Facebook พัฒนา AI ตรวจจับพฤติกรรมผู้ใช้ ป้องกันการฆ่าตัวตาย

Facebook อัพเกรด AI tools ให้ตรวจพฤติกรรมผู้ใช้ที่จะฆ่าตัวตายได้ดีขึ้น ช่วยให้ติดต่อไปยังผู้ที่กำลังจะคิดฆ่าตัวตายได้เร็วกว่าเดิม 100 เท่า

Mark Zuckerberg แถลงผ่าน Facebook ส่วนตัว โดยระบุว่า Facebook อัพเกรด AI tools ที่ใช้ตรวจสอบความรู้สึกผู้คนที่คิดอยากจะฆ่าตัวตายบน Facebook เพื่อให้สามารถช่วยคนเหล่านั้นได้อย่างทันที ในเดือนที่ผ่านมา AI tools ดังกล่าวช่วยให้ Facebook ติดต่อกับผู้ที่กำลังจะคิดค่าตัวตายได้เร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 100 เท่า

โดย AI tools จะใช้ Pattern Recognition ในการตรวจจับอากัปกิริยาต่าง ๆ จากโพสต์ คอมเมนต์และ Facebook Live ของผู้ใช้งานรวมไปถึงเพื่อนผู้ใช้งาน และระบบจะรายงานมายังทีมของ Facebook ในทันที ช่วยให้ Facebook ติดต่อกับผู้ที่กำลังจะคิดค่าตัวตายได้เร็วขึ้น

รวมไปถึงการพัฒนาระบบตรวจสอบว่าผู้ใช้ Facebook คนนี้คิดจะฆ่าตัวตายให้แม่นยำขึ้นอีกด้วย

ในอนาคต Facebook จะพัฒนา AI tools ให้เข้าใจการใช้คำที่แนบเนียนหรือมีนัยแฝงได้มากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการพัฒนาระบบให้สามารถตรวจจับการถูกกลั่นแกล้งหรือการสร้างความเกลียดชังได้

"หลายคนกลัวว่า AI อาจจะเป็นอันตรายในอนาคต แต่ฟีเจอร์นี้ก็ทำให้เห็นว่า AI สามารถช่วยให้คนยังมีชีวิตอยู่ได้" Mark กล่าว

การฆ่าตัวตายเป็นหนึ่งในสาเหตุการตายสำคัญของคนรุ่นใหม่ โดย Facebook ทำงานร่วมกับ Partner อย่าง Save.org, National Suicide Prevention Lifeline '1-800-273-TALK (8255)', Forefront Suicide Prevent เพื่อพัฒนาระบบให้ดีขึ้นในอนาคต รวมไปถึงการหาอาสาสมัครตรวจสอบผู้ที่จะคิดฆ่าตัวตายให้มีมากยิ่งขึ้น

ก่อนหน้านี้ Facebook เปิดตัวระบบตรวจจับการฆ่าตัวตายให้ใช้ได้ทั่วโลกไปเมื่อเดือนมีนาคม 2016 และมีการปรับปรุงระบบดังกล่าวเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ที่มา: Facebook ของ Mark Zuckerberg และ Facebook Newsroom

 

ความคิดเห็นกองบรรณาธิการ

นี่ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ดีของ Facebook ที่พยายามแก้ไขปัญหาเรื่องการฆ่าตัวตายที่มีเกิดขึ้นอยู่ไม่น้อย การช่วยเหลือถือเป็นเรื่องที่ดีเพื่อลดการสูญเสียของคนรอบตัวหรือครอบครัวของผู้ที่คิดฆ่าตัวตายได้

แต่อย่างไรก็ดี ปัญหาทางสังคมมีเกิดขึ้นมากมายอยู่ทุกวัน นับเป็นความท้าทายอย่างยิ่งที่ Facebook จะพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นให้ทันได้อย่างไร

นับเป็นเรื่องที่น่าติดตามต่อไป

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ภาพใหม่ของจีนในยุค China Opportunity 2.0 สรุป Keynote จาก Li Qiang ในงาน Summer Davos 2026

บนเวที Summer Davos 2026 ที่เมืองต้าเหลียน Li Qiang นายกรัฐมนตรีจีน ได้ขึ้น Keynote สำคัญเพื่ออธิบายเศรษฐกิจจีนผ่าน 4 คำ คือ Stability, Innovation, Dynamism และ Integration...

Responsive image

8 หน่วยงานรัฐจับมือเปิดตัว ‘Thailand FastPass’ เปลี่ยนรัฐจากผู้กำกับดูแลสู่ผู้อำนวยความสะดวก ร่นเวลาอนุมัติลงทุนได้ถึง 50%

รัฐบาลเปิดตัว Thailand FastPass ผนึก 8 หน่วยงานรัฐลงนาม MOU ร่นเวลาอนุมัติลงทุน 20-50% มอบบัตรล็อตแรก 25 โครงการ มูลค่า 223,000 ล้านบาท ดันเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจรวมกว่า 700,000 ล...

Responsive image

อนาคตของคนในโรงงาน ไม่ได้ถูกแทนที่ แต่จะถูกย้ายจากการทำซ้ำไปสู่การกำกับระบบ สรุปคู่มือการเปลี่ยนผ่านสู่โรงงานอัจฉริยะ จาก World Economic Forum

รายงาน Human Machine Collaboration in Industrial Operations ของ World Economic Forum ร่วมกับ Accenture กำลังตั้งคำถามตัวโตว่า เราจะขยับจากการเพิ่มจำนวนหุ่นยนต์ในไลน์ผลิต หรือจำนวนร...