นักวิจัยพัฒนา ‘เครื่องช่วยฟัง’ ใช้คลื่นสมองเลือกเสียงพูด ช่วยแยกเสียงในที่คนคุยพร้อมกัน นวัตกรรมเพื่อผู้มีปัญหาการได้ยิน

นักวิจัยจาก Columbia University พัฒนาเครื่องช่วยฟังรุ่นใหม่ได้สำเร็จ โดยระบบจะสามารถรับรู้ได้เองว่าผู้สวมใส่กำลังตั้งใจฟังใครอยู่ จากนั้นจะค่อยๆ ดึงเสียงขนั้นให้ชัดขึ้นโดยอัตโนมัติ โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องกดปุ่มอะไรเลย 

ปัญหาที่เครื่องช่วยฟังทั่วไปแก้ไม่ได้

เครื่องช่วยฟังรุ่นปัจจุบันทำได้ดีมากในการขยายเสียงพูดและตัดเสียงรบกวน อย่างเสียงรถ เสียงลม แต่มีจุดอ่อนอยู่จุดหนึ่งที่ยังแก้ไม่ได้ คือถ้ามีคนคุยหลายคนพร้อมกัน เครื่องจะขยายเสียงทุกคนขึ้นมาเท่ากันหมด ไม่ได้เลือกว่าคุณกำลังสนใจฟังเสียงใคร

นักวิทยาศาสตร์เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า ‘cocktail party effect’ คือความสามารถของสมองที่โฟกัสฟังเสียงใครคนหนึ่งท่ามกลางเสียงวุ่นวายได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งเครื่องช่วยฟังทั่วไปไม่มีความสามารถนี้มันเลยขยายทุกเสียงขึ้นมาพร้อมกันหมด

สมองทำงานอย่างไรตอนที่เราฟัง

ทีมวิจัยค้นพบมาตั้งแต่ปี 2012 ว่า เวลาเราโฟกัสฟังใครสักคน คลื่นสมองของเราจะ ‘ซิงค์’ กับจังหวะเสียงของคนนั้นโดยอัตโนมัติ เพราะเสียงพูดมีจังหวะขึ้นลงเป็นของตัวเอง และสมองก็จะค่อย ๆ ปรับตามจังหวะนั้น คล้ายกับเวลาที่หัวใจเราเต้นตามจังหวะดนตรี ซึ่งกลไกนี้ทำให้ระบบสามารถแยกได้ว่าคุณกำลังตั้งใจฟังเสียงของใครอยู่

สำหรับการศึกษานี้ ทีมวิจัยร่วมมือกับแพทย์และผู้ป่วยโรคลมชักที่มีการฝังอิเล็กโทรดในสมองอยู่แล้วเพื่อวิเคราะห์แหล่งที่มาของอาการชัก ซึ่งผู้ป่วยทุกคนยินดีเข้าร่วมด้วยความสมัครใจ 

ในการทดลอง ระบบจะอ่านคลื่นสมองของผู้ป่วยขณะที่กำลังฟังเสียงคนคุยซ้อนกัน จากนั้น AI จะนำคลื่นสมองไปวิเคราะห์เพื่อดูว่าผู้ป่วยกำลังตั้งใจฟังใครอยู่ > พอระบบรู้แล้ว ก็จะเร่งเสียงของคนนั้นให้ดังขึ้นและหรี่เสียงคนอื่นลงอัตโนมัติ ผลที่ได้คือผู้ป่วยทุกคนฟังได้ชัดขึ้นมาก

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญต่อสุขภาพคนจำนวนมาก 

องค์การอนามัยโลกระบุว่ามีคนกว่า 430 ล้านคนทั่วโลกที่มีปัญหาการได้ยินขั้นรุนแรง และปัญหานี้ไม่ได้ส่งผลให้ได้ยินไม่ชัดอย่างเดียว แต่มันเชื่อมโยงกับความเสี่ยงโรคสมองเสื่อม ภาวะซึมเศร้า และการแยกตัวออกจากสังคม

นักวิจัยยืนยันว่ายังมีอีกหลายขั้นตอนก่อนที่เทคโนโลยีนี้จะกลายเป็นอุปกรณ์ที่ใครก็สวมใส่ได้จริง เพราะการทดลองครั้งนี้ยังต้องอาศัยอิเล็กโทรดฝังในสมอง ซึ่งไม่ใช่ทางเลือกสำหรับคนทั่วไป แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือมันพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าแนวคิดนี้ใช้ได้จริงในมนุษย์ ก้าวต่อไปของทีมวิจัยคือการพัฒนาระบบนี้ให้ทำงานได้โดยไม่ต้องผ่าตัด 

อ้างอิง: neurosciencenews

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

กลโกงแบบใหม่ สายลับจีนใช้ LinkedIn ตกเหยื่อ หลอกชาวตะวันตกล้วงข้อมูล

พันธมิตรข่าวกรอง Five Eyes ทั้ง FBI, MI5, ASIO, CSIS และ NZSIS ออกประกาศร่วม 'Safeguarding Our Secrets' เตือนสายลับจีนใช้ LinkedIn และเว็บหางานปลอมตัวเป็นรีครูตเตอร์ ตกเหยื่อชาวตะว...

Responsive image

เด็กไทย สจล. คว้า First Prize สาย Computing บนเวที Huawei ICT Competition 2025-2026 ที่เซินเจิ้น

ทีมนักศึกษาคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในชื่อทีม 'SIGKILL' คว้ารางวัล First Prize ในสาย Computing Track จากการแข่งขัน Huawei ICT Comp...

Responsive image

Manage Subscriptions ฟีเจอร์ 'เคลียร์อีเมลขยะ’ ในครั้งเดียว ตัวช่วยใหม่สำหรับคนใช้ Gmail บอกลาการกด Unsub ทีละอัน

Gmail เพิ่มฟีเจอร์ Manage Subscriptions สำหรับจัดการอีเมลขยะหรืออีเมลที่ไม่ต้องการทีละเยอะ ๆ ได้แล้ว โดยผู้ใช้จะสามารถดูรายชื่อผู้ส่งทั้งหมดได้จากหน้าเดียว และกดยกเลิกรับอีเมลหลายร...