
ChatGPT มีผู้ใช้กว่า 1,200 ล้านคนต่อสัปดาห์ และ OpenAI กำลังเปลี่ยนหน้าจอแชตนี้ให้เป็นพื้นที่ที่แอปจากภายนอกเข้ามาตั้งหลักได้จริง ไม่ได้เป็นแค่ช่องทางเรียกใช้เครื่องมือผ่านบทสนทนาอีกต่อไป
นอกจาก Pages, Slides และ Space ที่เปิดหน้าชนซอฟต์แวร์สำนักงานโดยตรงแล้ว บนเวที DevDay 2026 ที่ซานฟรานซิสโก OpenAI ยังเปิดตัว Plugin Extensions ที่ให้นักพัฒนาสร้างประสบการณ์แบบแอปได้ภายใน ChatGPT ทั้งพื้นที่ประจำในแถบด้านข้าง (Sidebar) แผงโต้ตอบที่ใช้งานคู่กับบทสนทนา และตัวแสดงไฟล์ตามฟอร์แมตของแต่ละผลิตภัณฑ์ พร้อมเครื่องมือสร้างปลั๊กอินใหม่ ระบบค้นหาที่ฉลาดขึ้น และการรองรับระบบอัตโนมัติที่ทำงานตามเหตุการณ์ในแอปที่เชื่อมต่อไว้
ก่อนหน้านี้ ChatGPT รองรับปลั๊กอิน (Plugins) อยู่แล้ว โดยทำหน้าที่เชื่อม ChatGPT เข้ากับเครื่องมือที่คนทำงานใช้ประจำอย่าง Slack, SharePoint, Airtable และ Google Drive สิ่งที่ Plugin Extensions เพิ่มเข้ามาคือการให้แอปเหล่านี้มีพื้นที่ประจำใน Sidebar ของ ChatGPT เหมือนเป็นฟีเจอร์หนึ่งของระบบ
OpenAI ระบุว่านี่คือการเปิดแพลตฟอร์มเดียวกับที่บริษัทใช้สร้างฟีเจอร์ของ ChatGPT เองให้นักพัฒนาภายนอกได้ใช้ นักพัฒนาจึงสร้างแผงโต้ตอบ (Interactive Panels) ที่ให้ผู้ใช้ทำงานกับเครื่องมือของตัวเองไปพร้อมกับการแชต และสร้างตัวแสดงไฟล์ (File Viewers) ที่รองรับฟอร์แมตไฟล์เฉพาะของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ได้
ตัวอย่างที่เริ่มใช้งานแล้ว ได้แก่ Canva ที่ผู้ใช้สร้างและดูตัวอย่างงานออกแบบได้จากแท็บใน Sidebar, Figma ที่ค้นหาและแท็กไฟล์ได้ตรงจากช่องพิมพ์ข้อความ (Composer) ในแอป ChatGPT บนเดสก์ท็อป และ Adobe ที่เปิดแก้ไขไฟล์ด้วย Acrobat และ Photoshop ได้ภายใน ChatGPT
Plugin Extensions เปิดให้ใช้ทุกแพ็กเกจ แต่ส่วนขยายบนเว็บสำหรับผู้ใช้ ChatGPT Free และ Go จะตามมาเร็ว ๆ นี้ ส่วนการแท็กไฟล์จากช่อง Composer ใช้ได้เฉพาะแอปเดสก์ท็อป ขณะที่ปลั๊กอินเดิมยังทำงานได้ตามปกติ
ฝั่งนักพัฒนาได้เครื่องมือใหม่ชื่อ Plugin Creator ที่ช่วยสร้างปลั๊กอิน และเมื่อพร้อมแล้วก็ส่งเข้าไดเรกทอรีปลั๊กอิน (Plugin Directory) ผ่านขั้นตอนส่งผลงานที่ออกแบบใหม่ ซึ่งให้ข้อเสนอแนะชัดเจนขึ้นว่าต้องแก้ไขตรงไหน
OpenAI ยังปรับวิธีจัดอันดับและแนะนำปลั๊กอินในไดเรกทอรีใหม่ รวมถึงจังหวะที่ ChatGPT หยิบปลั๊กอินขึ้นมาเสนอระหว่างบทสนทนา เมื่อผู้ใช้เลือกปลั๊กอินที่จะใช้ ก็อนุมัติสิทธิ์การเข้าถึงที่ปลั๊กอินแต่ละตัวขอได้ทีละรายการ
อีกจุดที่น่าสนใจคือ ChatGPT Sites ซึ่งเป็นเว็บไซต์ขนาดเล็กที่ผู้ใช้สร้างขึ้นด้วย ChatGPT สามารถโฮสต์ปลั๊กอินเหล่านี้ได้แล้ว หมายความว่าผู้ใช้แชร์แอปที่สร้างไว้ให้เพื่อนร่วมงาน และแต่ละคนใช้งานด้วยข้อมูลที่เชื่อมต่อและสิทธิ์การเข้าถึงของตัวเอง
OpenAI ยังทำให้การเพิ่มและจัดการระบบอัตโนมัติง่ายขึ้น เพื่อให้ข้อมูลที่แชร์กันบน Sites อัปเดตอยู่เสมอ ฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้ในแพ็กเกจ Business, Enterprise, Healthcare และ Edu
อัปเดตที่อาจเปลี่ยนวิธีทำงานมากที่สุดคือการรองรับข้อกำหนด MCP Events ที่ยังอยู่ในขั้นเสนอ โดย Model Context Protocol (MCP) คือมาตรฐานเปิดที่ใช้เชื่อมโมเดล AI เข้ากับเครื่องมือและแหล่งข้อมูลภายนอก ส่วน MCP Events เป็นกลไกที่ให้แอปต้นทางส่งสัญญาณแจ้ง ChatGPT ได้ทันทีเมื่อมีความเปลี่ยนแปลง แทนที่ AI จะต้องคอยถามซ้ำ ๆ ว่ามีอะไรใหม่หรือไม่
ผลที่ได้คือปลั๊กอินเริ่มระบบอัตโนมัติได้เองเมื่อเกิดเหตุการณ์ในแอปที่เชื่อมต่อไว้ OpenAI ยกตัวอย่างว่า ผู้ใช้สั่งให้ ChatGPT เฝ้าดูงานใหม่บนบอร์ดโปรเจกต์ได้ และเมื่อมีงานเข้ามา ChatGPT จะอ่านเอกสารที่แนบไว้แล้วร่างแผนงานให้ แม้ผู้ใช้จะไม่ได้อยู่หน้าจอ
เบื้องหลังการทำงานคือ เซิร์ฟเวอร์ MCP ของนักพัฒนาประกาศว่ารองรับเหตุการณ์ประเภทใดบ้าง ผู้ใช้บอก ChatGPT ว่าต้องการให้เฝ้าดูอะไรและตอบสนองอย่างไร จากนั้น ChatGPT จะลงทะเบียนรับแจ้งเตือนผ่านเว็บฮุก (Webhooks) เมื่อมีเหตุการณ์ตรงเงื่อนไขส่งเข้ามา ChatGPT ก็ลงมือตามคำสั่งในแชตนั้นทันที ทั้งนี้นักพัฒนาต้องพัฒนาส่วนรองรับเหตุการณ์ไว้ที่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ก่อน การเชื่อมต่อแอปเพียงอย่างเดียวยังไม่ทำให้เกิดระบบอัตโนมัติ
Plugin Extensions, Plugin Creator, ระบบค้นหาปลั๊กอินใหม่ และ MCP Events เปิดให้ใช้แล้วในทุกแพ็กเกจของ ChatGPT โดยส่วนขยายบนเว็บสำหรับผู้ใช้ Free และ Go จะตามมาภายหลัง ส่วนการโฮสต์ปลั๊กอินบน ChatGPT Sites เปิดให้เฉพาะแพ็กเกจ Business, Enterprise, Healthcare และ Edu
ที่มา: TechCrunch, OpenAI, OpenAI Developers (Plugin Extensions)
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด