รู้จัก ‘Genomics Thailand’ เมื่อรหัส DNA 50,000 ราย กำลังพลิกโฉมอนาคตสาธารณสุขไทย

ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคที่ข้อมูล DNA ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่คือเครื่องมือที่จะเปลี่ยนวิธีการรักษา ป้องกัน และออกแบบชีวิตของคนไทยทุกคนตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยชรา

ในเวทีเสวนา 'Impact of Genomic Data: จากการป้องกัน สู่ Precision Care ด้วยข้อมูลจีโนม' ภายในงาน Techsauce Healthspan Festival 2026 ดร.นุสรา สัตย์เพริศพราย ผู้จัดการงานวิจัย สำนักวิจัยและพัฒนาจีโนมิกส์ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข และ ดร.เสาวลักษณ์ ด่านสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BKGI ร่วมฉายภาพให้เห็นว่าระบบนิเวศด้านจีโนมิกส์ของไทยไปถึงไหนแล้ว และกำลังจะพาเราไปที่ไหนต่อ โดยมี ผศ. ดร.ป๋วย อุ่นใจ จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้ดำเนินรายการ

Genomics Thailand: จาก 'ขาดดุล' สู่การสร้างฐานข้อมูลพันธุกรรมคนไทย 50,000 ราย

ย้อนกลับไปเมื่อราว 7 ปีก่อน การตรวจ DNA ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย แต่ปัญหาใหญ่คือตัวอย่างเกือบทั้งหมดถูกส่งไปถอดรหัสที่ต่างประเทศ ทำให้งบประมาณไหลออกนอกประเทศปีละหลายพันล้านบาท ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศทั้งห้องปฏิบัติการและระบบจัดการข้อมูลขนาดใหญ่แทบไม่มีอยู่เลย

ดร.นุสรา เล่าว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของโครงการ Genomics Thailand ที่เริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2563 ด้วยเป้าหมายชัดเจนคือ 'พลิกโฉมระบบสาธารณสุขไทยด้วยการแพทย์จีโนมิกส์' โดยระยะที่ 1 มุ่งสร้างระบบนิเวศทั้งระบบ ตั้งแต่การคัดเลือกผู้ป่วยผ่านโรงพยาบาลและสถาบันวิจัยทั่วประเทศ 41 แห่ง ส่งตัวอย่างไปสกัด DNA ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตามมาตรฐานสากล จากนั้นทำการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing) ผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชนไทย ก่อนจะนำข้อมูลไปเก็บรักษาที่ธนาคารข้อมูลจีโนม สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

ตัวเลขที่น่าทึ่งคือ ข้อมูล Whole Genome ของคนเพียง 1 คน ใช้พื้นที่จัดเก็บประมาณ 120 GB หรือพูดให้เห็นภาพคือ iPhone ความจุ 1 TB เก็บข้อมูลได้แค่ 4 คนเท่านั้น เมื่อรวมข้อมูลทั้ง 50,000 ราย ฐานข้อมูลจึงมีขนาดมหาศาลถึง 15 Petabytes

ทำสำเร็จเร็วกว่าแผน 2 ปี พร้อมทุบสถิติโลกเรื่องราคา

แม้หลายฝ่ายจะมองว่าเป้าหมาย 50,000 รายใน 5 ปีนั้นเป็นไปไม่ได้ แต่โครงการกลับทำสำเร็จภายในเวลาเพียง 3 ปี เร็วกว่าแผนถึง 2 ปี ปัจจัยสำคัญคือการรวมความต้องการทั้ง 50,000 รายมาเปิดประมูลในคราวเดียว ทำให้มีอำนาจต่อรองด้านราคาอย่างมาก จากเดิมที่ต้นทุนการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมของคน 1 คนอยู่ที่ราว 330,000 บาท โครงการนี้สามารถลดลงเหลือเพียงประมาณ 9,200 บาทต่อคน ซึ่งเป็นราคาที่ถูกที่สุดในโลก ณ ช่วงเวลานั้น

'ต้องบอกว่าเอกชนไทยสู้สุดใจจริงๆ ทุกเจ้าที่เข้าร่วมโครงการบอกไว้เลยว่าทำเนี่ยไม่ได้หวังผลทางด้านเงิน ทุกคนหวังว่าประเทศไทยจะต้องมีฐานข้อมูลนี้' ดร.นุสรา กล่าว

พันธุกรรมคนไทย 'ไม่เหมือนใครในโลก' และนั่นคือเหตุผลที่ต้องทำเอง

สิ่งที่ค้นพบจากข้อมูล DNA คนไทย 50,000 คน ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ โครงการพบว่าราว 37.5% ของตำแหน่งทางพันธุกรรมที่พบในคนไทยนั้นไม่เหมือนกับฐานข้อมูลต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้อมูลจากกลุ่มประชากร Caucasian หรือคนผิวขาว

ผลกระทบในเชิงปฏิบัติเห็นได้ชัดจากกรณีมะเร็งเต้านม ก่อนหน้านี้ประเทศไทยใช้มาตรฐานสากลในการตรวจยีน BRCA1 และ BRCA2 เพื่อคัดกรองมะเร็งเต้านมทางพันธุกรรม โดยคาดว่าจะครอบคลุมผู้ป่วยได้ราว 50% แต่ข้อมูลจากศิริราชกลับพบว่าครอบคลุมได้เพียง 32% เท่านั้น อีก 68% มีความผิดปกติอยู่ในยีนอื่น เช่น ยีน ATM ซึ่งเป็นปัญหาเฉพาะของคนไทยแต่ไม่พบในกลุ่มคนผิวขาว

จากการค้นพบนี้ ศิริราชจึงพัฒนาชุดตรวจแบบ Multigene Panel ที่ครอบคลุม 26 ยีน สามารถคัดกรองผู้ป่วยมะเร็งเต้านมทางพันธุกรรมได้มากกว่า 90% และปัจจุบันให้บริการแล้วในโรงพยาบาลศูนย์มะเร็ง 29 แห่งทั่วประเทศ

ภาคเอกชนกับการนำจีโนมิกส์มาใช้ในทุกช่วงชีวิต

ในฝั่งภาคเอกชน ดร.เสาวลักษณ์ จาก BKGI ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ BGI Group ที่ได้รับการจัดอันดับ 1 ใน Nature Index ด้าน Biological Science ของภูมิภาค Asia Pacific มาเกือบ 10 ปี ฉายภาพว่าเทคโนโลยีจีโนมิกส์สามารถเข้ามามีบทบาทได้ในทุกช่วงของชีวิต (Stage of Life) ตั้งแต่อนามัยเจริญพันธุ์ (Reproductive Health) อย่างการตรวจตัวอ่อนก่อนการฝังตัวในกระบวนการ IVF การตรวจคัดกรองทารกในครรภ์ การวินิจฉัยโรค การรักษามะเร็งแบบตรงจุด ไปจนถึงการตรวจ DNA เพื่อออกแบบไลฟ์สไตล์

ในด้านการป้องกัน (Prevention) เทคโนโลยี NGS (Next-Generation Sequencing) ทำให้การตรวจคัดกรองพาหะโรค เช่น ธาลัสซีเมีย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ไม่กี่ชนิดอีกต่อไป แต่สามารถตรวจได้มากกว่า 500 Variants ในครั้งเดียว นอกจากนี้ยังมีการตรวจ Polygenic Risk Score, Pharmacogenomics และ DNA Methylation เพื่อวัดอายุชีวภาพ (Biological Age) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการติดตามผลของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ

สำหรับการตรวจหาโรคในระยะเริ่มต้น (Early Detection) เทคโนโลยี NIPT (Non-invasive Prenatal Testing) ช่วยให้สามารถตรวจความผิดปกติของทารกในครรภ์ได้จากการเจาะเลือดแม่เพียงอย่างเดียว ขณะที่เทคโนโลยี Liquid Biopsy สามารถตรวจจับ Cell-free Tumor DNA ในกระแสเลือดเพื่อคัดกรองมะเร็งได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น รวมถึงใช้ติดตามการกลับมาเป็นซ้ำหลังการรักษา

ในด้านการรักษาข้อมูลจีโนมิกส์ช่วยให้แพทย์เลือกยาได้ตรงจุดแบบ Targeted Drug โดยไม่ต้องลองผิดลองถูก รวมถึงปรับขนาดยาให้เหมาะสมกับพันธุกรรมของผู้ป่วยแต่ละคนผ่านศาสตร์ Pharmacogenomics

คนไทยเข้าถึงได้แค่ไหน? สิทธิบัตรทองครอบคลุมอะไรบ้าง

คำถามสำคัญคือเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มคนที่จ่ายได้เท่านั้น คนไทยกว่า 90% อยู่ในระบบประกันสุขภาพแบบใดแบบหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นบัตรทอง ประกันสังคม หรือสิทธิข้าราชการ และปัจจุบันมีบริการตรวจทางจีโนมิกส์หลายรายการที่สามารถเบิกจ่ายได้ภายใต้สิทธิบัตรทองแล้ว ได้แก่ การตรวจ NIPT สำหรับหญิงตั้งครรภ์ทุกรายโดยไม่จำกัดอายุ, การตรวจยีน BRCA1/BRCA2 เพื่อประเมินความเสี่ยงมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ทางพันธุกรรม และการตรวจยีนแพ้ยาบางรายการ

ดร.นุสรา ชี้ว่ากุญแจสำคัญที่ทำให้ราคาลดลงจนระบบประกันสุขภาพสามารถรองรับได้คือเรื่องของ Volume เมื่อจำนวนผู้ตรวจมากพอ ต้นทุนต่อรายก็ลดลงจนอยู่ในระดับที่คุ้มค่าสำหรับทุกฝ่าย

ก้าวถัดไป: ตรวจ DNA ตั้งแต่แรกเกิด ใช้ได้ตลอดชีวิต

สิ่งที่กำลังอยู่ในแผนงานของโครงการ Genomics Thailand คือการผลักดันให้มีการคัดกรองทารกแรกเกิดด้วยเทคโนโลยี Whole Genome Sequencing เพื่อตรวจหาโรคทางพันธุกรรมที่สามารถเปลี่ยนชีวิตเด็กได้ตั้งแต่วันแรก

ดร.นุสรา อธิบายว่าโรคทางพันธุกรรมบางโรคสามารถรักษาได้ง่ายเพียงแค่ปรับเรื่องอาหารหรือเสริมวิตามินบางชนิด แต่ต้องรู้ให้เร็วและรักษาให้เร็ว ข้อมูลจากการตรวจ DNA เพียงครั้งเดียวตั้งแต่แรกเกิดสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการประเมินความเสี่ยงโรคมะเร็ง โรคที่มักเกิดในวัยผู้ใหญ่ หรือแม้แต่การวางแผนครอบครัวในอนาคต

ความท้าทายด้านจริยธรรม: เมื่อข้อมูล DNA กลายเป็นดาบสองคม

แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้า แต่ยังมีความท้าทายสำคัญที่ต้องจัดการ ดร.นุสรา เปิดเผยว่ามีกรณีที่ผู้ป่วยตรวจพบยีน BRCA1/BRCA2 แล้วถูกบริษัทประกันปฏิเสธไม่ให้ทำประกันมะเร็ง ซึ่งเป็นการริดรอนสิทธิที่ไม่ควรเกิดขึ้น

ในขณะที่ประเทศผู้นำอย่างสหรัฐอเมริกาและยุโรปมีกฎหมาย Genetic Non-discrimination Act ที่ห้ามการเลือกปฏิบัติโดยใช้ข้อมูลทางพันธุกรรม ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายฉบับนี้ โดยในปีนี้จะเป็นปีที่เริ่มยกร่างกฎหมายดังกล่าวเพื่อผลักดันให้เกิดขึ้นจริง เพราะเมื่อความต้องการตรวจ DNA เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การมีกลไกคุ้มครองสิทธิของผู้ตรวจจึงเป็นสิ่งจำเป็น

สำหรับข้อมูลภายใต้โครงการ Genomics Thailand ทุกข้อมูลจะถูกทำให้เป็น Anonymous ก่อนจัดเก็บ โดยมีเฉพาะแพทย์เจ้าของไข้เท่านั้นที่ทราบว่ารหัสพันธุกรรมชุดใดเป็นของใคร ระบบจัดเก็บได้รับการรับรองมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยข้อมูล ISO 27001 และอยู่ภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกัน ข้อมูลเหล่านี้ยังเปิดให้ทั้งนักวิจัยภาครัฐและเอกชนขอเข้าถึงได้ เพียงแต่ต้องระบุวัตถุประสงค์การใช้งานอย่างชัดเจน

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมของโครงการ Genomics Thailand ได้ที่เว็บไซต์และเฟซบุ๊ก Genomics Thailand

ที่มา: สรุปเนื้อหาจาก Session 'Impact of Genomic Data: จากการป้องกัน สู่ Precision Care ด้วยข้อมูลจีโนม' โดย ดร.นุสรา สัตย์เพริศพราย (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข) และ ดร.เสาวลักษณ์ ด่านสกุล (CEO, BKGI) ดำเนินรายการโดย ผศ. ดร.ป๋วย อุ่นใจ (มหาวิทยาลัยมหิดล) ในงาน Techsauce Healthspan Festival 2026

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

6 ค่าผลตรวจสุขภาพที่ต้องอ่านใหม่ด้วยเกณฑ์ Longevity เพราะผล 'ปกติ' อาจไม่ได้แปลว่าคุณไม่มีความเสี่ยง

คนไทยมีอายุขัยเฉลี่ยราว 78 ปี แต่ช่วงที่ร่างกายยังแข็งแรงจริง ๆ นั้นสั้นกว่าตัวเลขนี้ถึง 10 ปี หมายความว่าตั้งแต่อายุ 68 เป็นต้นไป หลายคนเริ่มเข้าสู่สิ่งที่เรียกว่า 'Sickspan' คือช...

Responsive image

หยุดวงจร BMI 30+ เมื่อความอ้วนคือเรื่องของ 'ฮอร์โมน' ไม่ใช่แค่ 'พฤติกรรม'

20.8 ล้านคน หรือ 1 ใน 3 ของประชากรไทย อยู่ในภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ตัวเลขนี้ไม่ได้มาจากงานวิจัยที่ไหนไกล แต่มาจากปากของ ศ.นพ.สุเทพ อุดมแสวงทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์รักษ์พุง คลินิ...

Responsive image

เจาะลึกเรื่อง ‘การนอน’ จิ๊กซอว์สำคัญที่ช่วยยืด Healthspan เพราะอายุยืนอาจไร้ความหมาย ถ้าบั้นปลายชีวิตต้องอยู่กับโรค

ในยุคที่คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการกินคลีน ออกกำลังกาย หรือเทคโนโลยีสุขภาพล้ำๆ มีสิ่งหนึ่งที่เราทุกคน 'ทำทุกวัน' แต่กลับถูกมองข้ามมากที่สุด นั่นคือ ‘การนอน’...