บริษัท ซีพี ออลล์ จํากัด (มหาชน) หรือ CPALL ได้รายงานผลการดําเนินงานประจําปี 2562 มีกําไรสุทธิจํานวน 22,343 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.8 จากปีก่อน เนื่องจากบริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น และ บริษัทมีต้นทุนทางการเงินที่ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน

ปี 62 CPALL รายได้รวม 571,110 ล้านบาท โตจากปีก่อนร้อยละ 8.3

ในรอบปี 2562 ที่ผ่านมา บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 571,110 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2561 คิดเป็นร้อยละ 8.3 ทั้งนี้รายได้จากการขายสินค้าและบริการ มีจํานวน 550,901 ล้านบาท เพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 8.4 จากธุรกิจร้านสะดวกซื้อ รวมถึงจากธุรกิจศูนย์จําหน่ายสินค้าระบบสมาชิกแบบชําระเงินสดและบริการตนเองภายใต้ชื่อ “สยามแม็คโคร” ซึ่งเป็นไปตาม กลยุทธ์ของบริษัทและบริษัทย่อยในการนําเสนอสินค้าและบริการได้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องและ เหมาะสม รวมถึงการขยายสาขาเพื่อรองรับกับการพัฒนาวิถีการดําเนินชีวิตของลูกค้า และให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าได้ อย่างสะดวก

รายได้รวมก่อนหักรายการระหว่างกัน แบ่งสัดส่วนตาม 3 ธุรกิจหลัก มีดังนี้ (กลุ่ม 1) รายได้จากธุรกิจร้านสะดวกซื้อ มีสัดส่วนร้อยละ 59 (กลุ่ม 2) รายได้จากธุรกิจค้าส่งแบบชําระเงินสดและบริการตนเองมีสัดส่วนร้อยละ 34 และ (กลุ่ม 3) รายได้จากธุรกิจอื่นๆ ในประเทศไทยมีสัดส่วนร้อยละ 7 ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้ของทั้ง 3 กลุ่มอยู่ในระดับเดียวกันเมื่อเปรียบเทียบ กับปีก่อน

 7Eleven ยังยืนหนึ่ง CPALL ตั้งเป้าหมายเปิดสาขาปีละ 700 แห่ง

สำหรับกลุ่มธุรกิจร้านสะดวกซื้อ บริษัทมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายร้านสาขาในทําเลที่ดี เพื่ออํานวยความสะดวกและเข้าถึงความต้องการของลูกค้าใน ทุกชุมชน ทั้งในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ในรูปแบบของร้านบริษัท ร้าน Store Business Partner (SBP) และ ร้านค้าที่ได้รับสิทธิช่วงอาณาเขต รวมถึงการพัฒนาร้านในสถานีบริการน้ํามันและร้านที่ตั้งเป็นเอกเทศ (Standalone) โดยตั้งเป้าหมายที่จะขยายสาขาจํานวน 700 สาขาต่อปี โดยในระหว่างปี 2562 ธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อได้มีการขยายสาขา 7Eleven ทั้งร้านบริษัท ร้านSBP และร้านค้าที่ได้รับสิทธิช่วงอาณาเขต รวมทั้งสิ้น 724 สาขา ตามเป้าหมาย

ดังนั้น ณ สิ้นปี 2562 บริษัทมีจํานวนร้านสาขาทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 11,712 สาขา แบ่งเป็นร้านบริษัท 5,215 สาขา (คิดเป็นร้อยละ 45) เพิ่มขึ้น 321 สาขา ร้านSBP 5,687 สาขา (คิดเป็นร้อยละ 48) เพิ่มขึ้น 351 สาขา และร้านค้าที่ได้รับสิทธิช่วงอาณาเขต 810 สาขา (คิดเป็นร้อยละ 7) เพิ่มขึ้น 52 สาขา

ในด้านของผลิตภัณฑ์และการบริการ บริษัทยังคงมุ่งพัฒนาไปสู่การเป็นร้านอิ่มสะดวกเต็มรูปแบบ บริษัทมีการ พัฒนาสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม และเพิ่มเมนูสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างดีจากลูกค้าที่ต้องการ ความสะดวกและรวดเร็วในการดําเนินชีวิตประจําวัน ซึ่งในปี 2562 สัดส่วนของรายได้จากการขาย ร้อยละ 71.2 มาจากสินค้า กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม และร้อยละ 28.8 มาจากสินค้าอุปโภคไม่รวมบัตรโทรศัพท์ ทั้งนี้สัดส่วนรายได้จากสินค้ากลุ่มอาหาร และเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 70.1 ของปีก่อน เป็นสาเหตุมาจากสินค้าประเภทอาหารพร้อมทานและเครื่องดื่มมีอัตราการ เติบโตในระดับที่สูง ในขณะที่สินค้าอุปโภคมีการเติบโตในระดับต่ำ อาทิ บุหรี่

และด้วยผลสําเร็จของแผนกลยุทธ์การขยายสาขา และการนําเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ อย่างเหมาะสม ส่งผลให้ในปี 2562 ธุรกิจร้านสะดวกซื้อมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการรวม 334,061 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 25,218 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 8.2 ในขณะที่ยอดขายเฉลี่ยของร้านเดิมในปี 2562 มีอัตราการเติบโต เท่ากับร้อยละ 1.7 โดยมียอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวัน เท่ากับ 82,928 บาท มียอดซื้อต่อบิลโดยประมาณเท่ากับ 70 บาท ในขณะที่จํานวนลูกค้าต่อสาขาต่อวันเฉลี่ย 1,187 คน

นอกจากนี้ ธุรกิจร้านสะดวกซื้อยังมีรายได้อื่นอีกจํานวน 19,920 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,415 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้นร้อย 7.6 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าสิทธิและรายได้ที่เกี่ยวข้องกับค่าสิทธิจากการที่ร้านSBP มี จํานวนเพิ่มขึ้น รวมถึงรายได้ค่าส่งเสริมการขาย ซึ่งเกิดจากการจัดรายการส่งเสริมการขายร่วมกับคู่ค้าเพื่อกระตุ้นยอดขาย อาทิ รายการสิทธิแลกซื้อสินค้า รายการแสตมป์สะสมแลกของที่ระลึก เป็นต้น

ส่วนกลุ่มธุรกิจอื่นประกอบด้วยธุรกิจตัวแทนรับชําระค่าสินค้าและบริการ ธุรกิจผลิตและจําหน่ายอาหารสําเร็จรูป ธุรกิจ จําหน่ายและบริการอุปกรณ์ค้าปลีก และธุรกิจอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่ให้บริการสนับสนุนร้าน 7-Eleven เป็นหลัก โดยบริษัทไม่หยุด นิ่งที่จะคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านของสินค้าและบริการที่นําเสนอ ให้กับลูกค้าภายในร้าน 7-Eleven รวมถึงการพัฒนาช่องทางและรูปแบบการจําหน่ายสินค้าใหม่ๆ อาทิ อีคอมเมิร์ซ ซึ่งช่วยให้ ลูกค้ามีความสะดวกสบายมากขึ้น และสร้างการเติบโตของรายได้ในอนาคต

คาดการณ์และแนวโน้มธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ในปี 63

เป้าหมายการขยายสาขา : บริษัทวางแผนที่จะลงทุนขยายเครือข่ายร้านสาขาต่อเนื่องไปตามการขยายตัวของชุมชน โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ แหล่งท่องเที่ยว รวมถึงทําเลที่มีศักยภาพอื่นๆ เพื่อ อํานวยความสะดวกและเข้าถึงความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด โดยบริษัท ได้กําหนดเป้าหมายใหม่ที่จะขยายสาขาให้ครบ 13,000 สาขา ภายในปี 2564 ทั้งนี้ บริษัทวางแผนที่จะลงทุนเปิดร้านสาขาใหม่อีกประมาณ 700 สาขาในปี 2563

ประมาณการรายได้จากการขายและบริการ : คาดว่าจะยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยอัตราการเติบโตของรายได้ ส่วนใหญ่มา จากอัตราการเติบโตของยอดขายจากร้านสาขาใหม่ และอัตราการเติบโตของ ยอดขายเฉลี่ยจากร้านเดิมซึ่งคาดว่าจะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับอัตราการ ขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ อาทิ ระดับของอัตราเงิน เฟ้อ การขยายตัวของการบริโภคภายในประเทศ เป็นต้น 

ประมาณการงบลงทุน : คาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 11,500 - 12,000 ล้านบาท มีรายละเอียดดังนี้

 • การเปิดร้านสาขาใหม่ 3,800 - 4,000 ล้านบาท

 • การปรับปรุงร้านเดิม 2,400 - 2,500 ล้านบาท

• โครงการใหม่, บริษัทย่อยและศูนย์กระจายสินค้า 4,000 - 4,100 ล้านบาท

• สินทรัพย์ถาวร และระบบสารสนเทศ 1,300 - 1,400 ล้านบาท


RELATED ARTICLE

Responsive image

CP ALL ได้สัญญาตั้ง 7-Eleven ในประเทศกัมพูชา 30 ปี

ก่อนหน้านี้กลุ่ม CP ALL ได้เตรียมบุกตลาด CLMV โดยตั้งสาขาที่ลาวและกัมพูชา ล่าสุด CP ALL (ซีพี ออลล์) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการเข้าทำสัญญาแฟรชไชนส์ ตั้งและดำเน...

Responsive image

7-Eleven ตั้งบริษัทใหม่ 'ALL Wellness' ธุรกิจดูแลสุขภาพกับชุมชนด้วยดิจิทัล

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ทำเอกสารถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แจ้งมติทีประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 6/2561 บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 9 สิงห...

Responsive image

กลุ่ม CP All บุกตลาด CLMV ส่ง 'เซเว่น' เปิดแฟรนไชส์ที่ลาวและกัมพูชา

ร้านสะดวกซื้อที่ได้รับความนิยมในไทยมากที่สุดอย่าง 7- Eleven 'เซเว่นอีเลฟเว่น' เตรียมบุกลาวและกัมพูชา โดยจะเปิดเป็นแฟรนไชส์ให้บริการในประเทศลาว ภายในไตรมาส 2/2562 นี้......