
Google ประกาศเปิดตัว Gemma 4 ตระกูลโมเดล AI แบบเปิดที่บริษัทเรียกว่า 'ฉลาดที่สุด' เท่าที่เคยปล่อยออกมา โดยออกแบบมาเพื่อรองรับงานการใช้เหตุผลขั้นสูงและระบบการทำงานแบบเอเจนต์โดยเฉพาะ พร้อมจุดขายสำคัญคือสามารถรันได้บนฮาร์ดแวร์หลากหลายระดับ ตั้งแต่สมาร์ทโฟน Android ไปจนถึง GPU ระดับศูนย์ข้อมูล
สิ่งที่ทำให้ Gemma 4 แตกต่างจากโมเดลขนาดใหญ่ของค่ายอื่นคือแนวคิดเรื่อง 'การเข้าถึงได้ง่าย' Google ปรับขนาดโมเดลให้สามารถรันและปรับแต่งได้อย่างมีประสิทธิภาพบนฮาร์ดแวร์ที่หลากหลาย ตั้งแต่อุปกรณ์ Android หลายพันล้านเครื่องทั่วโลก แล็ปท็อป GPU ไปจนถึงเครื่องทำงานของนักพัฒนาและตัวเร่งประมวลผล
สำหรับโมเดลฝั่งอุปกรณ์ปลายทางอย่าง E2B และ E4B นั้น Google เน้นที่ความสามารถหลายรูปแบบ การประมวลผลความหน่วงต่ำ และการทำงานร่วมกับระบบนิเวศได้อย่างราบรื่น มากกว่าการไล่เพิ่มจำนวนพารามิเตอร์
Google ปล่อย Gemma 4 ออกมาหลายขนาด โดยแต่ละตัวออกแบบมาสำหรับฮาร์ดแวร์และกรณีการใช้งานที่แตกต่างกัน
การเปิดตัว Gemma 4 สะท้อนกลยุทธ์ของ Google ที่ต้องการครองตลาดโมเดลแบบเปิดด้วยการทำให้ AI ระดับแนวหน้าเข้าถึงได้ง่ายที่สุด ในขณะที่ Meta เดินหน้ากับ Llama และ Mistral ยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญในฝั่งยุโรป Google เลือกโจมตีด้วยความหลากหลายของขนาดโมเดลและความสามารถด้านหลายรูปแบบที่ครบครัน
ที่น่าจับตาคือการที่ Google ให้ความสำคัญกับ AI บนอุปกรณ์มากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ที่อุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนจากการพึ่งพาคลาวด์อย่างเดียว มาสู่การประมวลผล AI บนอุปกรณ์ของผู้ใช้โดยตรง ทั้งเพื่อความเร็ว ความเป็นส่วนตัว และการลดต้นทุน
ตัวอย่างความสำเร็จที่ Google ยกมาก็น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น INSAIT ที่สร้างโมเดลภาษาบัลแกเรีย (BgGPT) หรือการร่วมมือกับ Yale University ในการค้นหาแนวทางใหม่สำหรับการรักษามะเร็งผ่านโปรเจกต์ Cell2Sentence-Scale ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโมเดลแบบเปิดที่ปรับแต่งได้ง่ายนั้นมีศักยภาพมหาศาลในการนำไปต่อยอด
ที่มา: Blog Google
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด