‘Nano Banana 2’ มาแล้ว! อัปเกรดใหม่สร้างภาพไวขึ้น คุมตัวละครได้มากขึ้น เรนเดอร์ข้อความแม่นยำขึ้น พร้อมใช้งานได้แล้ววันนี้

Google DeepMind เดินหน้าพัฒนาความสามารถด้าน AI Image Generation อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ Nano Banana กลายเป็นปรากฏการณ์ไวรัลในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว และตามมาด้วย Nano Banana Pro ในเดือนพฤศจิกายน วันนี้ Google ประกาศเปิดตัว Nano Banana 2 หรือชื่อทางเทคนิคคือ Gemini 3.1 Flash Image โมเดลสร้างภาพล่าสุดที่นำจุดเด่นของทั้งสองรุ่นก่อนหน้ามาผนวกกันอย่างลงตัว

ฉลาดและเร็ว ไม่ต้องเลือกอีกต่อไป

จุดขายหลักของ Nano Banana 2 คือการนำความฉลาดระดับ Pro มาวิ่งบนความเร็วของ Gemini Flash ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้ทั่วไปสามารถเข้าถึงฟีเจอร์ที่เคยจำกัดเฉพาะรุ่น Pro ได้แล้ว โดยความสามารถที่น่าสนใจประกอบด้วย

  • Advanced World Knowledge: โมเดลดึงข้อมูลจากฐานความรู้ของ Gemini และเชื่อมต่อกับข้อมูลเรียลไทม์จากการค้นหาเว็บ ทำให้เรนเดอร์ภาพหัวข้อเฉพาะได้แม่นยำขึ้น รวมถึงสร้างอินโฟกราฟิก แปลงโน้ตเป็นไดอะแกรม และสร้าง Data Visualization ได้ในคลิกเดียว
  • Precision Text Rendering & Translation: สร้างข้อความที่อ่านง่ายและถูกต้องสำหรับงาน Marketing Mockup หรือการ์ดอวยพร รวมถึงแปลและโลคอลไลซ์ข้อความภายในภาพเพื่อสื่อสารกับผู้ชมทั่วโลก

ยกระดับ Creative Control แบบครบวงจร

นอกจากความเร็ว Nano Banana 2 ยังปิดช่องว่างระหว่างความรวดเร็วและคุณภาพภาพอย่างจริงจัง ด้วยความสามารถใหม่ที่พัฒนาขึ้นจากรุ่นดั้งเดิม ได้แก่

  • Subject Consistency: รักษาความสม่ำเสมอของตัวละครได้สูงสุดถึง 5 ตัวละคร และวัตถุได้มากถึง 14 ชิ้นในเวิร์กโฟลว์เดียว เหมาะสำหรับการทำ Storyboard หรือสร้างเนื้อเรื่องต่อเนื่องโดยไม่ต้องกังวลว่าหน้าตาตัวละครจะเปลี่ยนไป
  • Precise Instruction Following: โมเดลปฏิบัติตามคำสั่งที่ซับซ้อนได้อย่างเคร่งครัดมากขึ้น จับ Nuance ของไอเดียได้ละเอียดขึ้น ลดช่องว่างระหว่าง "ภาพที่นึกไว้" กับ "ภาพที่ได้จริง"
  • Production-Ready Specs: รองรับ Aspect Ratio และความละเอียดตั้งแต่ 512px จนถึง 4K ให้ความยืดหยุ่นสูงไม่ว่าจะใช้กับโพสต์โซเชียลมีเดียแนวตั้งหรือภาพพื้นหลังจอไวด์สกรีน
  • Visual Fidelity Upgrade: ปรับปรุงคุณภาพแสง พื้นผิว และรายละเอียดภาพให้ชัดเจนและสมจริงมากขึ้น ในขณะที่ยังคงความเร็วระดับ Flash ไว้ได้

Nano Banana 2 เริ่ม Roll Out วันนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ Google หลายตัว

  • Gemini App: Nano Banana 2 จะเข้ามาแทนที่ Nano Banana Pro ในโมเดล Fast, Thinking และ Pro โดยผู้ที่สมัคร Google AI Pro และ Ultra ยังเข้าถึง Nano Banana Pro สำหรับงานพิเศษได้ผ่านเมนูสามจุด (Regenerate Images)
  • Google Search: พร้อมใช้งานใน AI Mode และ Lens ผ่าน Google App ทั้งบนมือถือและเดสก์ท็อป ขยายการรองรับไปยัง 141 ประเทศและดินแดนใหม่ พร้อม 8 ภาษาเพิ่มเติม
  • AI Studio + Gemini API: เปิดให้ใช้งานในรูปแบบ Preview แล้ว รวมถึงบน Google Antigravity ด้วย
  • Google Cloud (Vertex AI): เปิดให้ใช้งานแบบ Preview ผ่าน Gemini API บน Vertex AI
  • Flow: Nano Banana 2 กลายเป็นโมเดลสร้างภาพ Default สำหรับผู้ใช้ Flow ทุกคน โดยไม่หักเครดิต
  • Google Ads: พร้อมใช้งานแล้วในการสร้างแคมเปญโฆษณา

SynthID + C2PA: ก้าวต่อไปของการตรวจสอบภาพ AI

ในยุคที่ Generative Media แพร่หลายมากขึ้นเรื่อยๆ Google ยังเดินหน้าพัฒนาเครื่องมือสำหรับตรวจสอบที่มาของภาพควบคู่กันไป โดยผนวกเทคโนโลยี SynthID ซึ่งเป็น Watermarking ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เข้ากับมาตรฐาน C2PA Content Credentials ที่ให้ข้อมูลเชิงบริบทว่า AI ถูกนำมาใช้อย่างไรในกระบวนการสร้างภาพ ไม่ใช่แค่ตอบว่า "ใช่หรือไม่ใช่ภาพ AI"

ตัวเลขที่น่าสนใจคือฟีเจอร์ SynthID Verification ใน Gemini App ที่เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน ถูกใช้งานไปแล้วกว่า 20 ล้านครั้ง ครอบคลุมหลากหลายภาษา และ Google วางแผนจะนำ C2PA Verification มาเสริมใน Gemini App เร็วๆ นี้ด้วย

การเปิดตัว Nano Banana 2 ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า Google กำลังผลักดันให้เครื่องมือสร้างภาพ AI ระดับสูงเข้าถึงผู้ใช้ในวงกว้างมากขึ้น พร้อมกับสร้างความรับผิดชอบด้านความโปร่งใสของสื่อ AI ไปพร้อมกัน

ที่มา: Blog Google

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Xtremax (Thailand) ร่วมกับ AWS สนับสนุนเทคโนโลยีคลาวด์และการวิเคราะห์ข้อมูลแก่กองบัญชาการตำรวจสันติบาล รองรับการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026

Xtremax (Thailand) ร่วมกับ AWS หารือกับกองบัญชาการตำรวจสันติบาล เพื่อเตรียมสนับสนุนเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และ Data Analytics สำหรับการประชุมประจำปี IMF-World Bank Group 202...

Responsive image

Meta อัปเกรดระบบ AI ตรวจจับแอดโฆษณา ตามเช็ก ‘ลิงก์ปลายทาง’ เพื่อดักจับโฆษณาที่ชี้นำไปสู่เนื้อหาผิดกฎหมาย

Meta ได้อัปเกรดระบบ AI สำหรับตรวจจับโฆษณาให้ฉลาดขึ้นไปอีกขั้น จากเดิมที่เคยสแกนดูแค่ภาพหรือข้อความหน้าโฆษณา ตอนนี้ AI จะตามเข้าไปเช็กถึงลิงก์ปลายทางด้วย เพื่อดักจับโฆษณาที่แอบแฝงนำ...

Responsive image

เมื่อ AI ช่วยลูกค้าเลือก แบรนด์ต้องทำอย่างไรให้ถูกเลือก แกะเทคนิคการตลาดที่ควรรู้ จากงาน MKTCON2026

6 โจทย์การตลาดที่นำไปใช้ต่อได้ จากเวที MKTCON2026 ตั้งแต่พฤติกรรมผู้บริโภค AI Search ไปจนถึงการเปลี่ยนข้อมูลเป็นยอดขาย...