ธนาคารแห่งประเทศไทยจับมือสิงคโปร์ร่วมพัฒนา Fintech

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จับมือธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS)  ร่วมลงนามในความตกลงร่วมมือด้าน FinTech และบันทึกความเข้าใจทวิภาคีว่าด้วยการกำกับดูแล สถาบันการเงิน ระหว่างธนาคารกลางสิงคโปร์และธนาคารแห่งประเทศไทย

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และธนาคารกลางสิงคโปร์(MAS) ได้ ร่วมลงนามในความตกลงร่วมมือด้าน FinTech และบันทึกความเข้าใจทวิภาคีว่าด้วยการกำกับดูแลสถาบัน การเงินฉบับปรับปรุง ในระหว่างการประชุมทวิภาคีระหว่างทั้งสองธนาคารกลาง ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกสองปี

โดยในปีนี้ธนาคารกลางสิงคโปร์เป็นเจ้าภาพ ความตกลงร่วมมือด้าน FinTech มุ่งหวังให้เกิดการพัฒนาระบบนิเวศทางการเงินของไทยและสิงคโปร์ รวมไปถึงภูมิภาคอาเซียนให้ดียิ่งขึ้น โดยส่งเสริมให้ ธปท. และ MAS แบ่งปันข้อมูลที่เกี่ยวกับแนวโน้มของตลาด เกิดใหม่และประสิทธิผลของการกำกับดูแลต่อกฎระเบียบในปัจจุบัน อีกทั้งสนับสนุนความร่วมมือระหว่าง บริษัท FinTech ที่เป็นคู่ค้ากัน ความตกลงฉบับนี้แสดงถึงเจตจำนงของธนาคารกลางทั้งสองในการร่วมกัน ศึกษาความเป็นไปได้เกี่ยวกับโครงการนวัตกรรม โดยเฉพาะการให้บริการทางการเงินข้ามพรมแดน ในส่วนของบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการกำกับดูแลสถาบันการเงิน ซึ่งปรับปรุงจากฉบับเดิมที่ได้ ลงนามเมื่อปี 2549 เป็นการกระชับความร่วมมือในการรักษาและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบสถาบัน การเงินของทั้งสองประเทศ

ซึ่งบันทึกความเข้าใจฉบับปรับปรุงนี้แสดงถึงความตั้งใจของธนาคารกลางทั้งสองในการยกระดับความร่วมมือ ทั้งด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูล การพิจารณาให้ใบอนุญาต (licensing) การตรวจสอบ สถาบันการเงิน การจัดตั้ง supervisory colleges และการบริหารจัดการสถาบันการเงินในภาวะวิกฤติร่วมกัน

วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า “การลงนามในเอกสารทั้งสองฉบับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ในการยกระดับความร่วมมือระหว่างธนาคารกลางทั้งสองในด้านการกำกับสถาบันการเงินและ FinTech เพื่อ เสริมสร้างเสถียรภาพทางการเงิน และสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของภูมิภาคท่ามกลางความผันผวนและ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือในการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงินจะช่วยส่งเสริม การเข้าถึงและยกระดับบริการทางการเงินในภูมิภาค”

ด้าน Ravi Menon ผู้ว่าการธนาคารกลางสิงคโปร์กล่าวว่า  “ธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารกลาง สิงคโปร์ เป็นพันธมิตรในการรักษาและเสริมสร้างเสถียรภาพระบบการเงินมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ ธนาคาร กลางทั้งสองแห่งยังมีเจตนารมณ์สอดคล้องกันในการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินเพื่อตอบสนองตลาดในภูมิภาค ซึ่งความตกลงทั้งสองฉบับเป็นส่วนเติมเต็มซึ่งกันและกัน อีกทั้งยังแสดงถึงการตระหนักถึงโอกาสและความเสี่ยงที่ เกิดขึ้นจากการให้บริการทางการเงินข้ามพรมแดนอีกด้วย”

ที่มา ธนาคารแห่งประเทศไทย

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Agoda ใช้กรุงเทพฯ เป็นสำนักงานภูมิภาคใหญ่ที่สุดของบริษัท และเป็นฐานพัฒนาเทคโนโลยี จ้างงานในไทยกว่า 4,500 คน

บีโอไอเปิดเผยหลังเยี่ยมชมและหารือกับผู้บริหาร Agoda ที่ One Bangkok เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ว่าบริษัทใช้กรุงเทพฯ เป็นที่ตั้งสำนักงานภูมิภาคแห่งใหญ่ที่สุดของ Agoda ทั่วโลก และเป็น...

Responsive image

บีโอไอ เผย 4 ปี LTR Visa ดึงต่างชาติคุณภาพสูงเข้าไทย ได้ 1.2 หมื่นคน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ กว่า 4 หมื่นล้านบาท

บีโอไอ เผยผลสำเร็จวีซ่า LTR ครบ 4 ปี ดึงชาวต่างชาติคุณภาพสูงจากทั่วโลกเข้าไทยกว่า 12,000 คน สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจกว่า 43,000 ล้านบาท...

Responsive image

สยามพิวรรธน์ ปักธง “ไอคอนภูเก็ต” สัญลักษณ์ใหม่แห่งแดนใต้ สู่จุดหมายระดับโลก เปิดให้บริการ 2572

สยามพิวรรธน์เปิดตัว “ไอคอนภูเก็ต” (ICONPHUKET) โครงการแลนด์มาร์กมูลค่าการลงทุน 10,000 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด Hybrid Retail-Attraction & Entertainment Destination พร้อม 12 World-Class...