สรุป 2 มุมมองผู้นำ IMF และ World Bank บนเวทีกรุงเทพฯ

การประชุมประจำปีของ IMF และ World Bank Group หวนคืนสู่กรุงเทพมหานครอีกครั้งในรอบ 35 ปี ณ ศูนย์การประชุมแห่งเดิม ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี AI ภาระหนี้สาธารณะที่พุ่งสูง ตลดจนวิกฤตประชากรและตลาดแรงงาน

บนเวทีหลัก Kristalina Georgieva กรรมการผู้จัดการ IMF และ Ajay Banga ประธาน World Bank Group ได้ร่วมขึ้นแสดงวิสัยทัศน์และฉายภาพทิศทางเศรษฐกิจโลก โดยถ่ายทอดผ่านสองมุมมองหลักดังนี้

Kristalina Georgieva: เศรษฐกิจโลกนิ่งบนความเสี่ยงและแรงกดดันรอบด้าน

ภาพรวมเศรษฐกิจโลกในปี 2026 ถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตอยู่ที่ 3.1% ซึ่งถือว่าทรงตัวอย่างน่าทึ่งจากปีก่อนหน้า ท่ามกลางแรงหักล้างกันระหว่างวิกฤตพลังงานที่คอยฉุดรั้งเศรษฐกิจ กับกระแสเทคโนโลยี AI ที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก 

อย่างไรก็ตาม การเติบโตนี้มีความเหลื่อมล้ำอย่างเห็นได้ชัด ประเทศที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของ AI อย่างสหรัฐฯ จีน และอินเดีย ได้รับการปรับเพิ่มประมาณการ ในขณะที่ประเทศที่เผชิญผลกระทบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามกลับถูกปรับลดลง โลกกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วผ่านเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้ง AI, ควอนตัมคอมพิวติ้ง, ฟินเทค และนวัตกรรมทางการแพทย์ ท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

ในมิติของเสถียรภาพทางการเงิน หลายประเทศกำลังแบกรับภาระหนี้สาธารณะที่สูงเกินไป โดยเฉพาะในประเทศร่ำรวยและกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ ขณะที่ประเทศรายได้ต่ำต้องเผชิญกับภาระดอกเบี้ยที่พุ่งสูงสวนทางกับเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศที่ลดลง ปัจจัยกดดันเงินเฟ้อยังมาจากสามทางหลัก ได้แก่ วิกฤตพลังงานและการขนส่ง, การขาดดุลงบประมาณที่ลดขีดความสามารถในการรับแรงกระแทก, และการลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งใช้แหล่งเงินกู้เป็นหลัก โดยมีปัจจัยทางธรรมชาติอย่าง Super El Niño คอยซ้ำเติมราคาอาหาร

ภาวะดังกล่าวนำไปสู่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี (Bond Yield) ในสหรัฐฯ เยอรมนี และญี่ปุ่น ที่ขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ IMF จึงเน้นย้ำให้ธนาคารกลางทั่วโลกมุ่งมั่นรักษาเสถียรภาพราคา และเห็นพ้องกับการคุมเข้มทางการเงินของ Fed, ECB และ BOJ ขณะเดียวกัน รัฐบาลโดยเฉพาะประเทศที่มีหนี้สูง จำเป็นต้องปรับสมดุลการคลัง ลดการขาดดุล และวางแผนระยะกลางที่น่าเชื่อถือ โดยปฏิรูปโครงสร้างควบคู่ไปกับการดูแลกลุ่มเปราะบาง

สำหรับเรื่อง AI นั้น Kristalina Georgieva มองว่าเป็นโอกาสในการกระจายความมั่งคั่งหากใช้งานผ่านอุปกรณ์พื้นฐานอย่างสมาร์ทโฟน แต่ทุกประเทศต้องสร้างภูมิคุ้มกันต่อความเสี่ยง ทั้งปัญหากระทบการจ้างงานงาน ฐานภาษีที่หดตัว และความเสี่ยงไซเบอร์ในระบบการเงินซึ่งมีความรุนแรงและรวดเร็วขึ้น IMF จึงมุ่งเน้นการให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคและการฝึกอบรมด้านการกำกับดูแล นอกจากนี้ยังชี้ถึงงานสำคัญในการแก้ความไม่สมดุลเชิงโครงสร้าง โดยสหรัฐฯ ต้องเพิ่มการออม จีนต้องเพิ่มการบริโภคในประเทศ และยุโรปต้องเร่งการลงทุน พร้อมขอความร่วมมือจากประเทศสมาชิกร่วมสนับสนุนกองทุน PRGT เพื่อช่วยเหลือประเทศยากจนให้ยืนหยัดได้อย่างมั่นคง

Ajay Banga: สร้างงาน ดึงเงินเอกชน และทำให้เงินไปได้ไกลขึ้น

World Bank เผชิญกับโจทย์ใหญ่ท่ามกลางข้อจำกัดด้านทรัพยากร ความขัดแย้งทั่วโลก และภาระหนี้ที่สูงขึ้น ปัญหาสำคัญที่สุดคือโครงสร้างประชากรในอีก 10–15 ปีข้างหน้า ซึ่งจะมีคนรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงานถึง 1,200 ล้านคน แต่ตลาดในประเทศกำลังพัฒนากลับมีตำแหน่งงานรองรับเพียง 400 ล้านตำแหน่ง ทำให้เกิดช่องว่างถึง 800 ล้านตำแหน่ง การแก้ปัญหานี้จึงต้องทำให้เงินทุนที่มีจำกัดไปได้ไกลที่สุด โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการทำให้ประเทศกำลังพัฒนาแข็งแกร่งจนไม่ต้องพึ่งพา World Bank อีกต่อไป ซึ่งที่ผ่านมามีถึง 35 ประเทศที่สามารถขยับจากการรับเงินช่วยเหลือไปสู่การกู้ยืมในเงื่อนไขปกติได้สำเร็จ

เพื่อตอบสนองต่อภารกิจนี้ World Bank ได้ปฏิรูปองค์กรจากภายในอย่างเข้มข้น โดยลดเวลาเตรียมโครงการลงกว่าครึ่งจาก 19 เดือนเหลือเพียง 9 เดือน ตัดลดตัวชี้วัดผลงานจาก 153 ตัวเหลือ 22 ตัวที่เน้นผลกระทบจริง เพิ่มสัดส่วนการจ่ายเงินตามผลสัมฤทธิ์ของงาน และปรับงบดุลจนสามารถขยายวงเงินปล่อยกู้ได้เพิ่มขึ้นกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ในระยะ 10 ปี พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับธนาคารพัฒนาพหุภาคีแห่งอื่นๆ เพื่อลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนและเปิดแพลตฟอร์มร่วมทุนดิจิทัล

ยุทธศาสตร์การสร้างงานของ World Bank ขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลัก คือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานกายภาพและคน, การปรับปรุงนโยบายและกฎระเบียบให้เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ, และการใช้เครื่องมือลดความเสี่ยงเพื่อขยายขนาดการลงทุน โดยได้ตั้งแพลตฟอร์มค้ำประกันรวมของทั้งกลุ่มเพื่อรับความเสี่ยงแทนนักลงทุน พร้อมทั้งจัดทำคลังรวมสินเชื่อภาคเอกชน (Warehouse) ให้สถาบันการเงินเข้ามาร่วมลงทุนได้ง่ายขึ้น ผลลัพธ์จากการดำเนินการนี้ทำให้ World Bank สามารถดึงเงินทุนภาคเอกชนมาร่วมลงทุนเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า จาก 35,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 พุ่งขึ้นเป็น 112,000 ล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน และเมื่อรวมกับงบดุลของตนเอง สามารถสร้างมูลค่าเงินทุนรวมได้มากกว่า 230,000 ล้านดอลลาร์

เงินทุนหมุนเวียนส่วนใหญ่ถูกจัดสรรไปใน 5 ภาคเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ พลังงาน เกษตรกรรม สุขภาพ การท่องเที่ยว และการผลิตเพิ่มมูลค่า ซึ่งเป็นภาคส่วนที่ช่วยยกระดับผลิตภาพและสร้างงานในท้องถิ่นได้ดีที่สุด ขณะเดียวกันยังเน้นย้ำยุทธศาสตร์ใหม่ในการสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก (MSME) ในประเทศรายได้ต่ำและพื้นที่เปราะบาง 

สำหรับประเด็นด้าน AI ทาง World Bank มุ่งเน้นไปที่การส่งเสริม "Small AI" หรือการประยุกต์ใช้ AI ในระดับปฏิบัติการ เพื่อช่วยให้เกษตรกร ครู และบุคลากรทางการแพทย์ทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดย Ajay Banga สรุปทิ้งทายว่าตัวเลขช่องว่างทางแรงงานเป็นเพียงการคาดการณ์ ไม่ใช่อนาคตที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลง หากทุกฝ่ายร่วมมือกันขยายขนาดการลงทุนและเร่งรัดการดำเนินงาน อนาคตย่อมเป็นสิ่งที่ทุกคนร่วมกันสร้างขึ้นได้

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

บีโอไอชี้อุตฯ วัสดุขั้นสูง มาแรง ลงทุนกว่า 2.3 หมื่นล้านบาท หนุนซัพพลายเชนอิเล็กทรอนิกส์-แบตเตอรี่-พลังงานสะอาด

บีโอไอเผยช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2566 ถึงครึ่งปี 2569) อุตสาหกรรมวัสดุขั้นสูงมีผู้ลงทุน 35 โครงการ เงินลงทุนรวมกว่า 23,500 ล้านบาท รองรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อีวี แบตเตอรี่ และพลัง...

Responsive image

เศรษฐกิจโลกยืนอยู่บนขาข้างเดียวคือ AI แล้วเรือลำเล็กอย่างไทยจะรับพายุอย่างไร

IMF คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกปี 2026 จะเติบโต 3.1% ซึ่งเป็นตัวเลขเดียวกับที่ปรากฏในรายงาน World Economic Outlook เดือนตุลาคม 2025 และเมษายน 2026 ก่อนที่รายงานฉบับล่าสุด ซึ่งเผยแพร่ในช...

Responsive image

IMF เตือน ‘เศรษฐกิจโลก’ ใกล้ถึงขีดจำกัด ดอกเบี้ยสูงยาว ไทยต้องกู้แพงขึ้น

IMF คาดเศรษฐกิจโลกปี 2026 โต 3.1% และเตือนว่ากันชนรับวิกฤตเริ่มหมด ดอกเบี้ยโลกน่าจะสูงไปอีกนาน สรุปประเด็นจากแถลงข่าวของ Kristalina Georgieva ที่กรุงเทพฯ...