลอบคัดลอกหรือขโมยโมเดล AI, การใช้ AI เพื่อหลอกลวงและโจรกรรมข้อมูล และ Data Poisoning หรือการป้อนข้อมูลเท็จเข้าไปในระบบเพื่อทำให้ AI เรียนรู้ผิด ตัดสินใจผิด หรือทำงานตามที่ผู้ไม่หวังดีต้องการ
ดังนั้น การป้องกันในยุค AI จึงต้องเกิดขึ้นในระดับโครงสร้างพื้นฐาน ตั้งแต่การมองเห็นทราฟฟิก การตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ ไปจนถึงการตอบสนองแบบอัตโนมัติเมื่อเกิดความเสี่ยง
เพื่อรับมือกับโจทย์นี้ Cisco ระบุว่ากำลังปรับพอร์ตโฟลิโอไปสู่แนวทางแบบแพลตฟอร์มที่รวม Network, Security, Observability, Collaboration และประสบการณ์ผู้ใช้ เข้าด้วยกัน
สไลด์ของ Cisco ระบุว่า บริษัทกำลังเดินหน้าจากพอร์ตโฟลิโอเทคโนโลยีหลายกลุ่ม ไปสู่การรวมระบบด้วย Platform Approach การฝัง Security เข้าไปใน Network การสร้าง Cisco Data Fabric และการบุกเบิก AgenticOps พร้อมเร่งการผสาน Splunk เข้ามาในพอร์ตโฟลิโอ
Ben Dawson ยกตัวอย่าง 3 โซลูชันสำคัญที่ Cisco มองว่าจะช่วยให้องค์กรขยายการใช้ AI ได้จริง ได้แก่
Ben Dawson สรุปว่า สิ่งที่เชื่อมโยงโซลูชันเหล่านี้เข้าด้วยกันคือการนำ Machine Speed เข้ามาช่วยงานที่เคยต้องทำด้วยมนุษย์ เพื่อให้องค์กรตอบสนองได้เร็วขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และทันต่อความต้องการของยุค AI
บทสนทนากับ Cisco สะท้อนว่า การใช้ AI ให้เกิดผลในระดับองค์กรต้องอาศัยรากฐานที่พร้อม ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน เครือข่าย ข้อมูล ทักษะ ไปจนถึงความปลอดภัย
เมื่อ AI Agents เริ่มตัดสินใจ เชื่อมต่อ และทำงานร่วมกับระบบต่าง ๆ มากขึ้น Network จะกลายเป็นจุดศูนย์กลางของทั้งการขยาย AI และการป้องกันความเสี่ยง
สำหรับ Cisco การแข่งขันในยุค AI วัดกันที่ความพร้อมของ Infrastructure และความสามารถในการฝัง Security เข้าไปใน Network ตั้งแต่แรก องค์กรที่ทำได้เร็วกว่า จะมีโอกาสขยาย AI ได้อย่างปลอดภัย คุ้มค่า และสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้จริง
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด