
ในช่วงที่หลายคนยังตั้งคำถามว่า AI จะช่วยงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์ได้จริงแค่ไหน ล่าสุด Mozilla ออกมาเผยข้อมูลที่ค่อนข้างชัดเจนว่า AI สามารถเข้ามามีบทบาทได้จริง โดยเฉพาะในการค้นหาและแก้ไขช่องโหว่ของซอฟต์แวร์
Mozilla เปิดเผยว่าได้ใช้โมเดล AI อย่าง Claude Mythos ที่พัฒนาโดย Anthropic มาช่วยตรวจสอบความปลอดภัยของเบราว์เซอร์ Firefox
ผลลัพธ์คือทีมสามารถค้นพบและแก้ไขช่องโหว่ได้ถึง 271 จุด ในเวอร์ชันล่าสุดของ Firefox ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สะท้อนว่า AI สามารถช่วยเร่งกระบวนการตรวจสอบความปลอดภัยได้
Mozilla ยังระบุผลทดสอบว่า AI สามารถหาช่องโหว่ได้ทุกประเภทที่มนุษย์หาเจอ ซึ่งแปลว่าในด้านนี้ AI มีความสามารถเกือบเทียบเท่ามนุษย์แล้ว
แม้ผลลัพธ์จะน่าสนใจ แต่ Mozilla ย้ำว่าหากมนุษย์มีเวลาและทรัพยากรมากพอก็จะสามารถหาช่องโหว่เหล่านี้เจอได้เช่นกัน ดังนั้น AI จึงไม่ได้เข้ามาเพื่อแทนที่มนุษย์ แต่มาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยตรวจโค้ดจำนวนมหาศาลให้เสร็จเร็วและครอบคลุมมากขึ้นต่างหาก
เรื่องนี้ถือเป็นสัญญาณบวกของโครงการ Project Glasswing ที่เคยถูกตั้งคำถามว่าใช้งานได้จริงหรือไม่ เพราะการที่หน่วยงานภายนอกอย่าง Mozilla ออกมายืนยันผลลัพธ์ด้วยตัวเอง ย่อมช่วยลบข้อสงสัย และทำให้การใช้ AI ในงานด้าน Cybersecurity ดูน่าเชื่อถือขึ้นมาก
และสำหรับผู้ใช้ทั่วไป Mozilla ก็ยังคงให้ตัวเลือกเหมือนเดิม คือสามารถปิดฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ได้ หากไม่ต้องการใช้งาน จุดนี้สะท้อนถึงแนวทางของ Mozilla ที่ยังคงให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและการควบคุมของผู้ใช้
กรณีของ Mozilla แสดงให้เห็นว่า AI เริ่มมีบทบาทในงานความปลอดภัยไซเบอร์อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น แน่นอนว่ายังไม่ได้เก่งเท่ามนุษย์ แต่สามารถช่วยลดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพในการหาช่องโหว่ได้ ซึ่งในระยะสั้น AI อาจยังเป็น ‘ผู้ช่วย’ มากกว่า ‘ตัวแทน’ แต่ถ้าพัฒนาไปเรื่อย ๆ ก็มีโอกาสกลายเป็นเครื่องมือสำคัญของคนที่ทำงานด้าน Cybersecurity ในอนาคต
อ้างอิง: engadget
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด