ในอดีต เวลาพูดถึงบ้านหรือคอนโดมิเนียมระดับบน สิ่งที่ถูกใช้เป็นจุดขายหลักมักหนีไม่พ้น ทำเล ความหรูหรา วิวเมือง พื้นที่ส่วนกลาง หรือชื่อของแบรนด์ระดับโลก แต่ในอนาคต คำถามของคนซื้อบ้านอาจเปลี่ยนไป
ไม่ใช่แค่ว่า “บ้านนี้อยู่ใกล้อะไร” แต่เป็น “บ้านนี้ทำให้เราใช้ชีวิตดีขึ้น สุขภาพดีขึ้น และแก่ช้าลงได้จริงแค่ไหน”
นี่คือแกนคิดสำคัญของ WellEra Bangkok โครงการ Wellness-Integrated Ecosystem จาก BDMS ที่ประกาศลงทุนกว่า 29,000 ล้านบาท บนพื้นที่ใจกลางลุมพินี โดยไม่ได้วางตัวเองเป็นเพียงโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี แต่ต้องการเป็นต้นแบบของการอยู่อาศัยยุคใหม่ ที่ออกแบบจากสุขภาพเป็นศูนย์กลาง
เพราะสำหรับ BDMS อนาคตของ Healthcare อาจไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในโรงพยาบาลอีกต่อไป แต่อยู่ในบ้าน อาคาร เมือง อากาศที่เราหายใจ น้ำที่เราใช้ แสงที่เราได้รับ เสียงที่เรานอนฟัง และสภาพแวดล้อมที่เราใช้ชีวิตอยู่ทุกวัน

หนึ่งในตัวเลขที่สะท้อนปัญหานี้ได้ชัด คือช่องว่างระหว่าง Lifespan และ Healthspan
Lifespan คืออายุขัยเฉลี่ย หรือเราจะมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหนส่วน Healthspan คือช่วงชีวิตที่เรายังมีสุขภาพดี ใช้ชีวิตได้เต็มศักยภาพ และไม่ถูกจำกัดด้วยโรคภัย ข้อมูลที่ถูกนำเสนอในงานเปิดตัว WellEra ระบุว่า:
นั่นหมายความว่า โดยเฉลี่ยแล้ว คนจำนวนมากอาจมีช่วงเวลาราว 10 ปีท้ายของชีวิตที่ต้องอยู่กับความเจ็บป่วย ความเสื่อมของร่างกาย หรือการพึ่งพาระบบรักษาพยาบาล โจทย์ของ Wellness ยุคใหม่จึงไม่ใช่แค่การทำให้คนอายุยืนขึ้น แต่ต้องทำให้ช่วงชีวิตที่สุขภาพดีนั้นยาวขึ้นด้วย
นพ. ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่ม BDMS Wellness อธิบายในงานว่า ภารกิจสำคัญของ Wellness คือ การยืด Healthspan หรือชีวิตที่มีคุณภาพให้มากที่สุด และทำให้ตัวเลข Lifespan กับ Healthspan เข้าใกล้กันที่สุด
นี่คือเหตุผลที่ WellEra ไม่ได้ถูกเล่าในฐานะโครงการที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความพยายามในการสร้างระบบนิเวศที่ช่วยให้คนใช้ชีวิตดีขึ้นในทุกวัน ก่อนที่จะเจ็บป่วย

สิ่งที่ทำให้ WellEra น่าสนใจในเชิงธุรกิจ คือโครงการนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ Wellness ไม่ได้เป็นแค่ไลฟ์สไตล์ของคนรักสุขภาพอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ระดับโลก
หนึ่งในประโยคที่สะท้อนวิสัยทัศน์ของโครงการนี้ได้ชัดที่สุด มาจาก พญ. ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ BDMS ที่กล่าวในงานว่า “เราไม่ทำโรงพยาบาล เราอยากให้คนสุขภาพดี”
ประโยคนี้สำคัญ เพราะมันบอกว่า BDMS ไม่ได้มอง WellEra เป็นการขยายโรงพยาบาลในรูปแบบใหม่ แต่เป็นการขยับจาก “การรักษาเมื่อป่วย” ไปสู่ “การออกแบบชีวิตก่อนป่วย”
พญ. ปรมาภรณ์ยังเล่าถึงแนวคิดของ นพ. ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ที่เคยบอกว่า “สุขภาพดีไม่ใช่คำอวยพร สุขภาพดีต้องทำเอง” ซึ่งสะท้อนว่าการมีสุขภาพดีไม่ได้เกิดขึ้นจากการไปพบแพทย์เป็นครั้งคราวเท่านั้น แต่เกิดจากสิ่งที่เราทำซ้ำ ๆ ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การกิน การนอน การออกกำลังกาย ไปจนถึงสภาพแวดล้อมที่เราอยู่
และเมื่อผู้คนใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตอยู่ในอาคาร บ้านจึงไม่ใช่แค่ที่พัก แต่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง
สำหรับ BDMS การลงทุนใน WellEra เป็นการขยายบทบาทจาก Healthcare Provider ไปสู่ Wellness Ecosystem Builder
จากเดิมที่ BDMS เริ่มต้นจากโรงพยาบาลขนาด 50 เตียง เติบโตสู่เครือข่ายโรงพยาบาล 60 แห่ง และต่อยอดสู่ BDMS Wellness Clinic วันนี้ WellEra คืออีกก้าวของการนำองค์ความรู้ทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ และข้อมูลเชิงลึกจากการดูแลผู้คน มาฝังอยู่ในพื้นที่อยู่อาศัยจริง
นพ. ตนุพล กล่าวว่า BDMS มีแพทย์ในเครือประมาณ 15,000 คน รวมถึงผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ตั้งแต่นักโภชนาการ เทรนเนอร์ นักกายภาพบำบัด จิตแพทย์ ไปจนถึงแพทย์แผนไทย ซึ่งองค์ความรู้เหล่านี้จะถูกนำมาผสมอยู่ในโครงการ เพื่อออกแบบการใช้ชีวิตที่ช่วยยืด Healthspan ให้ได้มากที่สุด นี่จึงไม่ใช่แค่การสร้างอาคาร แต่เป็นการสร้างระบบสนับสนุนให้คนดูแลตัวเองได้ง่ายขึ้นในชีวิตจริง
WellEra วางแนวคิดการออกแบบภายใต้หลัก Scientific Wellness และ Preventive Medicine โดยมองว่าที่อยู่อาศัยต้องไม่ใช่แค่สวยหรือสะดวก แต่ต้องช่วยสนับสนุนสุขภาพของผู้อยู่อาศัยในระดับที่จับต้องได้
โครงการจึงให้ความสำคัญกับองค์ประกอบพื้นฐานที่คนอาจมองข้าม แต่ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว เช่น
นอกจากนี้ โครงการยังตั้งเป้ามาตรฐานอาคารระดับสากล เช่น LEED Gold, Fitwel 3-Star และ WELL Platinum เพื่อยืนยันว่าแนวคิดเรื่องสุขภาพไม่ได้หยุดอยู่แค่ภาพลักษณ์ แต่ถูกแปลงเป็นมาตรฐานการออกแบบอาคารจริง

ถ้า Data Center คือโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัล บ้านและอาคารในอนาคตก็อาจกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของสุขภาพมนุษย์
เพราะในโลกที่คนอายุยืนขึ้น สังคมเข้าสู่ Super-aged Society โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มขึ้น และความเครียดกลายเป็นปัญหาใหญ่ของคนเมือง การดูแลสุขภาพแบบรอให้ป่วยแล้วค่อยรักษาอาจไม่เพียงพออีกต่อไป อนาคตของการดูแลสุขภาพจึงอาจต้องเริ่มตั้งแต่พื้นที่ที่เราใช้ชีวิตทุกวัน
WellEra Bangkok จึงเป็นมากกว่าโครงการมูลค่า 29,000 ล้านบาท แต่เป็นสัญญาณว่าเกมใหม่ของอสังหาริมทรัพย์ระดับบนอาจไม่ได้แข่งกันที่ความหรูหราเพียงอย่างเดียว แต่แข่งกันว่า ใครสามารถออกแบบพื้นที่ที่ทำให้คน “อยู่แล้วสุขภาพดีขึ้น” ได้จริง
และในวันที่ผู้คนไม่ได้อยากแค่อยู่ในบ้านสวย ๆ แต่อยากมีชีวิตที่ยืนยาว แข็งแรง และมีคุณภาพ บ้านในอนาคตอาจไม่ได้ขายแค่ทำเลอีกต่อไป แต่ขายความสามารถในการทำให้เราหายใจดีขึ้น นอนดีขึ้น เครียดน้อยลง และมีสุขภาพดีได้นานขึ้น
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด