13043692_10208591733618326_6176896362425662533_n

เป็นข่าวดีและข่าวใหญ่ในวงการการลงทุนกับ Startup ของไทยครั้งใหญ่อีกครั้ง เมื่อบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) โดยโครงการอินเว้นท์ (InVent) ตกลงร่วมลงทุนกับบริษัท วงใน มีเดีย จำกัด ผู้พัฒนาเว็บไซต์และแอปพลิเคชันรีวิวร้านอาหารและไลฟ์สไตล์อันดับหนึ่งของไทย ภายใต้ชื่อ Wongnai และ Wongnai Beauty โดยเป็นการลงทุนในระดับ Series B เป็นครั้งแรกของอินทัช รวมทั้งเป็นการลงทุนระหว่าง VC ไทยและ Startup ไทยเป็นครั้งแรก พร้อมเปิดสำนักงาน Wongnai ชั้น 14 ซึ่งเป็นชั้นที่เพิ่งเปิดเพื่อขยับขยายและรองรับทีมงานที่โตขึ้นเรื่อยๆ

การแถลงข่าวในครั้งนี้เกิดขึ้นโดยคุณธนพงษ์ ณ ระนอง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนงานบริษัทร่วมทุน บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และคุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด

คุณยอดพูดถึงความเป็นมาของวงในว่าต้องการจะเป็นศูนย์กลางการรีวิวและข้อมูลเชิงลึกทางด้าน Lifestyle โดย Key Success ของ Wongnai เองต้องยกให้กับทีมงานที่ช่วยกันพัฒนาและผู้ใช้งานที่สร้างข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้กับผู้ใช้งานด้วยกันเองจนมาถึงทุกวันนี้

นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยตัวเลขและข้อมูลของวงในดังนี้

  • ทุกเดือนจะมีผู้ใช้งานประมาณ 9 ล้านคนต่อเดือน
  • จำนวนสมาชิกอยู่ที่ 2.2 ล้านคน
  • มีฐานข้อมูลของร้านอาหารในเวลานี้อยู่ราวๆ 2 แสนร้าน โดยยอดบอกว่าน่าจะครอบคลุมประมาณ 9 ใน 10 ของประเทศ
  • 99% ของเนื้อหาเกิดจาก User-Generated Content หรือเนื้อหาที่มาจากผู้ใช้งานเป็นคนรีวิว
  • มีรีวิวและรูปมากกว่า 4 ล้าน
  • เมื่อปี 2015 มีรายได้ที่โตขึ้นกว่า 250%
  • ตอนนี้วงในมีทีมประจำอยู่ที่จังหวัดต่างๆ นอกเหนือจากกรุงเทพฯ อยู่ 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่, พัทยา, หาดใหญ่ และภูเก็ต โดยเป็นทีม Content และทีม Sale

วงในจะทำอะไรต่อหลังจากนี้

  • เปิดสำนักงานจาก 5 จังหวัดเป็น 7 จังหวัด โดยมีเมืองที่ให้ความสนใจอยู่ 2 แห่ง คือ หัวหิน และ โคราช และต้องการทำให้เกิดผลกำไรขึ้นทุกเมือง ซึ่งจากที่เปิดในต่างจังหวัดมา สามารถสร้างรายได้ภายใน 3 เดือน
  • การเป็น Lifestyle ที่หลากหลายมากขึ้นนอกจากเรื่องอาหาร
  • การเกิดรายได้ที่ไม่ได้มีแค่การโฆษณา โดยตอนนี้มีการเพิ่ม Unit ใหม่ ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่าง LINE ที่ทำ LINE Man มาให้บริการสั่งและส่งอาหาร และน่าจะมีอะไรเพิ่มขึ้นไปอีก
  • ตอนนี้เริ่มมีความร่วมมือกันระหว่างวงใน และคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการศึกษาและพัฒนา Data Mining เพือที่จะเอาข้อมูลมาใช้งานในด้านการนำเสนอร้านค้าเพื่อให้ตรงใจกับผู้ใช้งานได้มากยิ่งขึ้น

P4260502

ส่วนคุณธนพงษ์ ณ ระนอง ได้พูดถึงการเข้าลงทุนกับวงใน ในครั้งนี้ว่า วงในเป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของวงการสตาร์ทอัพในประเทศไทย และมีการเติบโตอย่างแข็งแรงมาจนถึงวันนี้ เพราะเป็นธุรกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันอย่างตรงจุด ทางทีมอินเว้นท์เห็นว่าวงในมีศักยภาพทางธุรกิจที่จะเติบโตได้อีกในอนาคตจึงเข้าร่วมลงทุนด้วย ซึ่งการลงทุนในครังนี้คาดหวังว่าจะเห็นการผสานธุรกิจจากออฟไลน์ไปยังออนไลน์

การลงทุนของ InTouch ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 9 และครั้งแรกในการลงทุนในระดับ Series B โดยเป็นทุนครั้งใหญ่สุดตั้งแต่ก่อตั้งมา และพิเศษสุดคือเป็นครั้งแรกที่ VC ไทยลงทุนในบริษัท Startup ไทยอีกด้วย โดยก่อนหน้านี้วงในเคยได้รับการลงทุนใน Seed Round และ Series A ในช่วงปี 2556 และ 2557 โดยบริษัทจากประเทศญี่ปุ่นมาก่อน

ช่วงในการสัมภาษณ์ทั้ง 2 ท่าน มีการพูดถึงการลงทุนในครั้งนี้ โดยคุณธนพงษ์มองถึงตัวเลขของผู้ใช้งานและยอดการใช้ของวงใน และการเป็นไปได้ที่จะเข้ามาช่วยเหลือในเรื่อง Lifestyle กับทาง AIS โดยที่ AIS ศึกษาแล้วพบว่ากว่า 70% เป็นการขอสิทธิพิเศษจากลูกค้า AIS ในเรื่องร้านอาหารโดยตรง ซึ่งวงในจะเข้ามาตอบโจทย์ด้านนี้ได้อย่างแน่นอน

ในแง่การลงทุนในปีนี้ เล็งเอาไว้ว่าจะเป็น Series B ทั้งหมด แต่ก็ไม่ปิดโอกาสจะลงทุน Series A ด้วย โดยเน้น Startup ที่มาจากไทยเป็นหลัก

ส่วนคุณยอดพูดถึงการขยายตัวว่า เขาจะไม่ไป Regional สนามของวงในคือ ประเทศไทยเท่านั้น โดยการร่วมมือลงทุนของ InTouch ในครั้งนี้คุณยอดมองว่าจะเป็น Strategic Value มองแค่ผู้ใช้งานของ AIS ที่มีอยู่ 40 ล้านคนในตอนนี้ น่าจะช่วยขยายการใช้งานและการเติบโตของวงในที่มีอยู่ 2.2 ล้านคนได้อย่างมาก

สำหรับการขยายตัวของวงใน เล็งไว้ว่าจะมีการขยายไปในกลุ่มท่องเที่ยว, มีโมเดลเป็น e-Commerce ที่ชัดเจนขึ้น ส่วนการเพิ่มทุนอาจจะไม่หาแล้ว แต่ตั้งเป้าไว้ว่าอยากจะ IPO ภายใน 3 ปีข้างหน้า

คุณยอดทิ้งท้ายไว้ถึงคำ 4 คำที่ใช้ทำงานในวงในดังนี้

  • Impact สิ่งที่เราทำ ได้ส่งผลกระทบไปยังผู้ใช้งานและเจ้าของร้านหรือไม่
  • Passion ทุกคนที่ได้ทำงานเข้าใจและมีความชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ สามารถมองตาก็รู้ใจว่าอยากได้อะไร ชอบอะไร
  • Speed พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว
  • Flexible มองรูปแบบการทำงานที่สามารถยืดหยุ่นได้ และมองที่ผลงานที่ออกมาเป็นหลัก (Result-Oriented)

techsauce ขอแสดงยินดีกับวงในและ InTouch กับความร่วมมือในครั้งนี้ด้วยครับ

 

RELATED ARTICLE

Responsive image

จับเข่าคุยกับ Startup รุ่นพี่ในโครงการ InVent ว่าการระดมทุนนั้นสำคัญอย่างไร?

ในช่วง 2-3 ปีหลังกลุ่ม Startup ไทยได้รับการจับตาเป็นอย่างมาก หลายทีมมีศักยภาพและได้รับทุนการสนับสนุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ ปี วันนี้ทีมงาน Techsauce ได้มีโอกาสพูดคุยกับ Startup ที...

Responsive image

Playbasis ได้รับเงินทุนจาก InVent 1.54 ล้านเหรียญสหรัฐ

Intouch Holdings โดยโครงการ InVent ประกาศการลงทุนครั้งใหม่ให้กับบริษัท Playbasis ผู้ให้บริการและพัฒนาระบบ Digital Gamification จำนวน 1.54 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 54 ล้านบาท พร้อ...

Responsive image

สรุปประเด็นน่าสนใจ จากงานแถลงข่าวการร่วมลงทุนใน ShopSpot ของ Invent และ Singtel Innov8

ShopSpot เป็น Startup ไทยหนึ่งในผู้บุกเบิกตลาด Social Commerce ในภูมิภาค South East Asia ได้ประสบความสำเร็จในการระดมทุนระดับ Pre-series A โดยในครั้งนี้มีผู้ร่วมลงทุน ได้แก่ InVent ...