ญี่ปุ่นจะปล่อยน้ำปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีที่บำบัดแล้วสู่มหาสมุทร อาจกระทบต่อสัตว์ทะเล

เมื่อเร็ว ๆ นี้ญี่ปุ่นประกาศว่าจะปล่อยน้ำที่ปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีซึ่งผ่านการบำบัดแล้วลงสู่มหาสมุทร โดยทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานเฝ้าระวังด้านนิวเคลียร์ของสหประชาชาติก็ได้อนุมัติแผนนี้แล้วเช่นกัน

ส่วนเหตุผลที่ต้องระบายออกสู่มหาสมุทร เนื่องจากญี่ปุ่นไม่มีพื้นที่เพียงพอในการเก็บวัตถุที่ปนเปื้อน เพราะหลังจากเหตุการณ์สึนามิซัดถล่มโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะเมื่อปี 2011 

บริษัท Tokyo Electric Power (TEPCO) ซึ่งเป็นบริษัทไฟฟ้าของรัฐ ได้สร้างถังขนาดใหญ่จำนวนมากเพื่อเก็บน้ำที่ปนเปื้อน ปัจจุบันพื้นที่ในการสร้างถังกำลังจะหมดลง จึงต้องบำบัดน้ำที่ปนเปื้อนและปล่อยออกสู่มหาสมุทร 

ถึงแม้องค์การสหประชาชาติจะอนุมัติแผนดังกล่าว แต่ในประเทศข้างเคียงและชาวประมงพื้นบ้านก็ยังกังวลถึงผลเสียที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะจีนที่มองว่าแค่การประเมินจาก IAEA อาจจะไม่เพียงพอ 

ถ้าปล่อยน้ำที่ปนเปื้อนเหล่านี้จะอันตรายไหม ?

แม้ว่าบริษัท TEPCO และ IAEA จะยืนยันว่าน้ำเหล่านี้ได้รับการบำบัดจนเหลือปริมาณไอโซโทปกัมมันตภาพรังสีต่ำกว่าขีดจำกัดและจะส่งผลกระทบน้อยที่สุดต่อทั้งคนและสิ่งแวดล้อม แต่เหล่าผู้เชี่ยวชาญก็ได้ออกมาพูดถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

  1. ไอโซโทปที่เหลืออยู่ในน้ำไม่เข้มข้นพอที่จะซึมผ่านผิวหนัง แต่ถ้าบริโภคในปริมาณมากก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งได้ - คณะกรรมาธิการกำกับดูแลทางนิวเคลียร์แห่งแคนาดา
  2. การได้รับรังสีใด ๆ รวมทั้งไอโซโทปอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ - คณะกรรมาธิการกำกับดูแลทางนิวเคลียร์แห่งสหรัฐอเมริกา
  3. ไอโซโทปสามารถผ่านเข้าสู่พืช สัตว์ และแบคทีเรีย ซึ่งอาจทำให้เกิดการสะสมทางชีวภาพ และส่งผลต่อระบบนิเวศทางทะเลเมื่อเวลาผ่านไป - Robert H. Richmond นักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานร่วมกับ Pacific Island Forum หนึ่งในผู้ประเมินแผนการปล่อยน้ำจากฟุกุชิมะ
  4. อันตรายจากการปล่อยน้ำที่ปนเปื้อนอาจจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่นอกเอเชียแปซิฟิก เพราะในปี 2012  พบปลาทูน่าที่ได้รับไอโซโทปกัมมันตภาพรังสีที่คล้ายกับไอโซโทปในน้ำที่ฟุกุชิมะ สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าผลกระทบของการปล่อยน้ำอาจแพร่กระจายออกไปนอกพื้นที่ใกล้เคียง - Robert H. Richmond

Shigeyoshi Otosaka ซึ่งเป็นนักสมุทรศาสตร์และนักเคมีทางทะเลจาก Atmospheric and Ocean Research Institute of the University of Tokyo กล่าวว่า ทริเทียม (เป็นไอโซโทปหนึ่งในสามชนิดของอะตอมไฮโดรเจน) สามารถสะสมในปลาและสิ่งมีชีวิตในทะเลได้ ดังนั้นการศึกษาและประเมินว่าสารกัมมันตภาพรังสีเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวได้หรือไม่ จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำ

ซึ่งโฆษกของบริษัท TEPCO เผยว่า บริษัทได้ทำการทดลองเลี้ยงสัตว์ทะเลในน้ำที่ผ่านการบำบัด เพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับสัตว์เหล่านี้ พวกเขาพบว่าระดับไอโซโทปในร่างกายของสิ่งมีชีวิตถึงจุดสมดุลและไม่เพิ่มมากขึ้นหลังจากเวลาผ่านไประยะหนึ่ง และเมื่อสัตว์น้ำเหล่านี้ถูกปล่อยกลับไปในน้ำทะเลปกติ ระดับไอโซโทปจะค่อย ๆ ลดลง

อ้างอิง: nature, cnn

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Google เปิดตัว ‘Googlebook’ โน้ตบุ๊กยุคใหม่ออกแบบเพื่อ Gemini

Google เปิดตัว Googlebook โน้ตบุ๊กหมวดหมู่ใหม่ที่หลอมรวม Android กับ ChromeOS ออกแบบเพื่อ Gemini Intelligence ชูฟีเจอร์ Magic Pointer และ Create your Widget ผลิตโดย Acer, ASUS, Del...

Responsive image

ทำไมบางคนเลือกยุติการตั้งครรภ์​ ? เปิดอินไซต์ 12,000 เคส จาก ‘พักใจคลินิก’ ดาต้าใหม่ที่ได้จาก Telemedicine สะท้อนถึงวิกฤตเด็กเกิดใหม่ในไทย

ปี 2568 ประเทศไทยมีเด็กเกิดใหม่ 416,574 คน ต่ำสุดในรอบ 75 ปี ตัวเลขนี้ทำให้ทั้งภาครัฐและเอกชนพยายามตอบคำถามเดิมซ้ำกันว่า 'ทำไมคนไทยไม่อยากมีลูก ?' แล้วออกมาตรการกระตุ้นการมีบุตร ลด...

Responsive image

ทำไม Formula 1 ถึงเป็นสถานที่ดีลธุรกิจแห่งใหม่ของ Startup และนักลงทุน

ไม่กี่ปีที่ผ่านมา F1 ได้กลายเป็นอีกหนึ่ง ‘ศูนย์กลางธุรกิจ’ ของโลกเทคโนโลยี สตาร์ทอัพ นักลงทุน ไปจนถึงบริษัท AI และ Cloud รายใหญ่ของโลก...