ซีอีโอ Ford เตือน ศึก EV เปลี่ยนขั้วแล้ว BYD และจีนคือมาตรฐานใหม่ ไม่ใช่ Tesla อีกต่อไป

Jim Farley

Jim Farley ซีอีโอของ Ford ออกมาพูดตรง ๆ ว่า คู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดในสงคราม EV ตอนนี้ไม่ใช่ Tesla แต่คือผู้ผลิตรถยนต์จากจีน โดยเฉพาะ BYD เขามองประเด็นนี้ไปไกลกว่าระดับองค์กร โดยชี้ว่าหากสหรัฐฯ ต้องการให้อุตสาหกรรมรถยนต์ของตัวเองแข่งขันได้ ก็ต้องหันมาจับตาจีนให้มากขึ้น ไม่ใช่โฟกัสอยู่แค่ Tesla

เมื่อ Ford เลือกดู Xiaomi แทน Tesla เพื่อประเมิน ‘คู่แข่งตัวจริง’

ในการให้สัมภาษณ์ Jim Farley ถูกถามว่าทำไมในปี 2024 เขาถึงเลือกขับ Xiaomi SU7 แทนที่จะเป็น Tesla เขาตอบตรง ๆ ว่า หากอยากให้อุตสาหกรรมรถยนต์ของสหรัฐฯ แข่งขันกับจีนได้ ก็ต้องมองให้กว้างกว่า Tesla พร้อมระบุว่า แม้ Tesla จะทำได้ดีแต่รถเขาไม่มีการอัปเดตใหม่มานานแล้ว

รถรุ่นที่เขาเลือกไปดูคือ Xiaomi SU7 ซึ่งเปิดตัวในเดือนมีนาคม 2024 เป็นรถซีดานไฟฟ้าที่พัฒนาโดยบริษัทลูกของ Xiaomi และผลิตผ่านความร่วมมือกับ Beijing Automotive Industry Holding Co.

รุ่นนี้ถูกตั้งราคาเริ่มต้นประมาณ 6,000 ดอลลาร์ และใช้แบตเตอรี่จากผู้ผลิตรายใหญ่ของจีนอย่าง BYD และ CATL ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของ ecosystem อุตสาหกรรมยานยนต์จีน

BYD คือมาตรฐานที่ Ford ต้องไล่ตาม

Jim Farley ยกให้ BYD ดีที่สุดในธุรกิจนี้ ทั้งเรื่องต้นทุน ซัพพลายเชน และความสามารถด้านการผลิต ปัจจุบัน BYD ขึ้นแท่นผู้ผลิต EV รายใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว และยังเตือนถึงขนาดของกำลังการผลิตในจีนด้วยว่า "กำลังการผลิตในจีนใหญ่มากจนสามารถรองรับตลาดอเมริกาเหนือทั้งหมดได้เลย"

แล้ว Ford จะตอบโต้ยังไง ? ในเดือนสิงหาคม Ford ประกาศโครงการ Universal Electric Vehicle หรือที่เรียกว่า "Model T ยุคใหม่ของ Ford" เป้าหมายคือสร้างกลุ่มรถ EV ราคาประหยัดบนแพลตฟอร์มเดียวกัน โดยรถคันแรกจะเป็นกระบะขนาดกลางไฟฟ้า กำหนดวางขายปี 2027 ซึ่งเขาได้บอกกับทีมว่า "ทำอะไรก็ได้ แต่ต้องออกแบบรถ EV ที่ราคาประหยัดและมีประสิทธิภาพที่สุดในโลก ดีกว่า BYD"

เมื่อเทียบตัวเลขให้เห็นชัดรถไฮบริดราคาถูกสุดของ Ford อย่าง Maverick XL เริ่มต้นที่ราว 28,000 ดอลลาร์ ขณะที่ BYD Seagull EV Honor Edition ราคาต่ำกว่า 10,000 ดอลลาร์ ซึ่ง Jim Farley ก็ได้กล่าวอีกว่าถ้าสู้เรื่องต้นทุนกับ BYD ไม่ได้ เราก็ต้องชนะด้วยด้านนวัตกรรมและประสิทธิภาพแทน

ปรับทิศทาง ถอยจาก EV เต็มรูปแบบ

ช่วงปลายปี Ford ประกาศถอยออกจากรถ EV เต็มรูปแบบอย่าง F-150 Lightning หันมาเน้นรถไฮบริดขนาดเล็กราคาประหยัดแทน การปรับทิศทางครั้งนี้บริษัทระบุในเดือนธันวาคมว่าจะมีต้นทุนอยู่ที่ราว 19,500 ล้านดอลลาร์

Jim Farley มองว่า Ford อาจไม่ชนะ BYD ในเกมราคา แต่สามารถนำแนวคิดต้นทุนต่ำมาปรับใช้ และเลือกแข่งขันในตลาดที่ตัวเองมีความเข้าใจลูกค้าและมีฐานอยู่แล้ว

อ้างอิง: inc

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Apple เด้งเตือนบนหน้าจอล็อกผู้ใช้ iPhone ใน 110 ประเทศ เมื่อระบบตรวจพบสปายแวร์รับจ้างเล็งเป้า รวมสะสมแล้วกว่า 150 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2021

Apple ส่งการแจ้งเตือนภัยคุกคามรอบใหม่ไปยังผู้ใช้ใน 110 ประเทศ เปลี่ยนจากอีเมลมาเป็นการเด้งเตือนบนหน้าจอล็อก iPhone พร้อมแนะนำให้เปิดโหมดล็อกดาวน์ ย้อนดูว่าการแจ้งเตือนแบบเดียวกันนี...

Responsive image

ญี่ปุ่นยังเชื่อมั่นไทย 5 ปีขอส่งเสริมลงทุน 3.96 แสนล้าน แต่เงินก้อนใหม่มุ่งไปที่การอัปเกรดโรงงานเดิม

บีโอไอหารือเจโทรและหอการค้าญี่ปุ่น เปิดตัวเลขคำขอส่งเสริมลงทุนญี่ปุ่น 5 ปี 1,380 โครงการ มูลค่า 396,000 ล้านบาท ผลสำรวจ 504 บริษัทชี้ ร้อยละ 59 เตรียมเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ ร้อยละ ...

Responsive image

World Bank ชี้ไทยติดท็อป 5 ประเทศที่ได้ประโยชน์จากห่วงโซ่อุปทาน AI

ธนาคารโลกเปิดรายงานล่าสุดเรื่อง AI ประจำปี 2026 ระบุว่าไทยติดอันดับ 5 ของประเทศกำลังพัฒนาที่มีโอกาสได้ประโยชน์มากที่สุดจากเม็ดเงินลงทุนที่ไหลเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของ AI ทั้งเซมิคอนด...