สมรภูมิแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นระอุขึ้นอีกครั้ง เมื่อ Facebook ประกาศเปิดตัวโปรแกรมสร้างรายได้ใหม่ล่าสุดในชื่อ Creator Fast Track มุ่งเป้าดึงดูดครีเอเตอร์ที่มีฐานแฟนคลับแน่นหนาจาก TikTok และ YouTube ให้หันมาสร้างคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มของตน โดยงัดกลยุทธ์เด็ดการันตีรายได้ และดันยอด Reach เพื่อแก้ Pain Point การต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่บนแพลตฟอร์มอื่น
โดยในปี 2025 ที่ผ่านมา แพลตฟอร์มได้จ่ายเงินให้ครีเอเตอร์ไปแล้วเกือบ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 35% แบบ YoY) ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และกว่า 60% ของเม็ดเงินเหล่านี้ถูกจ่ายให้กับคอนเทนต์ประเภท Reels
นี่คือสรุปประเด็นสำคัญที่ครีเอเตอร์และนักการตลาดต้องรู้จากการขยับตัวครั้งใหญ่ของ Facebook

ครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตาม 100,000 คนขึ้นไป (บน Instagram, TikTok หรือ YouTube) จะได้รับการันตีรายได้ที่ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ/เดือน และหากมีผู้ติดตามทะลุ 1 ล้านคน จะขยับขึ้นเป็น 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ/เดือน
และที่น่าสนใจไปมากกว่านั้น คือ ปลดล็อกการสร้างรายได้ทันที โดยผู้เข้าร่วมโปรแกรมไม่ต้องรอทำยอดให้ผ่านเกณฑ์ปกติของ Facebook แต่สามารถเปิดรับรายได้จากโพสต์ต่าง ๆ ได้ทันที และสิทธิ์นี้จะยังคงอยู่แม้จบโปรแกรม 3 เดือนแรกไปแล้ว
Facebook จะช่วยบูสต์การเข้าถึงของวิดีโอ Reels ที่เข้าเงื่อนไข เพื่อช่วยเร่งการเติบโตของฐานผู้ติดตามบนแพลตฟอร์มให้เร็วขึ้น
Yair Livne รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์สำหรับครีเอเตอร์ของ Facebook เปิดเผยเบื้องหลังกลยุทธ์นี้ว่า แพลตฟอร์มรับฟังฟีดแบ็กจากครีเอเตอร์ชื่อดังหลายคนที่มองว่า การเริ่มต้นสร้างคอมมูนิตี้ใหม่บน Facebook เป็นเรื่องที่เหนื่อยและท้าทายเกินไป
จุดที่น่าสนใจคือ Facebook ไม่ได้บังคับว่าต้องเป็นคอนเทนต์ใหม่หรือทำแบบ Exclusive ให้แพลตฟอร์มเท่านั้น ครีเอเตอร์สามารถนำผลงาน Best Hits หรือคลิปเก่าที่เคยปังบนแพลตฟอร์มอื่นมาโพสต์ลง Facebook ก็เข้าเงื่อนไขของโปรแกรมนี้เช่นกัน
ถือเป็นการลดแรงเสียดทานในการย้ายแพลตฟอร์มได้อย่างชาญฉลาด นอกจากนี้ หากผ่านไป 3 เดือนแล้ว ครีเอเตอร์ยังตั้งไข่ไม่ได้ Facebook ก็จะยังช่วยดันยอด Reach ให้ต่อไปจนกว่าจะมีฐานผู้ชมที่แข็งแรง
เพื่อช่วยให้ครีเอเตอร์บริหารจัดการและทำความเข้าใจแหล่งที่มาของรายได้ได้ดีขึ้น Facebook จึงเตรียมปล่อยตัวชี้วัดใหม่ ได้แก่:
การเดินหมากครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า Meta เอาจริงกับการแย่งชิงเวลา และความสนใจของผู้ใช้งานผ่านตัวครีเอเตอร์ระดับท็อป ซึ่งต้องจับตาดูต่อไปว่า ฝั่ง TikTok และ YouTube จะมีการงัดไม้เด็ดอะไรออกมาตอบโต้ในเร็วๆ นี้หรือไม่
อ้างอิง: techcrunch
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด