ล่าสุด OpenAI ได้เดินหมากสำคัญด้วยการเปิดตัว ChatGPT Work เอเจนต์อัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดล GPT-5.6 ซึ่งถือเป็นการประกาศศึกท้าชนโดยตรงกับ Claude Cowork จากค่าย Anthropic ที่ชิงพื้นที่ตลาดไปก่อนหน้านี้
การขยับตัวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึง Corporate Strategy ของกลุ่ม Tech Giants ที่กำลังเร่งเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีไปสู่ยุคของ Agentic AI อย่างเต็มรูปแบบ

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นปี 2026 Anthropic ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนด้วยการเปิดตัว Claude Cowork ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็น AI Agent สำหรับคนทำงานออฟฟิศ โดยชูจุดเด่นเรื่อง End-to-End Workflow และการทำงานแบบ Background Tasks ข้ามแอปพลิเคชัน
การมาของ ChatGPT Work จึงเป็น Counter-attack ที่ชัดเจนจาก OpenAI เพื่อดึงกลุ่มลูกค้าองค์กรกลับเข้ามาใน Ecosystem ของตนเอง
ChatGPT Work ก็คือฟีเจอร์ Agent ระดับองค์กรที่ถูกพัฒนาต่อยอดขึ้นมาในระบบของ ChatGPT โดยเปลี่ยนรูปแบบจากการเป็นเพียง AI แชตบอตที่คอยตอบคำถามและให้ข้อมูล ไปสู่การเป็นผู้ช่วยที่สามารถลงมือปฏิบัติงานจริงได้แบบครบวงจร
ระบบนี้ขับเคลื่อนด้วยโมเดลระดับแนวหน้าอย่าง GPT-5.6 และเทคโนโลยี Codex โดยออกแบบมาเพื่อจัดการกับเวิร์กโฟลว์หรือโปรเจกต์ที่ซับซ้อนและต้องใช้เวลาทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมง
สำหรับการเปิดตัวในเฟสแรก ChatGPT Work เริ่มทยอยเปิดให้ใช้งานแล้วตั้งแต่วันนี้บนระบบเว็บและมือถือ โดยเริ่มปักหมุดที่กลุ่มผู้ใช้แพ็กเกจระดับบนและสถาบันการศึกษาอย่าง Pro, Enterprise และ Edu เป็นอันดับแรก ส่วนผู้ใช้งานในแพ็กเกจยอดนิยมอย่าง Plus และ Business ทาง OpenAI ยืนยันว่าจะเริ่มทยอยเปิดให้เข้าถึงฟีเจอร์นี้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก ChatGPT Work ถูกออกแบบมาเพื่อประมวลผลงานที่มีความซับซ้อนสูงและต้องรันระบบต่อเนื่องเป็นเวลานาน รูปแบบการคิดค่าบริการจึงมีความแตกต่างจากการใช้งานแชตบอตทั่วไป ดังนี้
อ้างอิง: openai
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด