
Amity บริษัทเทคคอมพานีสัญชาติไทย ประกาศความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Series D มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นดีลด้าน Generative AI ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปัจจุบัน โดยมี EDBI ภายใต้ SG Growth Capital เป็นผู้นำการลงทุน ร่วมด้วย Asia Partners, SMDV และนักลงทุนอื่น ๆ
เงินทุนก้อนใหม่นี้จะถูกนำไปใช้ใน 3 แกนหลัก ได้แก่ การพัฒนา AI โดยเฉพาะ Vertical AI และ Agentic AI การขยายธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรป รวมถึงการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์ม โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้แตะ 200 ล้านดอลลาร์ในปี 2569 และเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ภายในปี 2570
นายกรวัฒน์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการบริหาร และผู้ก่อตั้งอะมิตี้ ระบุว่า Amity ถูกวางตำแหน่งให้เป็นบริษัท AI ระดับโลกตั้งแต่ต้น โดยเน้นธุรกิจแบบ B2B หรือซอฟต์แวร์สำหรับองค์กร ไม่ได้แข่งขันในระดับโมเดลพื้นฐานแบบ OpenAI หรือ Anthropic แต่เลือกสร้าง 'Vertical AI' ที่ออกแบบเฉพาะอุตสาหกรรม
แนวคิดสำคัญคือการใช้ข้อมูลเฉพาะทาง (proprietary data) ที่บริษัทเทคขนาดใหญ่เข้าถึงได้ยาก เช่น ข้อมูล Call Center หรือพฤติกรรมลูกค้า มาสร้างโมเดล AI ที่ตอบโจทย์ธุรกิจจริงและสามารถสร้างผลตอบแทนได้ชัดเจน
ในช่วงปีที่ผ่านมา Amity มีรายได้แบบ Annualized Revenue แตะ 100 ล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก เติบโตมากกว่า 10 เท่าจากปี 2565 และกว่า 75% ของ EBITDA มาจากธุรกิจในยุโรป สะท้อนการขยายตัวสู่ตลาดสากลอย่างจริงจัง
หัวใจการเติบโตของ Amity อยู่ที่กลยุทธ์ 3Bs ได้แก่
แนวทางนี้ทำให้ Amity สามารถนำบริษัทซอฟต์แวร์ดั้งเดิมมา 'อัปเกรด' เป็น AI Company ได้ ตัวอย่างเช่นการเข้าซื้อ Tollring ซึ่งเดิมทำระบบวิเคราะห์การสื่อสาร ก่อนถูกพัฒนาเป็นโซลูชัน Generative AI จนสามารถเพิ่มกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ
นายทัชพล ไกรสิงขร ประธานศูนย์วิจัยและการประยุกต์ใช้ด้าน AI กรรมการบริหาร และผู้ร่วมก่อตั้งอะมิตี้ อธิบายว่า บริษัทกำลังเร่งพัฒนา 2 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่
โดยเทคโนโลยีเหล่านี้จะถูกพัฒนาและนำไปใช้ผ่าน ecosystem ของบริษัท เช่น
ทั้งหมดถูกเชื่อมเข้าด้วยกันในรูปแบบ Integrated Ecosystem ภายใต้แนวคิด 'Research-to-Revenue' เพื่อแก้ปัญหาใหญ่ขององค์กร คือการนำ AI ไปใช้งานจริง
หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ Amity เร่งขยายไปยุโรป คือ 'ขนาดตลาด' โดยแม้อาเซียนจะมี GDP รวมราว 4.2 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ตลาด Enterprise Software ยังมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับยุโรปหรือสหรัฐฯ บริษัทจึงเลือกใช้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นฐานด้าน Talent และการวิจัย ขณะที่ใช้ยุโรปเป็นตลาดหลักในการสร้างรายได้และสเกลธุรกิจ
นายเคง เถ็ก ก๋วย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อะมิตี้ ระบุว่า การระดมทุนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาด Venture Capital ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ชะลอตัว โดยจำนวนดีลลดลงกว่า 40% และเงินลงทุนใน AI โดยรวมลดลงกว่า 60%
อย่างไรก็ตาม Amity ยังสามารถระดมทุนได้จากนักลงทุนระดับสถาบันชั้นนำ สะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพของบริษัท โดยเงินทุนส่วนหนึ่งจะถูกใช้ในการดึงดูด Talent ระดับโลก และขยายศูนย์วิจัย AI ในสิงคโปร์และยุโรป
หลังการระดมทุนรอบนี้ Amity มียอดเงินระดมทุนสะสมรวม 160 ล้านดอลลาร์ และด้วยทีมงานที่กระจายอยู่ใน 4 ทวีป บริษัทตั้งเป้าจะก้าวขึ้นเป็น 'AI Champion' ของไทยและภูมิภาค
ทิศทางชัดเจนคือ การสร้าง AI ที่ใช้งานได้จริงในภาคธุรกิจ ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีเชิงทดลอง พร้อมขยายสู่ตลาดโลก และใช้จุดแข็งจากประเทศไทยเป็นฐานในการแข่งขันในอุตสาหกรรม AI ระดับสากล
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด