Family Mart ในญี่ปุ่นเตรียมใช้หุ่นยนต์ช่วยเติมสต็อกเครื่องดื่ม แก้ปัญหาขาดแคลนพนักงาน

Family Mart เครือร้านสะดวกซื้อเจ้าใหญ่จากญี่ปุ่น เตรียมนำหุ่นยนต์ที่ควบคุมด้วยระบบ AI มาช่วยเติมสต็อกตู้แช่เครื่องดื่ม เพื่อช่วยทดแทนการขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรงหลังจากการระบาดของโควิด-19 กลับสู่ภาวะปกติ คาดช่วยลดปริมาณงานตามสาขาได้ถึง 20 % และช่วยให้ร้านค้าประหยัดค่าแรงได้ถึง 10 ชั่วโมงต่อวัน 


จากรายงานของ Nikkei Asia หุ่นยนต์ดังกล่าวที่มีชื่อว่า TX SCARA นี้ ผลิตโดยบริษัท Telexistence สตาร์ทอัพในโตเกียว โดยโปรเจ็คนี้ของ Telexistence ได้อาศัยความร่วมมือจาก NVIDIA และ Microsoft Japan โดยใช้เทคโนโลยี GPU-accelerated AI  ของ NVIDIA  และควบคุมหุ่นยนต์ผ่านแพลตฟอร์ม Microsoft Azure

ขอบคุณภาพจาก Nikkei Asia

ซึ่งจะถูกนำไปใช้ใน Family Mart กว่า 300 สาขา ภายในสิ้นเดือนมกราคม ปี 2025 เพื่อช่วยเติมสต็อกบนชั้นวางเครื่องดื่ม  โดยหุ่นยนต์ AI นี้ใช้เทคโนโลยีการจดจำภาพ (Image Recognition Technology) ที่สามารถช่วยเติมสินค้าได้เองโดยอัตโนมัติ และรู้ว่าจะต้องเติมเครื่องดื่มอะไร ตอนไหน โดยสามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง และเติมเครื่องดื่มได้มากกว่า 1,000 ชิ้นต่อวัน ทำให้ร้านค้าไม่จำเป็นต้องพึ่งแรงงานมนุษย์เลยในส่วนนี้

ในอีกทางหนึ่ง ร้านค้าที่มีการใช้หุ่นยนต์จะช่วยให้ร้านค้ามีรายได้สูงมากขึ้น เพราะพนักงานร้านค้าที่ปกติจะต้องเติมสต็อกเครื่องดื่มเอง ก็จะมีเวลามากขึ้นในการบริการลูกค้าหรือเตรียมผลิตภัณฑ์ส่วนอื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่น ของทอดซึ่งเป็นประเภทอาหารที่ทำรายได้ให้กับร้านสูง 

ปัญหาของภาคค้าปลีกในญี่ปุ่นนั้น คืออัตราแรงงานที่ลงกับประสิทธิภาพที่ได้นั้นสวนทางกัน จากการสำรวจของรัฐบาลญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้ว พนักงานค้าปลีกหนึ่งคนจะสร้างผลิตภาพได้ 4.94 ล้านเยน ซึ่งน้อยกว่าผลิตภาพจากแรงงานในอุตสาหกรรมทั่วไปเกือบครึ่ง (10.73 ล้านเยน)

การขยับของ Family Mart ในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการคาดการณ์ปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะปกติจากการระบาดของโควิด-19 ด้วยสถานการณ์ที่อุตสาหกรรมค้าปลีกมีความสามารถในการผลิตต่ำ การใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ก็เป็นวิธีที่บริษัทจะเพิ่มความสามารถในการแข่งขันได้ และนอกจาก Family Mart จะเป็นร้านสะดวกซื้อรายใหญ่แห่งแรกของญี่ปุ่นที่ใช้หุ่นยนต์มาช่วยงานในร้านแล้ว ยังได้พัฒนาระบบการทำงานหลายอย่างให้เป็นอัตโนมัติ เนื่องจากมองว่าจะช่วยลดปริมาณการใช้แรงงาน โดยมีเป้าหมายที่จะขยายกลุ่มการจ้างงานและรักษาพนักงานไว้อีกด้วย 

อ้างอิง : NikkeiAsia , einnews.com

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Agoda ใช้กรุงเทพฯ เป็นสำนักงานภูมิภาคใหญ่ที่สุดของบริษัท และเป็นฐานพัฒนาเทคโนโลยี จ้างงานในไทยกว่า 4,500 คน

บีโอไอเปิดเผยหลังเยี่ยมชมและหารือกับผู้บริหาร Agoda ที่ One Bangkok เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ว่าบริษัทใช้กรุงเทพฯ เป็นที่ตั้งสำนักงานภูมิภาคแห่งใหญ่ที่สุดของ Agoda ทั่วโลก และเป็น...

Responsive image

บีโอไอ เผย 4 ปี LTR Visa ดึงต่างชาติคุณภาพสูงเข้าไทย ได้ 1.2 หมื่นคน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ กว่า 4 หมื่นล้านบาท

บีโอไอ เผยผลสำเร็จวีซ่า LTR ครบ 4 ปี ดึงชาวต่างชาติคุณภาพสูงจากทั่วโลกเข้าไทยกว่า 12,000 คน สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจกว่า 43,000 ล้านบาท...

Responsive image

สยามพิวรรธน์ ปักธง “ไอคอนภูเก็ต” สัญลักษณ์ใหม่แห่งแดนใต้ สู่จุดหมายระดับโลก เปิดให้บริการ 2572

สยามพิวรรธน์เปิดตัว “ไอคอนภูเก็ต” (ICONPHUKET) โครงการแลนด์มาร์กมูลค่าการลงทุน 10,000 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด Hybrid Retail-Attraction & Entertainment Destination พร้อม 12 World-Class...