
กลุ่มบริษัทบางจาก (BCP) เปิดเผยผลการดำเนินงานประจำปี 2568 โดยมีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 507,570 ล้านบาท มี EBITDA อยู่ที่ 35,753 ล้านบาท และกำไรหลักอยู่ที่ 10,240 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 67% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
โดยความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากการรับรู้ Synergy จากการรวมโครงสร้างกับ BSRC ที่มีมูลค่ารวมกว่า 7,300 ล้านบาท รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างยั่งยืน จนได้รับรองมาตรฐาน ISO 55001 เป็นครั้งแรกของโรงกลั่นในเอเชียแปซิฟิก
สถิติใหม่ด้านการผลิตและการตลาด

โรงกลั่นบางจากพระโขนงและศรีราชา สามารถทำสถิติอัตราการกลั่นสูงสุดเฉลี่ยที่ 279,700 บาร์เรลต่อวัน ในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2568 แม้จะเผชิญกับปัจจัยกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ผันผวนและผลขาดทุนจากสินค้าคงคลัง ทั้งนี้โครงสร้าง EBITDA ของกลุ่มบริษัทมาจากธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ 43%, โรงกลั่นและการค้าน้ำมัน 24%, ธุรกิจการตลาด 16%, กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาด 14% และกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ 3%
ภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2568
- ปี 2568 กลุ่มบริษัทบางจากมีรายได้จากการขายและบริการรวม 507,570 ล้านบาท
- Accounting EBITDA อยู่ที่ 35,753 ล้านบาท
- กำไรสุทธิ (PAT) 2,880 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน
- กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (ไม่รวมรายการพิเศษ) 10,240 ล้านบาท
- โครงสร้าง EBITDA แบ่งตามกลุ่มธุรกิจ
- กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ 43%
- กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน 24%
- กลุ่มธุรกิจการตลาด 16%
- กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาด 14%
- กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ 3%
ความสำเร็จสำคัญในปี 2568
- รับรู้ผลประโยชน์จาก Synergy มูลค่า 7.3 พันล้านบาท (รับรู้ Synergy ต่อเนื่อง สะท้อนแนวคิด "Together to Greater")
- BSRC เพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ และบางจากถือหุ้น 99.7% (รวมโครงสร้างและการดำเนินงานของ BSRC เข้ากับกลุ่มบริษัทบางจากแล้วเสร็จ)
- รับเรือบรรทุกน้ำมันดิบ VLCC ลำแรกที่โรงกลั่นศรีราชา (รับเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่พิเศษ (VLCC) ได้เป็นครั้งแรก ผ่านระบบทุ่นรับน้ำมันกลางทะเล)
- สถิติการกลั่นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (ปริมาณการกลั่นรวมของโรงกลั่นทั้ง 2 แห่งเกือบ 280,000 บาร์เรลต่อวัน ในไตรมาส 4/2568)
- โรงกลั่น 2 แห่งแรกในเอเชียแปซิฟิกที่ได้รับการรับรอง ISO 55001 (ก้าวสำคัญในด้านการบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างยั่งยืน)
เจาะลึกดีล Chevron Hong Kong: ก้าวสำคัญสู่ตลาดสากล

เพื่อตอกย้ำยุทธศาสตร์ "Accelerating Bangchak 100x" บางจาก ได้ลงนามสัญญาซื้อขายหุ้น 100% ในบริษัท Chevron Hong Kong Limited (CHK) จาก Chevron Companies (Greater China) Limited โดยมูลค่าการลงทุนเบื้องต้นอยู่ที่ 270 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งภายหลังการเข้าซื้อ บางจากจะยังคงดำเนินงานภายใต้แบรนด์ Caltex ภายใต้สัญญาเครื่องหมายการค้าต่อไป
ฮ่องกงเป็นตลาดที่มีประชากร 7.5 ล้านคน มีรถยนต์จดทะเบียนกว่า 9 แสนคัน (เป็นรถ ICE ถึง 84%) และต้องนำเข้าน้ำมัน 100% ทำให้เป็นตลาดที่มีค่าการตลาดสูงและมีกระแสเงินสดมั่นคง
การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการขยายธุรกิจต่างประเทศ เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบโลจิสติกส์พลังงาน โดย CHK มีธุรกิจน้พมันค้าปลีก น้ำมันอุตสาหกรรม น้ำมันเรือเดินสมุทร คลังน้ำมัน และสถานีบริกาทั่วฮ่องกง
คาดว่าการทำรายการเข้าซื้อ CHK จะเสร็จสิ้นภายในช่วงกลางปี 2569 และจะเปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong Limited" ในภายหลัง โดยปั้ม Caltex ในฮ่องกงตอนนี้ จะมีป้ายกำกับว่า "Licensed by Bangchak" เพื่อทำการตลาด
เป้าหมายการเติบโตในปี 2569

บางจาก วางแผนยกระดับผลประกอบการในปี 2569 โดยตั้งเป้าหมายในกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ดังนี้
กลุ่มธุรกิจค้าน้ำมัน
- EBITDA เติบโต 25% จาก 800 ล้านบาทในปี 2568 เป็นมากกว่า 1,000 ล้านบาทในปี 2569
กลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม
- ปริมาณการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นราว 50% จากประมาณ 32,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ในปี 2568 เป็นประมาณ 50,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ในปี 2569
กลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพ
- ปริมาณการกลั่นเพิ่มขึ้นในปี 2569 (ประมาณการ) จาก 264,000 บาร์เรลต่อวัน ในปี 2568 เป็นประมาณ 275,000 บาร์เรลต่อวันในปี 2569
- ค่าการกลั่นพื้นฐาน (GRM) อยู่ในระดับแข็งแกร่ง ปี 2568 อยู่ที่ 6.7 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ปี 2569 คาดว่าอยู่ในช่วง 6-6.5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
- EBITDA จากการเข้าซื้อ Chevron Hong Kong ที่จะเริ่มสร้างรายให้กลุ่มบริษัทบางจาก ประมาณ 750-1,000 ล้านบาทในปี 2569
กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน
- ธุรกิจ Power & Infrastructure คาด EBITDA ปี 2569 เติบโตประมาณ 10% จากการปรับพอร์ตเพื่อเพิ่มมูลค่า ขยายการเติบโตจากโครงสร้างพื้นฐาน (พลังงาน สาธารณูปโภค ดิจิทัล) และการหมุนเวียนเงินลงทุนเพื่อเพิ่มผลตอบแทนและรองรับการลงทุนใหม่
- โรงไฟฟ้า CCGT ในสหรัฐฯ ผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง หนุนรายได้เฉลี่ยต่อกำลังการผลิตเพิ่มต่อเนื่อง
- โครงการลม "Monsoon" เดินเครื่องเต็มปี กำลังผลิต 600 เมกะวัตต์ โดย BCPG ถือหุ้น 48% และมี EVN เป็นผู้รับซื้อไฟฟ้า