
สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT) นำโดย คุณศุภชัย เจียรวนนท์ และ ม.ร.ว. นงคราญ ชมพูนุท ได้จัดงาน DCT Digital Policy Conference และคณะกรรมการ จัดการประชุม DCT Digital Policy Conference ข้อเสนอนโยบายจากภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมดิจิทัล ระดมความคิดเห็นจาก 6 ภาคอุตสาหกรรมดิจิทัล เพื่อส่งสัญญาณสำคัญถึงรัฐบาลและภาคอุตสาหกรรม ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องยกระดับ "อุตสาหกรรมดิจิทัล" ให้เป็นวาระแห่งชาติ
Techsauce สรุปประเด็นสำคัญและ 5 นโยบายที่จะเปลี่ยนโฉมหน้า Digital Landscape ของไทย

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสผู้ร่วมก่อตั้งสภาดิจิทัลฯ กล่าวถึงความสำคัญของการยกระดับอุตสาหกรรมดิจิทัลในฐานะกลไกเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ โดยระบุว่าการกำหนดนโยบายด้านดิจิทัลจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และกำลังคน สามารถตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจในระยะยาวได้อย่างแท้จริง พร้อมทั้งผลักดันให้ข้อเสนอจากอุตสาหกรรมดิจิทัลได้รับการบูรณาการเข้าสู่กระบวนการกำหนดนโยบายระดับชาติอย่างเป็นรูปธรรม
ประเทศไทยมีศักยภาพที่นานาชาติให้การยอมรับ และเป็นจุดหมายปลายทางที่ธุรกิจขนาดใหญ่ระดับโลกให้ความสนใจ ด้วยความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่เชื่อมต่อกับเพื่อนบ้านอย่างลาวและเมียนมา ทำให้ไทยมีความโดดเด่นมากกว่าเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซียหรือสิงคโปร์ในบางมิติ และมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอิทธิพลทางเทคโนโลยีในระดับสากลได้ไม่ยาก

ม.ร.ว. นงคราญ ชมพูนุท ประธานสภาดิจิทัลฯ กล่าวว่าอุตสาหกรรมดิจิทัลคือฟันเฟืองสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ แต่ไทยยังเผชิญความท้าทายทั้งด้านการขาดแคลนบุคลากรและการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ DCT จึงรวบรวมข้อเสนอจาก 6 อุตสาหกรรมดิจิทัลหลัก ได้แก่
เพื่อนำเสนอ 5 นโยบายเร่งด่วนในการเปลี่ยนประเทศไทยจาก “ผู้ใช้เทคโนโลยี” สู่การเป็น “ศูนย์กลางการพัฒนาและลงทุนด้านดิจิทัล” ในระดับภูมิภาค
DCT เสนอ 5 แนวทางหลักที่ต้องรีบทำทันที เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ครบทุกมิติ:
Digital Workforce & Cyber Resilience
ตั้งเป้าปั้นบัณฑิตสาย STEM ให้ถึง 50% เพิ่มทักษะ Coding ในประชากรเป็น 16% เพื่อรองรับ AI
ยกระดับมาตรฐาน Cybersecurity ระดับชาติ และต่ออายุ Thailand Plus Package เพื่อจูงใจการจ้างงานทักษะสูง
Digital Sovereignty & Competitiveness สร้างอธิปไตยดิจิทัลลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ
ผลักดันนโยบาย Made by Thailand ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
สร้างระบบติดตาม Data ดุลการค้าดิจิทัลแบบเรียลไทม์ร่วมกับแบงก์ชาติและศุลกากร
AI Governance & Startup Ecosystem: ดัน National AI Board และตั้งศูนย์ AI COE (Center of Excellence)
ยกระดับ Startup เป็นวาระแห่งชาติ ตั้งเป้าสร้าง 10,000 ราย
ใช้กลไก Government Co-Investment เพื่ออัดฉีดเงินทุนเทียบเท่าระดับสากล
Inclusive Transformation ลดความเหลื่อมล้ำด้วยการทำเว็บไซต์/บริการรัฐตามมาตรฐาน WCAG ให้ผู้พิการและกลุ่มเปราะบางเข้าถึง Digital Services ได้อย่างเท่าเทียม
Digital Industry Competitiveness ยกระดับ 6 อุตสาหกรรมหลัก (Infra, Hardware, Software, Content, Service, Smart Devices) เช่น การผลิต Advanced Chip และการสร้าง National Software Champion
ประธานสภาดิจิทัลฯ หรือ DCT ระบุว่า หากรัฐบาลรับข้อเสนอและกำหนดโรดแมปชัดเจน จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมหาศาล เพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการไทย และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว

ในงานนี้ ดร. เวทางค์ พ่วงทรัพย์ (สดช.) และ คุณสุทธิเกตติ์ ทัดพิทักษ์กุล (BOI) มองว่า เศรษฐกิจดิจิทัลคือความหวังใหม่ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำ โดย BOI พร้อมสนับสนุนการลงทุนด้าน Data Center และ AI เต็มสูบ เพื่อให้ไทยเป็น Hub ของภูมิภาคอย่างสง่างาม

การขยับตัวของ DCT ในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเสนอไอเดีย แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานที่ไทยขาดมานาน ทั้งเรื่อง Digital Sovereignty และการปั้น Workforce ระดับ Global มาตรฐาน หากรัฐบาลสามารถนำข้อเสนอเหล่านี้ไปปฏิบัติจริงเป็นโรดแมปที่ชัดเจน เราอาจจะได้เห็นประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นแถวหน้าใน Digital Map ของโลกได้เร็วกว่าที่คิดครับ
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด