Hydrogence แพลตฟอร์มแก้ปัญหาน้ำท่วมฝีมือคนไทย ชนะเวทีโลกจากการแข่งขัน Hackathon ในงาน Expo 2020 ที่ดูไบ

Hydrogence แพลตฟอร์มโซลูชันดิจิทัลการจัดการน้ํา ซึ่งขับเคลื่อนโดยสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) และสํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Depa) ได้รับรางวัล Community Choice Award ที่ตัดสินจากคะแนนโหวตของประชาชนทั่วไป ในการแข่งขันแฮกกาธอนรายการ ‘MindSphere Future Water Series’ ภายใต้หัวข้อ ‘อนาคตของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ’ (Future Water Hack) ที่จัดขึ้นภายในงาน Expo 2020 ที่ดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

Hydrogence

Hydrogence ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาน้ำท่วมของเมืองใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยใช้เทคโนโลยีทั้ง IoT, Machine Learning และ AI  โดยทำงานร่วมกับ Mendix ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการพัฒนาแอปพลิเคชันสำเร็จรูปแบบ Low Code ที่ใช้ระยะเวลาในการพัฒนาสั้น มีความยืดหยุ่นสูง  และระบบ MindSphere แพลตฟอร์มระบบคลาวด์แบบเปิดจากซีเมนส์ ที่สามารถรองรับโปรโตคอลในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่หลากหลายและทำหน้าที่จัดเก็บและให้บริการข้อมูลที่ได้รับมาจากเซ็นเซอร์ต่าง ๆ แบบเรียลไทม์จาก 242 ประตูน้ำ 191 ปั๊มน้ำ และ 573 เซ็นเซอร์ รวมถึงเก็บข้อมูลบนเส้นทางการไหลของน้ำในคลองและเส้นทางการระบายน้ำ 1,984 เส้นทาง รวมระยะทางกว่า 2,760 กิโลเมตร เพื่อทำการประมวลผลคาดการณ์ปริมาณน้ำ รวมถึงสร้างแบบจำลองเสมือน เพื่อใช้ในการควบคุมการไหลของน้ำจากประตูระบายน้ำและปั๊มน้ำได้อัตโนมัติ โดยใช้กรุงเทพฯ เป็นเป็นพื้นที่สำหรับการทดสอบระบบ (Proof-of-Concept: PoC)

คณะกรรมการผู้ตัดสินได้กล่าวชมถึงแนวความคิดของ ‘Hydrogence’  ในมิติของความเป็นนวัตกรรมในการแก้ปัญหาเชิงรุกที่ต้นเหตุ ซึ่งทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และแม่นยำกว่า รวมไปถึงจุดแข็งที่มีคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ มีข้อมูลเข้ามาแบบ real-time และสามารถใช้งานข้อมูลได้ทันที 

ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากสององค์กรของรัฐอย่าง สสน. และ Depa มีความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องในการส่งเสริมและพัฒนาเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการรวมทีมเฉพาะกิจ ภายใต้ชื่อ “Smart Water” นำโดย ดร.ภาสกร ประถมบุตร และ ดร.สุรเจตส์ บุญญาอรุณเนตร ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมสารสนเทศทรัพยากรน้ำ สสน. พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านระบบสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการพัฒนาและขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ โดยมีการทำงานแบบ Agile ด้วยปรัชญาการทำงาน ‘เดินไปข้างหน้าแบบก้าวกระโดด’ (Proactive and Exponential Growth) ซึ่งส่งผลให้สามารถชนะในเวทีการแข่งขันที่สำคัญที่สุดของโลกในปีนี้ได้ แม้ว่าคู่แข่งทั้งหมดจะเป็นสตาร์ทอัพระดับโลกก็ตาม

อ้างอิง: dailynews, สสน.

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

สรุปผลโครงการ AI for Teachers ครูไทย 1.6 แสนคนใช้ AI ประหยัดเวลา 4 ชม. ต่อสัปดาห์

เจาะลึกสถิติ 6 เดือนแรกของโครงการ AI for Teachers เมื่อครูไทยกว่า 1.6 แสนคนใช้ AI ช่วยงานประหยัดเวลาได้ 4 ชม./สัปดาห์ เทียบเท่าการมีครูเพิ่มขึ้นถึง 95 คน พบคำตอบว่า AI พลิกโฉมห้อง...

Responsive image

หลักสูตร PPCIL ปี 8 เริ่มแล้ว! ปั้นผู้นำรุ่นใหม่จากภาครัฐและเอกชน รับมือโลกผันผวนด้วย 'นวัตกรรมเชิงนโยบาย'

NIA - อว. เปิดตัว 'PPCIL' หลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาความสามารถทางนวัตกรรมสำหรับกลุ่มผู้นำรุ่นใหม่ภาครัฐและเอกชน รุ่น 8 ชูความเข้มข้นของกระบวนการเรียนรู้ผ่านการตั้งโจทย์ท้...

Responsive image

OPPO ยกทัพเปิดตัวในไทย Find X9 Ultra กล้อง Hasselblad 5 ตัว Find X9s แบต 7,025 mAh พร้อม Watch X3, Enco Clip2, Air5 Pro

OPPO เปิดตัว Find X9 Ultra, Find X9s พร้อม Watch X3, Enco Clip2 และ Enco Air5 Pro ในไทย 23 เมษายน 2569 ชูกล้อง Hasselblad 5 ตัว ซูมออปติคอล 10 เท่า Wear OS 6 และระบบนิเวศ IoT ครบทั...