แอบเปิดตัว DeepSeek V3.1 โมเดลโอเพ่นซอร์สจากจีน ที่ออกมาแข่ง GPT-5 ตัวล่าสุด

ตอนนี้ทั่วโลกกำลังจับตา DeepSeek สตาร์ทอัพจากหางโจว ประเทศจีน ที่ล่าสุดปล่อย DeepSeek V3.1 โมเดลใหม่ที่หลายคนยกให้เป็นหนึ่งในระบบ AI ที่ทรงพลังที่สุดในตอนนี้ จุดที่ทำให้หลายฝ่ายประหลาดใจก็คือ บริษัทเลือกเปิดตัวแบบเงียบ ๆ เพียงอัปโหลดขึ้นแพลตฟอร์ม Hugging Face โดยไม่มีงานแถลงข่าวใหญ่โต แต่กลับสร้างกระแสในชุมชน AI ไปทั่วโลก

สิ่งที่ทำให้ V3.1 น่าจับตามีทั้ง พลังการประมวลผลระดับท็อป และ การเปิดให้ใช้งานแบบโอเพ่นซอร์ส ซึ่งแตกต่างจากโมเดลของสหรัฐฯ อย่าง OpenAI หรือ Anthropic ที่ยังคงเป็นระบบปิด ต้องเข้าผ่าน API และมีค่าใช้จ่ายสูง

ทำไม DeepSeek V3.1 ถึงสะเทือนโลกอีกครั้ง ?

หนึ่งในจุดแข็งที่ทำให้ DeepSeek V3.1 ถูกพูดถึงอย่างมากคือ พลังการประมวลผลมหาศาล โมเดลนี้ถูกออกแบบด้วยพารามิเตอร์มากถึง 685,000 ล้านตัว ซึ่งถือว่ามากกว่าหลายโมเดลชื่อดังจากสหรัฐฯ จุดเด่นอีกอย่างคือการรองรับ context window ขนาด 128k หรือความสามารถในการประมวลผลข้อมูลที่ยาวเท่ากับหนังสือกว่า 400 หน้าในครั้งเดียว ซึ่งช่วยให้ AI เข้าใจบริบทที่ซับซ้อนและต่อเนื่องได้ดีกว่าเดิม

นอกจากพลังการประมวลผลแล้ว V3.1 ยังมีจุดแข็งด้านความเร็วในการตอบสนอง โดยทั่วไปแล้ว AI ที่เน้นการใช้เหตุผลเชิงลึกมักใช้เวลาหลายนาทีในการประมวลผลคำสั่งที่ซับซ้อน แต่ DeepSeek V3.1 สามารถให้คำตอบได้เร็วกว่ามาก จุดนี้ทำให้มันเหมาะสำหรับการใช้งานจริงที่ต้องการผลลัพธ์ทันที เช่น แชตบอทบริการลูกค้า หรือแพลตฟอร์มช่วยเขียนโค้ด

และอีกสิ่งที่สร้างความแตกต่างคือเรื่องต้นทุน งานโค้ดดิ้ง 1 ครั้งบน V3.1 ใช้เงินเพียง 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะที่คู่แข่งบางรายมีต้นทุนสูงถึงเกือบ 70 ดอลลาร์สหรัฐฯ หากเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มีการประมวลผลหลายพันครั้งต่อวัน ความแตกต่างนี้อาจหมายถึงการประหยัดงบประมาณได้หลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี

และที่สำคัญที่สุดคือ สถาปัตยกรรมแบบ Hybrid ที่ DeepSeek พัฒนาขึ้นมา เพราะมันสามารถผสานการสนทนา การให้เหตุผล และการเขียนโค้ดไว้ในโมเดลเดียวอย่างลงตัว ต่างจากความพยายามในอดีตของหลายบริษัทที่เมื่อรวมหลายความสามารถแล้วกลับทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมตกลง แต่ DeepSeek V3.1 แก้จุดอ่อนนี้ได้สำเร็จ กลายเป็นโมเดลที่ครบเครื่องในการใช้งานจริง

กลยุทธ์ที่แตกต่างคือ โอเพ่นซอร์สเต็มรูปแบบ

ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ อย่าง OpenAI เลือกเปิดให้เข้าถึงโมเดลแบบจำกัดและต้องเสียเงิน DeepSeek กลับใช้แนวทางตรงข้ามคือ ปล่อยโมเดลให้ดาวน์โหลดไปใช้ได้เลย นี่ไม่ใช่แค่การตัดสินใจด้านธุรกิจ แต่เป็นการส่งสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ว่า จีนมอง AI เป็นสินค้าสาธารณะที่ควรเปิดให้คนเข้าถึงเพื่อเร่งนวัตกรรม ขณะที่สหรัฐฯ มองว่า AI เป็นทรัพย์สินที่ต้องปกป้องและสร้างรายได้

หลังอัปโหลดขึ้น Hugging Face ไม่กี่ชั่วโมง DeepSeek V3.1 ก็พุ่งขึ้นอันดับความนิยม นักพัฒนาและนักวิจัยทั่วโลกรีบดาวน์โหลดมาทดสอบ พบว่า:

  • ทำคะแนน 71.6% บน Aider benchmark สูงกว่าบางโมเดลชั้นนำ เช่น Claude Opus 4 ของ Anthropic
  • มีนักวิจัยพบว่า DeepSeek ฝังโทเคนพิเศษที่เปิดทางให้ใช้งานฟังก์ชันใหม่ ๆ เช่น การเชื่อมต่อเว็บแบบเรียลไทม์ หรือการประมวลผลเหตุผลภายในที่ลึกขึ้น
  • นักพัฒนาชื่นชมเพราะเป็นคุณภาพระดับท็อป แต่เข้าถึงได้ฟรี ต่างจากระบบปิดที่มีข้อจำกัดมากมาย

อ้างอิง: venturebeat, scmp

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เปิดแผน 5 ยุทธศาสตร์การลงทุนใหม่ของไทย ดึง AI ชิป การเงินสีเขียว และการแพทย์ ขับเคลื่อนประเทศ

คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ ภายใต้คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ กรอ. เห็นชอบกรอบ 5 ยุทธศาสตร์เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยผ่านการลง...

Responsive image

Gemini Robotics ER 2 มาแล้ว สมองกล AI จาก DeepMind ดูวิดีโอเป็น แก้งานผิดเองได้ สั่งหุ่นยนต์หลายตัวทำงานร่วมกันได้

Google DeepMind เปิดตัว Gemini Robotics ER 2 โมเดล AI ที่เป็นสมองระดับสูงให้หุ่นยนต์ ดูวิดีโอต่อเนื่อง แก้งานผิดเองได้ และสั่งหุ่นยนต์หลายตัวทำงานร่วมกัน เปิดให้นักพัฒนาใช้แล้วผ่าน...

Responsive image

บีโอไอเร่งปั้นไทยเป็นฐานผลิตโฟโตนิกส์โลก รับเม็ดเงินลงทุนกว่า 8 หมื่นล้าน

บีโอไอเดินหน้าส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมโฟโตนิกส์ (Photonics) เทคโนโลยีที่เป็นหัวใจของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยุค AI ล่าสุดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีโครงการขอรับการส่งเสริมแล้วถึง 79...