หมดยุคสมาธิสั้น Instagram จะทดสอบ ‘คลิปยาว 90 นาที’ ชี้ต้องการกันให้คนไม่หลุดไป Youtube

หมดยุคสมาธิสั้น เมื่อ Reels ไม่ตอบโจทย์ครีเอเตอร์ Meta ตัดสินใจทดสอบฟีเจอร์ใหม่ ให้ลงคลิปยาวจุใจ 90 นาทีเต็ม

ตลอดทศวรรษ 2020s ทุกแพลตฟอร์มต่างวิ่งไล่ตาม TikTok แบบหัวปักหัวปำ ทุ่มทุกอย่างไปที่วิดีโอสั้นแนวตั้ง แต่ล่าสุด Instagram กำลังเลี้ยวหักศอกครั้งใหญ่ ประกาศเริ่มทดสอบฟีเจอร์ลับอย่าง Features เปิดทางให้อัปโหลดวิดีโอยาวเหยียดถึง 1:30 ชม. สวนทางทุกตำรา และเดินหน้าเปิดศึกท้าชนเจ้าตลาดวิดีโอยาวอย่าง YouTube โดยตรง

โมเดลใหม่ Reels 90 นาที

การเดิมพันครั้งนี้ Meta ไม่ได้มาเล่น ๆ แต่เล่นท่ายากด้วยการผูกคลิปสั้นกับคลิปยาวเข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ ผ่านระบบที่เตรียมเปิดตัว

  • Features: อัปโหลดคอนเทนต์ยาวสูงสุดถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง เทียบเท่าภาพยนตร์ 1 เรื่อง
  • Clips as Reels: ครีเอเตอร์สามารถตัดไฮไลต์เด็ดมาลงเป็น Reels เพื่อเป็นตัวล่อ และจะมีปุ่มคลิกพาคนดูเข้าสู่คลิปตัวเต็มได้ทันที
  • Save to TV: รู้ว่าคงไม่มีใครนั่งจ้องมือถือ 90 นาที ระบบจึงเปิดให้กดบันทึกคลิป แล้วไปเปิดนอนดูชิล ๆ บนแอป Instagram ในสมาร์ตทีวีได้

พูดง่ายๆ คือ Instagram กำลังเปลี่ยน Reels ให้ดูดคนดูให้อยู่ในจักรวาล Meta นานที่สุด

จุดพีคของเรื่องนี้อยู่ที่ Adam Mosseri หัวหน้าใหญ่ของ Instagram ออกมายอมรับตรงๆ ว่า เขาเคยคัดค้านเรื่องวิดีโอยาวมาตลอดชีวิต เพราะมองว่าวิดีโอสั้นแบบ Reels ทำให้คนแชร์คลิปและส่ง DM คุยกันมากกว่า ซึ่งเป็น Core Value หลักของแพลตฟอร์ม

แต่คนที่ทุบโต๊ะสั่งเปลี่ยนเกมคือ Tessa Lyons รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ ที่มองทะลุเกมว่า “จะปล่อยให้คนดูถูกดูดออกไปแอปอื่นทำไม?” หากผู้ใช้รักครีเอเตอร์คนไหนจริง พวกเขาควรเสพคอนเทนต์ระดับ Deep Dive ได้จนจบ โดยไม่ต้องสลับหน้าจอหนีไป YouTube

เบื้องหลังการกลับลำครั้งประวัติศาสตร์นี้ มีคำว่า “เม็ดเงิน” เป็นเดิมพัน

วิดีโอสั้นอาจสร้างตัวเลขยอดวิวระดับล้านได้ในชั่วข้ามคืน แต่สิ่งที่ครีเอเตอร์รู้กันดีคือ “มันแทบทำเงินให้ไม่ได้เลย” เพราะด้วยความยาวแค่ไม่กี่วินาที ทำให้ไม่มีจังหวะแทรกโฆษณา (Ad Breaks) รายได้ส่วนใหญ่จึงตกอยู่ที่สปอนเซอร์และดีลแบรนด์เท่านั้น

  • ฝั่ง YouTube เจ้าพ่อวิดีโอยาว: แบ่งเค้กรายได้โฆษณาให้นักสร้างคอนเทนต์สูงถึง 55% ผ่าน YouTube Partner Program ชนิดที่เปิดเผยตัวเลขว่าเปย์เงินเข้ากระเป๋าครีเอเตอร์ ศิลปิน และสื่อไปแล้วมากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 3.5 ล้านล้านบาท!) ในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา
  • ฝั่ง Instagram ผู้ท้าชิง: วิดีโอสั้นแทบไม่มีส่วนแบ่งยอดวิว มีเพียงโปรแกรมยิบย่อยที่ผู้บริหารยอมรับเองว่าจ่ายไปก็ขาดทุน รายได้หลักของครีเอเตอร์จึงยังต้องวิ่งหาดีลสปอนเซอร์และพึ่งระบบสมาชิกรายเดือนเอาเอง

ทุกวันนี้ ครีเอเตอร์แทบทุกคนใช้ Instagram และ TikTok เป็นแค่ป้ายโฆษณา แล้วแปะลิงก์เรียกแฟนคลับให้ตามไปดูตัวเต็มบน YouTube ซึ่งเป็นสิ่งที่ Meta ทนดูมานานจนยอมไม่ได้อีกต่อไป

อ้างอิง: techcrunch

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

12 องค์กรไทยคว้ารางวัล ASOCIO Digital & AI Awards 2026 จากสมาพันธ์ ASOCIO (Asian-Oceanian Computing Industry Organization)

สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI) ร่วมแสดงความยินดีกับ 12 องค์กรไทยที่ได้รับรางวัล ASOCIO Digital & AI Awards 2026 จากสมาพันธ์ ASOCIO ในพิธีที่กรุงจาการ์ตา เมื่อวันที่ 6 ต...

Responsive image

เมืองไทยประกันชีวิต ครองอันดับ 1 Social Power Brand กลุ่มประกันชีวิต 3 ปีติด จาก BrandAge

เมืองไทยประกันชีวิต ได้รับรางวัลอันดับ 1 2026 Thailand’s Social Power Brand กลุ่มประกันชีวิต จาก BrandAge ครองอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 (2024–2026)...

Responsive image

SCB 10X ลงทุนใน Tasklet แพลตฟอร์ม AI Agent สำหรับระบบงานธุรกิจ ในรอบการระดมทุนล่าสุด

SCB 10X ลงทุนใน Tasklet แพลตฟอร์ม AI Agent ที่ช่วยให้องค์กรมอบหมายงานให้ AI Agent รับผิดชอบได้ โดย Tasklet ระดมทุนเพิ่มเติม 12.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐในรอบล่าสุด...