
Agoda แพลตฟอร์มจองที่พักออนไลน์ในเครือ Booking Holdings ใช้กรุงเทพฯ เป็นที่ตั้งสำนักงานภูมิภาคแห่งใหญ่ที่สุดของบริษัททั่วโลก และเป็นศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีระดับนานาชาติ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผย โดยปัจจุบันสำนักงานในไทยมีบุคลากรกว่า 4,500 คน เป็นคนไทยมากกว่าครึ่ง ทำงานด้านพัฒนาซอฟต์แวร์ อัลกอริทึม AI และวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อใช้ในแพลตฟอร์มท่องเที่ยวของบริษัท
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เปิดเผยภายหลังเยี่ยมชมกิจการบริษัท อโกดา เซอร์วิสเซส จำกัด (Agoda) และหารือกับนาย Omri Morgenshtern ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) พร้อมทีมผู้บริหารของบริษัท ที่สำนักงาน One Bangkok กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569
นายนฤตม์ ระบุว่า Agoda เป็นบริษัทเทคโนโลยีด้านการท่องเที่ยวในเครือ Booking Holdings และเป็นแพลตฟอร์มจองที่พักออนไลน์รายใหญ่ของโลก รวมถึงเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มหลักของกลุ่มตลาดเอเชียแปซิฟิก ปัจจุบันให้บริการที่พักกว่า 6 ล้านแห่งในกว่า 200 ประเทศและเขตแดน ผ่าน 39 ภาษา
ตามตัวเลขที่บีโอไอระบุ Agoda มีพนักงานทั่วโลกกว่า 8,000 คนใน 25 ประเทศ ในจำนวนนี้เป็นพนักงานประจำในไทยกว่า 4,500 คน ซึ่งมากที่สุดในบรรดาสำนักงานของ Agoda ทั่วโลก และคิดเป็นกว่าครึ่งหนึ่งของพนักงานทั้งหมด

Agoda ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอในกิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Center หรือ IBC) สำนักงานในไทยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและปฏิบัติการ (Global Tech & Operations Hub) ของกลุ่มบริษัท ตั้งอยู่ในโครงการ One Bangkok โดยใช้พื้นที่ 7 ชั้น รวมกว่า 30,000 ตารางเมตร
บีโอไอระบุว่าสำนักงานแห่งนี้เป็นฐานสำคัญด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ อัลกอริทึม AI และการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Science) และผลงานที่พัฒนาในไทยจะถูกนำไปใช้ขับเคลื่อนแพลตฟอร์มในตลาดทั่วโลก
บีโอไอระบุว่าปัจจัยสำคัญคือฐานบุคลากรทักษะสูงในหลายสาขา ทั้งการวิเคราะห์ข้อมูล เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร วิศวกรรม และการบริหารธุรกิจ ประกอบกับวัฒนธรรมการทำงานที่เปิดกว้างและเอื้อต่อการทำงานร่วมกันของบุคลากรหลายสัญชาติ เมื่อผสานความเชี่ยวชาญของคนไทยกับบุคลากรจากต่างประเทศ บริษัทจึงวางกิจกรรมที่ซับซ้อนและมีมูลค่าเพิ่มสูงไว้ในไทยได้ พร้อมเปิดโอกาสถ่ายทอดองค์ความรู้ พัฒนาทักษะบุคลากร และต่อยอดระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีของประเทศในระยะยาว
อีกส่วนหนึ่งคือการอำนวยความสะดวกด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน บีโอไอร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกรมการจัดหางาน ให้บริการผ่านศูนย์บริการวันสต็อป Thailand Investment and Expat Services Center (TIESC) ที่อาคาร One Bangkok บีโอไอระบุว่าศูนย์นี้ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญของ Agoda จากทั่วโลกเข้ามาทำงานร่วมกับทีมงานไทยได้สะดวกรวดเร็ว รองรับธุรกิจระหว่างประเทศที่ต้องฝึกอบรม ประสานงาน และเดินทางข้ามประเทศอยู่ตลอดเวลา

ตามตัวเลขที่บีโอไอระบุ ในพนักงานของ Agoda ที่ประจำในไทย กว่าครึ่งเป็นคนไทย ส่วนพนักงานต่างชาติมีประมาณ 2,000 คน จากกว่า 80 ประเทศ
บีโอไอมองว่าการตั้งฐานธุรกิจลักษณะนี้เปิดโอกาสให้คนไทยเข้าถึงงานด้านเทคโนโลยีและธุรกิจที่ซับซ้อน ตั้งแต่ Software Engineering, Data Science และ AI ไปจนถึง Product Management การตลาด และการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ พร้อมได้เรียนรู้กระบวนการทำงาน มาตรฐาน และวิธีแก้ปัญหาในระดับโลก รวมทั้งสร้างเครือข่ายกับบุคลากรจากหลายประเทศ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ต่อยอดได้ตลอดเส้นทางอาชีพ บีโอไอระบุเพิ่มว่าคุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างของกรุงเทพฯ ช่วยดึงดูดบุคลากรนานาชาติ และขยายฐาน Tech Talent ในไทยอย่างต่อเนื่อง
นาย Omri กล่าวว่า "การทำงานในบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเปิดโอกาสให้บุคลากรไทยเรียนรู้มาตรฐาน เครื่องมือ และวิธีการทำงานจากทีมงานนานาชาติ ประสบการณ์เหล่านี้สามารถต่อยอดสู่การพัฒนาธุรกิจใหม่ การสร้างสตาร์ทอัพ และการยกระดับองค์กรในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยกระจายองค์ความรู้และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว"
บีโอไอระบุว่าในด้านบุคลากรรุ่นใหม่ Agoda เชื่อมโยงกับสถาบันการศึกษาผ่านโครงการ Tech Camp Day ที่ให้นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เข้ามาเรียนรู้และสัมผัสการทำงานด้านเทคโนโลยี จัดปีละ 3 ครั้ง ครั้งละกว่า 100 คน ควบคู่กับโครงการฝึกงานที่รับนักศึกษากว่า 500 คนต่อปี จากมหาวิทยาลัยกว่า 10 แห่ง นักศึกษาฝึกงานสมัครเข้าทำงานกับบริษัทได้หลังสิ้นสุดการฝึกงาน และปัจจุบันมีนักศึกษาฝึกงานกว่าร้อยละ 20 ที่ได้ทำงานต่อกับ Agoda บีโอไอมองว่าโครงการเหล่านี้เป็นเส้นทางพัฒนาบุคลากรตั้งแต่ระดับมหาวิทยาลัยไปสู่การทำงานจริงในธุรกิจเทคโนโลยี
นายนฤตม์ มองว่า "การที่บริษัทระดับโลกอย่าง Agoda เลือกประเทศไทยเป็นฐานหลักสำหรับงานด้านเทคโนโลยีที่ใช้บุคลากรทักษะสูง เป็นตัวอย่างความสำเร็จในการดึงดูดการลงทุนในธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยคนและองค์ความรู้" เขาระบุว่าการลงทุนลักษณะนี้สร้างงานที่มีคุณค่าสูง เปิดโอกาสให้คนไทยได้ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก เรียนรู้มาตรฐานระดับสากล และขยายเครือข่ายวิชาชีพ รวมถึงเปิดเส้นทางให้คนรุ่นใหม่เข้าสู่งานด้านเทคโนโลยีผ่านความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและโครงการฝึกงาน และเชื่อว่าประสบการณ์และความรู้ระดับโลกที่บุคลากรไทยได้รับในวันนี้จะพัฒนาเป็นทักษะสำคัญที่ต่อยอดในชีวิตการทำงานได้ และคนเหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างธุรกิจใหม่ ตลอดจนพัฒนาประเทศในระยะยาว
ที่มา : BOI
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด