เซ็นทรัล เจดี มันนี่ (Central JD Money) บริษัทในเครือของ เซ็นทรัล เจดี ฟินเทค โฮลดิ้ง (Central JD Fintech Holding) ผู้นำด้านการพัฒนาบริการอีไฟแนนซ์และฟินเทคของประเทศไทย นำทีมโดย คุณญนน์ โภคทรัพย์ ประธานกลุ่มเซ็นทรัล และกรรมการบริษัท เซ็นทรัล เจดี ฟินเทค โฮลดิ้ง พร้อมด้วย คุณรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเซ็นทรัล เจดี ฟินเทค โฮลดิ้ง พาพันธมิตรทางธุรกิจด้านการเงินของเซ็นทรัล เจดี มันนี่ และสื่อมวลชน ร่วมเยี่ยมชมนวัตกรรมทางการเงินที่สำนักงานใหญ่ JD.com และบริษัทในเครือ JD Digits ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน

คุณรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล เจดี ฟินเทค โฮลดิ้ง กล่าวว่า “จุดมุ่งหมายของเราคือการนำเทคโนโลยีล้ำยุคที่ผ่านการพิสูจน์และใช้งานจริงแล้วจาก JD Digits และประเทศจีน ซึ่งถือเป็นชาติระดับแถวหน้าของโลกในด้านการปรับใช้นวัตกรรมทางการเงิน มาผสมผสานกับความรู้ความเข้าใจอันลึกซึ้งของกลุ่มเซ็นทรัลในอุตสาหกรรมค้าปลีกของประเทศไทย เราได้ทำงานกับพันธมิตรทางธุรกิจอย่างใกล้ชิดเพื่อนำนวัตกรรมระดับโลกนี้มายังประเทศไทย ผ่านทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ร่วมกัน ควบคู่ไปกับการแบ่งปันความเชี่ยวชาญในด้านดังกล่าวให้กับองค์กรต่างๆ ในอุตสาหกรรมการเงินการธนาคารของประเทศไทย”

สำหรับเทคโนโลยีที่ JD.com และ JD Digits จัดแสดงให้กับคณะเดินทางได้รับชมประกอบด้วย

ร้านค้า X Mart ร้านค้าไร้พนักงานเวอร์ชัน 2.0

ร้านสะดวกซื้อไร้พนักงานที่อัพเกรดจากเวอร์ชันแรกโดยนำเทคโนโลยี Internet of Things มาใช้เต็มรูปแบบ ผู้ซื้อเพียงแค่สแกน QR Code ด้วย WeChat ซึ่งรองรับการใช้บริการสูงสุด 15 คนต่อบัญชีและหยิบสินค้าที่ต้องการ เมื่อเดินออกจากร้านพร้อมสินค้า ระบบจะคิดราคาและเก็บเงินจากบัญชีโดยอัตโนมัติ X Mart ผสานเทคโนโลยี IoT และ AI เพื่อให้มอบประสบการณ์ซื้อสินค้าที่สะดวกกว่าเคย ซึ่งจุดแข็งอยู่ที่กล้องตรวจจับวิเคราะห์การหยิบจับสินค้าของผู้ซื้อด้วย AI ชั้นวางของที่ตรวจจับสินค้าได้แม่นยำ และป้ายราคา IoT ที่อัพเดทราคาตามเว็บไซต์

ปัจจุบัน ร้าน X Mart เวอร์ชั่น 2.0 เปิดให้บริการบ้างแล้วตามเมืองใหญ่ของประเทศจีน ซึ่งในอนาคต เมื่อ IoT Senser ต่างๆ มีราคาถูกลง ต้นทุนการสร้างก็จะต่ำลง ร้านค้าไร้พนักงานรุ่นใหม่ก็จะแพร่หลายมากขึ้น

หุ่นยนต์ Roboditner

อีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าสนใจของ JD Digits โดยออกแบบหุ่นยนต์รองรับการใช้งานหลากหลาย โดยเฉพาะงานเสี่ยงภัยและงานที่ต้องทำซ้ำ เช่น หุ่นยนต์ตรวจสภาพรางรถไฟ หุ่นยนต์ขนส่งอุปกรณ์ภายในโรงพยาบาล หุ่นยนต์ตรวจสอบอุปกรณ์สำหรับ Data Center และแขนกลเพื่อผู้พิการกับผู้ที่ต้องทำงานในสภาพเสี่ยงอันตราย โดยหุ่นยนต์ของ JD Digits เกิดขึ้นด้วยการผสานเทคโนโลยีหลากหลาย ทั้ง AI, IoT, Big Data และพลังประมวลผลจาก Super Computer

นอกจากนวัตกรรมข้างต้นแล้ว คณะผู้บริหารและสื่อมวลชนยังได้รับฟังนวัตกรรมใหม่ในอุตสาหกรรมการเงินที่น่าสนใจมากมาย เช่น เทคโนโลยีเพื่อการจัดการความเสี่ยงบนดิจิทัล (Digital Risk Management), เทคโนโลยีเพื่อการจัดการสินทรัพย์ (Asset Management) และการดำเนินกิจการ Virtual Bank ที่ประเทศฮ่องกงในชื่อ Livi Bank อันเกิดจากการร่วมทุนระหว่าง Bank of China, JD Digits และกลุ่ม Jardines ซึ่งประกอบธุรกิจค้าปลีกอย่างแข็งแกร่งที่ฮ่องกง ทั้งนี้ ยังได้รับฟังวิสัยทัศน์การประกอบธุรกิจการเงินจากผู้บริหาร JD Digits และแนวทางการใช้เทคโนโลยีของ Bank of China ซึ่งเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีนด้วย

“เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าหน่วยงานและองค์กรจากภาคการเงินการธนาคารของไทย จะสามารถนำเทคโนโลยีระดับโลกทั้งหมดนี้มาประยุกต์ใช้จนเกิดเป็นประโยชน์กับระบบเศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังเติบโตอยู่ในประเทศไทย สำหรับทางเซ็นทรัล เจดี มันนี่เอง เราก็ได้เริ่มนำนวัตกรรมอย่าง E-KYC ((electronic know-your-customer) มาใช้งานใน แอปพลิเคชัน ดอลฟิน วอลเล็ท ในการยืนยันตัวตนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและช่วยลดขั้นตอนในการลงทะเบียนเปิดบริการแล้ว และยังมีความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคในอนาคต เช่นการชำระเงินด้วยใบหน้า เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมดิจิทัลไร้เงินสดอย่างเต็มตัวต่อไป” คุณรุ่งเรืองกล่าวเสริม

RELATED ARTICLE

Responsive image

Grab บุกตลาดญี่ปุ่น เตรียมเปิดตัว 18 พ.ย. นี้ ในโตเกียวและเมืองใหญ่

Grab จับมือกับผู้ให้บริการ Taxi ในญี่ปุ่นชื่อ JapanTaxi ที่มีรถกว่า 70,000 คัน เปิดให้บริการเรียกรถได้ในจุดท่องเที่ยวสำคัญ โดยเริ่มเปิดตัวในวันที่ 18 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้...

Responsive image

ไปรษณีย์ไดร์ฟทรู ส่งของใน 3 นาทีโดยไม่ต้องลงจากรถ เพิ่ม 17 จุดบริการทั่วไทย

ไปรษณีย์ไทยเดินหน้าขยายจุดให้บริการ “ไปรษณีย์ไดร์ฟทรู” 17 แห่งทั่วไทย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เน้นสะดวกรวดเร็ว การส่งพัสดุแบบรวดเร็วทันใจใน 3 นาที โดยสามารถส่งของได้สูงสุด 3 ชิ...

Responsive image

K PLUS จ่ายเงินด้วย QR Code ที่ญี่ปุ่นและสิงคโปร์ได้แล้ว พร้อมรีวิวการใช้งานจริง

K PLUS ได้ปล่อยอัพเดทใหม่ โดยเพิ่มฟีเจอร์หนึ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างมากก็คือการใช้จ่าย QR Code ที่ต่างประเทศ โดยประเทศที่รองรับคือญี่ปุ่นและสิงคโปร์ ไม่มียอดขั้นต่ำและค่าธรรมเนียม...