IMF กำลังพัฒนาแพลตฟอร์มซื้อขายเหรียญ CBDC แต่เจอกระแสตีกลับจากชุมชนคริปโต

กองทุนเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF กำลังพัฒนาเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มสำหรับเงินดิจิทัลอย่าง CBDC แต่โดนกระแสโต้กลับจากชุมชนชาวคริปโตอย่างรุนแรง

IMF พัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับ CBDC แม้จะมีกระแสโจมตี

ในการประชุมหารือเกี่ยวกับ CBDC เมื่อวันจันทร์ที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา Tobias Adrian ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและตลาดทุนของ IMF นำเสนอแนวคิดแพลตฟอร์มแบบใหม่ สำหรับการชำระเงินข้ามพรมแดนโดยมีพิมพ์เขียวของระบบการชำระเงินที่ใช้ บัญชีแยกประเภทเพื่อบันทึกธุรกรรม CBDC 

แพลตฟอร์มนี้มีชื่อว่า XC Platform โดย Tobias Adrian กล่าวว่า จะมีบัญชีแยกประเภทที่สามารถ แลกเปลี่ยนเงินสำรองของธนาคารกลางในรูปแบบดิจิทัลและแลกสกุลเงินใดก็ได้   

แม้ว่า IMF จะมีความต้องการพัฒนาเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มสำหรับ CBDC แต่ในมุมมองของกลุ่มชุมชนชาวคริปโตกลับมองว่าเป็นการรวมอำนาจไว้ที่ศูนย์กลาง

ความคิดเห็นส่วนใหญ่ของชุมชนคริปโตมองว่า CBDC จะทำให้หน่วยงานของรัฐสามารถควบคุมเงินของ แต่ละบุคคลได้อย่างสมบูรณ์ เนื่องจากรัฐสามารถตรวจสอบธุรกรรมได้ทั้งหมดและสามารถอนุญาตให้ IMF ระงับการเข้าถึงเงินของแต่ละบุคคลได้ทุกเมื่อตามที่ต้องการ

ธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังศึกษา CBDC เช่นกัน

ธนาคารแห่งประเทศไทยก็มีการศึกษาและทดลอง CBDC เช่นกัน โดยทำ 2โครงการใหญ่อย่าง mBridge และ Retail CBDC 

โดยโครงการ Retail CBDC หรือ การพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลสำหรับประชาชนมีการทดสอบด้วยการทดสอบทั้งหมด 2 ประการคือ

1. Foundation Track การทดสอบระดับพื้นฐาน เพื่อศึกษาการใช้งานการรับแลกหรือใช้ชำระค่าสินค้า หรือบริการในวงจำกัด จำนวนผู้เข้าร่วมทดสอบทั้งหมด 10,000 คน ยังไม่ใช้จริงในวงกว้าง

2. Innovation Track การทดสอบระดับนวัตกรรม เป็นการศึกษาแนวทางการพัฒนาต่อยอดการใช้งาน ในกรณีต่าง ๆ โดยแบงก์ชาติเปิดโอกาสให้ภาคเอกชน startup หรือนักพัฒนาเข้าร่วมทดสอบ

ซึ่งโครงการนี้เริ่มมาตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้วลากยาวจนถึงธันวาคมปีนี้จากนั้นการประเมินผลการ ทดสอบตั้งแต่กลุ่มขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ 

ในส่วนของโครงการ mBridge หรือ Multiple Currency CBDC Bridge เป็นการพัฒนา Wholesale CDBC เพื่อการโอนเงินระหว่างประเทศ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยทำการศึกษาร่วมกับ ธนาคารกลางฮ่องกง (HKMA) สถาบันศึกษาสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (PBC DCI) ธนาคารกลางสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (CBUAE) และศูนย์พัฒนานวัตกรรมของธนาคาร เพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BISIH) จากฮ่องกง

ที่มา : Cointelegraph, ธนาคารแห่งประเทศไทย

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

อวท. ดันสตาร์ทอัพไทยไปตลาดโลก เปิดตัว ‘TSP Scale X Landing Program’ เปิดทางสตาร์ทอัพไทยโตข้ามพรมแดน พร้อมปูทางสตาร์ทอัพต่างชาติเข้าสู่ไทยและอาเซียน

อวท. โดย สวทช. เปิดตัว TSP Scale X Landing Program เชื่อมสตาร์ทอัพไทยสู่ตลาดโลก พร้อมสนับสนุนสตาร์ทอัพต่างชาติเข้าสู่ตลาดไทยและอาเซียน ผ่านเครือข่ายงานวิจัย ภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน ...

Responsive image

บอร์ดบีโอไอ ปรับทิศทางส่งเสริมการลงทุนยุคใหม่ ชูเทคโนโลยี คน และซัพพลายเชนไทย

บอร์ดบีโอไอ หรือคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ปรับทิศทางและบทบาทการส่งเสริมการลงทุนของประเทศไทยครั้งใหญ่ โดยวางเป้าหมายใหม่ให้เม็ดเงินลงทุนที่ดึงเข้ามาต้องสร้างมูลค่าเพิ่มจริงและกระจา...

Responsive image

EV ฝั่งจีนขึ้นแท่นรถที่คนใช้งานสั้นกว่าโทรศัพท์ คนจีนใช้รถเฉลี่ยแค่ 1.8 ปีก็เปลี่ยน

คนจีนถึงเปลี่ยนรถ EV ไวกว่าสมาร์ตโฟน ด้วยอายุเฉลี่ยบนท้องถนนเพียง 1.8 ปี เจาะลึก 3 เหตุผลหลัก ทั้งเทคโนโลยีที่ไปไว ราคาขายต่อที่ตกแรง และพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นความอัจฉริยะ...