Google เปิดตัว ‘Gemma 4’ AI Open Model ที่ทรงพลังที่สุด รองรับ 140 ภาษา รันได้บนมือถือ Android ยันเซิร์ฟเวอร์ระดับองค์กร

Google ประกาศเปิดตัว Gemma 4 ตระกูลโมเดล AI แบบเปิดที่บริษัทเรียกว่า 'ฉลาดที่สุด' เท่าที่เคยปล่อยออกมา โดยออกแบบมาเพื่อรองรับงานการใช้เหตุผลขั้นสูงและระบบการทำงานแบบเอเจนต์โดยเฉพาะ พร้อมจุดขายสำคัญคือสามารถรันได้บนฮาร์ดแวร์หลากหลายระดับ ตั้งแต่สมาร์ทโฟน Android ไปจนถึง GPU ระดับศูนย์ข้อมูล

ออกแบบมาให้รันได้ทุกที่ ไม่ใช่แค่บนคลาวด์

สิ่งที่ทำให้ Gemma 4 แตกต่างจากโมเดลขนาดใหญ่ของค่ายอื่นคือแนวคิดเรื่อง 'การเข้าถึงได้ง่าย' Google ปรับขนาดโมเดลให้สามารถรันและปรับแต่งได้อย่างมีประสิทธิภาพบนฮาร์ดแวร์ที่หลากหลาย ตั้งแต่อุปกรณ์ Android หลายพันล้านเครื่องทั่วโลก แล็ปท็อป GPU ไปจนถึงเครื่องทำงานของนักพัฒนาและตัวเร่งประมวลผล

สำหรับโมเดลฝั่งอุปกรณ์ปลายทางอย่าง E2B และ E4B นั้น Google เน้นที่ความสามารถหลายรูปแบบ การประมวลผลความหน่วงต่ำ และการทำงานร่วมกับระบบนิเวศได้อย่างราบรื่น มากกว่าการไล่เพิ่มจำนวนพารามิเตอร์

ความสามารถหลักของ Gemma 4

  • การใช้เหตุผลขั้นสูง รองรับการวางแผนหลายขั้นตอนและตรรกะเชิงลึก โดย Google ระบุว่ามีการปรับปรุงอย่างมีนัยสำคัญในเรื่องคณิตศาสตร์และมาตรฐานวัดการทำตามคำสั่ง
  • ระบบการทำงานแบบเอเจนต์ รองรับการเรียกใช้ฟังก์ชัน, ผลลัพธ์ JSON แบบมีโครงสร้าง และคำสั่งระบบแบบในตัว ทำให้นักพัฒนาสามารถสร้างตัวแทนอัตโนมัติที่เชื่อมต่อกับเครื่องมือและ API ต่าง ๆ ได้
  • การสร้างโค้ด รองรับการเขียนโค้ดแบบออฟไลน์ได้คุณภาพสูง เปลี่ยนเครื่องทำงานให้กลายเป็นผู้ช่วยเขียนโค้ด AI ที่ประมวลผลในเครื่องเป็นหลัก
  • การมองเห็นและเสียง ทุกโมเดลประมวลผลวิดีโอและภาพแบบในตัว รองรับความละเอียดแบบยืดหยุ่น และทำงานได้ดีกับการอ่านตัวอักษรจากภาพ (OCR) และการอ่านแผนภูมิ ขณะที่โมเดล E2B และ E4B ยังรองรับอินพุตเสียงสำหรับการรู้จำเสียงพูดด้วย
  • หน้าต่างบริบทที่ยาวขึ้น โมเดลอุปกรณ์ปลายทางรองรับหน้าต่างบริบท 128K ส่วนโมเดลขนาดใหญ่รองรับสูงสุด 256K ทำให้สามารถส่งคลังโค้ดหรือเอกสารยาว ๆ เข้าไปในพรอมต์เดียวได้
  • รองรับกว่า 140 ภาษา ช่วยให้นักพัฒนาสร้างแอปพลิเคชันที่ครอบคลุมผู้ใช้ทั่วโลก

โมเดลหลากขนาด ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

Google ปล่อย Gemma 4 ออกมาหลายขนาด โดยแต่ละตัวออกแบบมาสำหรับฮาร์ดแวร์และกรณีการใช้งานที่แตกต่างกัน

  • 26B (การผสมผู้เชี่ยวชาญ) เน้นเรื่องความหน่วงต่ำ โดยเปิดใช้งานเพียง 3.8 พันล้านพารามิเตอร์จากทั้งหมดในระหว่างการอนุมาน ทำให้ได้จำนวนโทเคนต่อวินาทีที่รวดเร็วมาก
  • 31B (แบบหนาแน่น) เน้นคุณภาพดิบสูงสุด เหมาะสำหรับการปรับแต่งเป็นพื้นฐาน โดยเวอร์ชัน bfloat16 แบบไม่บีบอัดสามารถรันได้บน NVIDIA H100 GPU ตัวเดียว ส่วนเวอร์ชันบีบอัดรันได้บน GPU สำหรับผู้บริโภคทั่วไป

การเปิดตัว Gemma 4 สะท้อนกลยุทธ์ของ Google ที่ต้องการครองตลาดโมเดลแบบเปิดด้วยการทำให้ AI ระดับแนวหน้าเข้าถึงได้ง่ายที่สุด ในขณะที่ Meta เดินหน้ากับ Llama และ Mistral ยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญในฝั่งยุโรป Google เลือกโจมตีด้วยความหลากหลายของขนาดโมเดลและความสามารถด้านหลายรูปแบบที่ครบครัน

ที่น่าจับตาคือการที่ Google ให้ความสำคัญกับ AI บนอุปกรณ์มากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ที่อุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนจากการพึ่งพาคลาวด์อย่างเดียว มาสู่การประมวลผล AI บนอุปกรณ์ของผู้ใช้โดยตรง ทั้งเพื่อความเร็ว ความเป็นส่วนตัว และการลดต้นทุน

ตัวอย่างความสำเร็จที่ Google ยกมาก็น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น INSAIT ที่สร้างโมเดลภาษาบัลแกเรีย (BgGPT) หรือการร่วมมือกับ Yale University ในการค้นหาแนวทางใหม่สำหรับการรักษามะเร็งผ่านโปรเจกต์ Cell2Sentence-Scale ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโมเดลแบบเปิดที่ปรับแต่งได้ง่ายนั้นมีศักยภาพมหาศาลในการนำไปต่อยอด

ที่มา: Blog Google

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Microsoft เปิดตัว ‘MAI’ 3 AI โมเดลใหม่ Transcribe-1, Voice-1, Image-2 แปลงเสียง-สร้างวิดีโอสุดล้ำ ราคาถูกกว่าคู่แข่ง

ไมโครซอฟท์เปิดตัว 3 โมเดลปัญญาประดิษฐ์พื้นฐานใหม่ MAI-Transcribe-1, Voice-1 และ Image-2 ชูจุดเด่นฟีเจอร์ล้ำหน้าในราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งอย่างกูเกิลและโอเพ่นเอไอ พร้อมวิสัยทัศน์เพื่อม...

Responsive image

เมื่อ Salesforce เปลี่ยนโลกธุรกิจไทยให้ขับเคลื่อนด้วยกองทัพ AI Agent ที่สื่อสารภาษาไทย และทำงานได้จริง สรุปงาน Agentforce World Tour Bangkok

โจทย์ใหญ่ที่ Salesforce ประเทศไทย นำโดย คุณอภิสิทธิ์ พลัค กรรมการผู้จัดการคนใหม่ ประกาศกลางงานใหญ่ Agentforce World Tour Bangkok ในปี 2026 ว่าถึงเวลาแล้วที่ธุรกิจไทยต้องก้าวข้ามยุค...

Responsive image

MIT ปรับกฎเหล็กหนุน Startup รับกระแส AI อาจารย์-นศ. ลาไปทำธุรกิจได้แบบไร้ความเสี่ยง

เจาะลึกแผนปฏิรูปครั้งใหญ่ของ MIT แก้กฎการลางานและดรอปเรียน เปิดทางอาจารย์และนักศึกษาปั้น Startup รับเทรนด์ AI บูม ล้มแล้วกลับมาเรียนต่อได้ทันที พร้อมทุนหนุนเกือบ 3 ล้านบาท...